ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จัดตั้ง เอสซีบี อบาคัส (SCB Abacus) วางงบลงทุนกว่า 1,000 ล้าน มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาธุรกิจและบริการ 

ดร. สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด กล่าวว่า”เอสซีบี อบาคัส” ก่อนตั้งเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทโดยถือบริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ มีเป้าหมายการดำเนินการคือการพัฒนาธุรกิจและบริการที่มาจากเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI)ซึ่งถือเป็นธนาคารแห่งแรกของไทยรวมถึงอาเซียนที่แยกเป็นบริษัทออกมา

จุดแข็งของ เอสซีบี อบาคัส ประกอบด้วย

• ทรัพยากรบุคคล – มีทีมบุคลากรที่มีประสบการณ์การทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นและใช้งานได้จริง กว่า 20 คน ส่วนใหญ่จะรับใหม่ทั้งหมด

• การสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ – ให้ความไว้วางใจในการเลือกโครงการภายในธนาคาร ที่มีผลกระทบเชิงบวกสูงต่อการปรับปรุงพัฒนาบริการของธนาคาร ทำให้เราสามารถนำมาศึกษา พัฒนา และต่อยอดเป็นโซลูชั่นต่าง ๆ ได้

• มีพันธมิตรระดับโลก – มีข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือMIT ในสหรัฐฯ เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ ทั้งยังมีการจัดตั้งคณะที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคธุรกิจ

ก่อนหน้านี้ เอสซีบี อบาคัส ได้เข้ามาหนึ่งในทีมพัฒนาแอปพลิเคชัน SCB Easy โดยเข้ามาช่วยพัฒนาระบบการแนะนำการใช้บริการธนาคารหรือที่เรียกว่า Recommendation Engineซึ่งทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าต้องการได้รวดเร็ว ตรงใจต่อลูกค้ามากยิ่งขึ้น 

ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาทั้งระบบบริการด้านสุขภาพที่จะนำเทคโนโลยีInternet of Things หรือ IoT เข้ามาช่วยส่งเสริมไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพ โดยใช้ AI ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันที่เหมาะสมเฉพาะแต่ละบุคคล เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าใส่ใจดูแลสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ เอสซีบี อบาคัสจะเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบ Call Center ด้วยการนำ AI มาคาดการณ์ปัญหาของลูกค้าที่โทรเข้ามา เพื่อโอนสายไปยังผู้เชี่ยวชาญที่ตอบปัญหาได้ตรงจุดอีกทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพบริการและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

“บริษัทเตรียมงบไว้ในระยะแรก 1,000 ล้านบาท ซึ่งแต่ละโครงการไม่ได้กำหนดว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ โดยคาดว่าภายใน 3-6 เดือนนี้น่าจะเห็นบริการแรกออกมา”