“โอโตยะ” ปรับเมนูครั้งใหญ่ หวังเจาะกลุ่ม New Gen

“โอโตยะ” ปรับเมนูครั้งใหญ่ เพิ่มเมนูใหม่กว่า 30 รายการ หวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้ารายได้ 800 ล้านบาท

อำไพพรรณ จิราธิวัฒน์ ประธานแบรนด์โอโตยะ บริษัท ซีอาร์จี อินเตอร์ เนชั่นแนล ฟู้ดส์จำกัด กล่าวว่า ปีนี้โอโยตะได้ปรับเมนูครั้งใหญ่ โดยเพิ่มเมนูใหม่เข้ามาถึง 30 เมนู ทั้งอาหาร ของหวาน ของว่าง และเครื่องดื่ม  จากเดิมที่จะเพิ่มราว 4-5 เมนูต่อปี ซึ่งการปรับใหม่นี้มีทั้งเอาเมนูเดิมมาปรับปรุง และคิดขึ้นใหม่ โดยมีเมนูเดิมหายไป 1-2 รายการ จากการที่ซอสและวัสถุดิบที่นำเข้าจากญี่ปุ่นยกเลิกไป หลังจากนี้วางแผนที่จะเพิ่มเมนูใหม่อีกปีละ 4-5 ครั้ง ปัจจุบันมีเมนูทั้งหมด 140 รายการ

เหตุที่ต้องเพิ่มเมนูใหม่มากกว่าปรกติ เนื่องจากต้องการขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยนักเรียนและนักศึกษา ที่แต่เดิมมีสัดส่วนราว 1-2% ที่เหลือเป็นวัยทำงานและครอบครัว ให้เพิ่มมาเป็น 5-10% 

ปัจจุบันโอโตยะเปิดในไทยมาแล้ว 12 ปี มีทั้งหมด 41 สาขา ส่วนใหญ่จะอยู่ในศูนย์การค้าในเขตเมือง โดยปลายปีนี้จะเปิดอีก 3 สาขา ที่พรอมานาด พระราม 2 และอ่อนนุช ใช้งบลงทุน 80-100 ล้านบาท รวมปรับปรุงร้านเดิมด้วย 

สำหรับกลยุทธ์โอโตยะ ในปี 2560 นี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นใหญ่ๆ

1. หาวัตถุดิบชั้นดีที่มีคุณภาพมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเพิ่มวัตถุดิบใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และแข่งขันกับตลาดคู่แข่ง 

2. พิถีพิถันเรื่องรสชาติและคุณภาพอาหาร เน้นพัฒนาการบริการให้รวดเร็วขึ้น โดยจะเสิร์ฟอาหารให้ทันภายใน 15 นาที ปัจจุบันมียอดใช้จ่ายต่อบิลที่ 700 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20บาท

3. กลยุทธ์เน้นการสื่อสารให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้งบการตลาด 30 ล้านบาท เช่น เน้นช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และคิดเมนูให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลายๆ วัย การเพิ่มการขายในช่องทางออนไลน์ และเดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้น 

“ภาพรวมในไตรมาส 1 ตกลงเล็กน้อย แต่ตั้งแต่ไตรมาส 2 ก็ปรับมาดีขึ้น จึงคาดว่าปีนี้การเติบโตจะน้อยกว่าปีก่อนเล็กน้อย ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 800 ล้านบาท”

ภาพรวมของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยนั้น ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าทางการตลาดรวมประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ปรกติเติบโตปีละ 5-10% โดยมองว่าร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องและในปี 2560 นี้ ยังสามารถเติบโตไปได้อีก โดยจะเห็นได้ว่ามีผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นเข้ามาในตลาดมากขึ้นทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นเช่นกัน