ผลดำเนินงานไตรมาส 2/17 ของดีแทคเป็นไตรมาส 2 ที่เติบโตที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น เพราะผู้ใช้งานมีการใช้จ่ายน้อยลง

Marketeer ได้ร่วมพูดคุยกับ ประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยีดีแทคถึงเน็ตเวิร์ค ในวันที่ดีแทคได้ออกภาพยนตร์โฆษณาด้านเน็ตเวิร์คผ่าน อั้ม-พัชราภา อีกครั้ง

ประเทศ มั่นใจว่าการเติบโตนี้มาจากการขยายเน็ตเวิร์คอย่างต่อเนื่องของดีแทคตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ถ้านับจากปี 2016 ถึงปัจจุบันดีแทคได้ขยายเสาเพิ่มขึ้น 400% โดยเฉพาะปี 2016-2017 เป็นปีที่ใช้งบประมาณในการขยายเน็ตเวิร์คสูงสุด พร้อมการสร้าง Awareness ด้านเน็ตเวิร์คผ่านอั้ม-พัชราภาดาราตัวแม่แห่งวงการ และแคมเปญต่างๆ ที่มีอินโนเวชั่นอย่าง Go No Limit และ Dtac Reward ที่เข้ามาสร้างภาพลักษณ์ ทั้งผลักทั้งดันให้ดีแทคเติบโตด้านกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบรายเดือน ที่เติบโตทั้งรายได้และจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

 

โอเปอเรเตอร์อยู่ได้เพราะดาต้า

เหตุผลคือตลาดเปลี่ยนไปในวันที่อินเทอร์เน็ตคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในผู้บริโภคยุคใหม่ ได้พฤติกรรมจากการใช้งานมือถือเติมเงิน เพราะต้องการประหยัดและควบคุมค่าใช้จ่าย เป็นรายเดือนที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตในปริมาณที่มากขึ้นในค่าบริการที่คุ้มค่าขึ้น

จนในปัจจุบัน ดีแทคมีลูกค้าทั้งสิ้น 23.6 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้ารายเดือน 5.4 ล้านราย และลูกค้าระบบเติมเงิน 18.2 ล้านราย มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 4G ประมาณ 7 ล้านราย

ประเทศยอมรับว่า เทรนด์มือถือไทย การใช้งานจากวอยซ์จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดาต้าทั้งหมด ทางออกของโอเปอเรเตอร์ที่จะบาลานซ์รายได้ไม่ให้วอยซ์โดนดาต้ากินหายไปนั้น จาก 2-3 ปีที่ผ่านมาเส้นกราฟรายได้จากดาต้าเติบโตตัดกันพอดีกับรายได้จากวอยซ์ที่ลดลง คือการบันเดิลแพคเก็จ วอยซ์และดาต้ามัดรวมกันในแพคเก็จหลัก ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่โอเปอเรเตอร์ทุกค่ายทำในการรักษา ARPU ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเลขหมาย เพราะในวันนี้รายได้จากดาต้ายังคงไม่มากพอที่จะเข้ามาทดแทนรายได้จากวอยซ์ได้ทั้งหมด และผู้บริโภคตัดสินใจเลือกแพคเก็จจากดาต้าเป็นหลัก

 

5G มาการแข่งขันเปลี่ยนไปแน่นอน

ประเทศได้เล่าให้ฟังว่าการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีมือถือแต่ละ Gen มีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการใช้งานทุกครั้ง จาก 2G มา 3G เกิดการใช้งานดาต้าอย่างแพร่หลาย และยังมีการใช้งานวอยซ์อยู่แต่ในปริมาณที่ลดลง และจาก 3G ไป 4G เทคโนโลยีที่ให้บริการได้เฉพาะดาต้าเท่านั้น เมื่อเกิดการใช้งานวอยซ์ระบบจะย้ายไปยัง 3G โดยอัตโนมัติ หรือให้บริการผ่าน VoTe แทน

ส่วน 5G จะเป็นการพัฒนาดาต้าไปอีกระดับ เปลี่ยนแนวคิดจาก 4G ที่ถูกออกแบบให้คนใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ตเป็นหลัก เป็นการออกมาเพื่อใช้งานกับ IoT เช่น หม้อหุงข้าว แอร์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ระบบไฟฟ้าและอื่นๆ

ความแตกต่างคือ เสาสัญญาณแต่ละต้นจะเชื่อมต่อดีไวซ์ที่ใช้งานเป็นหลักหมื่นดีไวซ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น IoT การเชื่อมต่อไม่ต้องการอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็ว เพราะหม้อหุงข้าวไม่ได้คุยเจ้าของทั้งวันนอกจากจะบอกว่าข้าวที่หุงสุก การแข่งขันของโอเปอเรเตอร์จะเปลี่ยนไปจากการแข่งขันกันที่ความเร็วเป็นหลัก เป็นแข่งขันเรื่องการรองรับการเชื่อมต่อดีไวซ์จำนวนมากได้แค่ไหน

 “คาดการณ์ 5G โอเปอเรเตอร์ทั่วโลกจะสามารถให้บริการแบบ Commercial ได้ในปี 2020 ในปัจจุบัน IoT ส่วนใหญ่ที่เป็นเครื่องใช้ภายในบ้านจะเชื่อมต่อกับไวไฟเป็นหลัก เมื่อ 5G มา IoT เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งไวไฟ ส่วนดีแทคที่ผ่านมาตอบรับการเปลี่ยนแปลงด้วยการศึกษาเรียนรู้และทำ IoT มาพอสมควร เช่นโครงการ smart farmer ใช้ IoT กับภาคการเกษตร เป็นต้น”

 

eSim คือเทรนด์ในอนาคต

IoT จำเป็นต้องใช้ซิมจำนวนมหาศาลใส่ลงในดีไวซ์เพื่อให้ดีไวซ์ Connect Internet คุยกันเอง หรือส่งข้อมูลหาผู้ใช้ได้ ประเทศ เล่าให้ฟังว่า ในอนาคตอีซิมจะเข้ามาตอบโจทย์ในจุดนี้ ผู้บริโภคไม่ต้องไปช้อปเพื่อซื้อซิม สามารถดาวน์โหลดซิมออนไลน์ติดตั้งใน IoT ใช้งานได้ทันที ตอบโจทย์ด้านความสะดวกรวดเร็ว

 

ยังคงขยายเน็ตเวิร์คต่อไป

ปัจจุบันการให้บริการ 4G ของดีแทคอยู่บนคลื่น 1800MHz และ 2100MHz ครอบคลุม 77 จังหวัด 926 อำเภอ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาดีแทคสามารถขยายเสาสัญญาณ 4G เกินเป้า 102%

“ดีแทคขยายสัญญาณ 4G เพิ่มไปในนิคมอุตสาหกรรมมากกว่า 40 แห่ง, ในมหาวิทยาลัยมากกว่า 50 แห่ง, โรงพยาบาลมากกว่า 70 แห่ง, คอมมูนิตี้มากกว่า 50 แห่ง และคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยมากกว่า 70 แห่ง”

เสาสัญญาณมุมมองใหม่

การติดตั้งเสาสัญญาณที่เป็นแท่นเหล็กเป็นการสร้างภาพที่ขัดกับทัศนียภาพที่ติดตั้ง ดีแทคได้พัฒนาเสาสัญญาณรูปร่างแปลกไปจากเดิมเพื่อให้เข้ากับสถานที่ในการติดตั้ง เช่น Zero Site รูปแบบเสาไฟถนนที่มาพร้อมโคมไฟ LED ให้ความปลอดภัยชุมชนและผู้สัญจรในเวลากลางคืนสว่างแต่ประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น 50-80% และสามารถติดตั้งจอโฆษณาต่างๆ ได้อีก รวมถึง เสาต้นไม้ เสาสัญญาณที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับแหล่งธรรมชาติ อุทยาน ป่าไม้ หรือแหล่งท่องเที่ยว โดยยังคงทำหน้าที่รับส่งสัญญาณให้บริการทุกคลื่นความถี่ในพื้นที่ แต่มีรูปแบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อทัศนียภาพพื้นที่นั้นโดยเฉพาะ

 

ขยายสัญญาณจากผู้ใช้แนะนำ

ปัญหาของโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายคือ การหาพื้นที่ติดตั้งเสาสัญญาณ เพื่อให้ความคุ้มค่าที่สุดในการลงทุนคือ เสาสัญญาณที่ติดเพิ่มจะอยู่ห่างจากเสาสัญญาณรอบข้างในระยะทางที่เท่ากัน แต่เมื่อลงพื้นที่ปฏิบัติจริงพื้นที่ที่ต้องการเจ้าของพื้นที่ปฏิเสธการติดตั้ง หาเจ้าของพื้นที่ตัวจริงไม่เจอ และต้องหาพื้นที่อื่นๆ ใกล้เคียง กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการหาพื้นที่ติดตั้งเสาแต่ละต้น

ประเทศเล่าว่า ในองค์กรดีแทคมีโครงการประกวดไอเดีย Flip it Challenge พนักงานในแผลกเน็ตเวิร์คได้เสนอรูปแบบการหาพื้นที่ติดตั้งเสาสัญญาณด้วย Social Engagement ทำให้ทุกคนทั่วประเทศสามารถ เป็น “พาร์ทเนอร์ดีแทค” ได้ ด้วยการเสนอพื้นที่ของตน ให้เป็นที่ตั้งเสาสัญญาณดีแทค หรือเป็นผู้แนะนำพื้นที่ให้ดีแทค โดยผู้ที่เสนอพื้นที่ที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท ทำให้การตั้งเสาสัญญาณใหม่ เร็วขึ้นถึง 3 เท่า รองรับแผนการขยาย โครงข่ายจำนวนมากในปีนี้ และปีต่อๆ ไป

“หลังจากโครงการนี้ได้เริ่มขึ้นใน Q3 ที่ผ่านมา ด้วยระยะเวลาเพียง 1 เดือนกว่า วันนี้มีผู้เสนอพื้นที่เป็นจุดตั้งเสาสัญญาณดีแทคมากกว่า 5,000 แห่ง ทั่วประเทศไทย ซึ่งดีแทคตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 10,000 แห่งในปีนี้ เพื่อความพร้อมสำหรับแผนขยายโครงข่ายในปีหน้า”

สื่อสารต้องเน้นประสบการ

“เน็ตเวิร์คดีแทคมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าที่ใช้งานดีแทคอยู่มีการรับรู้ที่ดีขึ้น คนที่ไม่เคยใช้ ไม่เคยรู้ อาจมองไม่ดีเท่าไหร่จากคำบ่นในโซเชียล เรื่องนี้ต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องประสบการณ์ใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ต แทนการอธิบายถึงความเร็วผ่าน Speed Test เพราะไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าสัมผัส แม้ลูกค้าบางกลุ่มจะตัดสินใจเลือกค่ายมือถือจาก Speed Test ก็ตาม”

“คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการดาวน์โหลดข้อมูลด้วยความเร็วสูงจะนำไปสู่ประสบการณ์ที่ดีในการรับชมวิดีโอ แต่ยุคที่ผู้บริโภคขาดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ การให้บริการของโอเปอเรเตอร์ไม่ได้วัดกันที่ความเร็วของโครงข่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงประสบการณ์ใช้งานแอปพลิเคชันด้วย”

“ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลในแอปพลิเคชั่นยอดนิยมเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพ ซึ่งดีแทครวมมือกับแอปฯ ยอดนิยมอย่าง Facebook ร่วมกันปรับปรุงระบบหลังบ้านให้ลูกค้าดีแทคได้ใช้งาน Facebook ได้มีประสิทธิภาพขึ้น ได้รับประสบการณ์โดยรวมดีขึ้น 60% และดีขึ้น 13-34% ในช่วงที่มีการใช้งานสูงสุด ระหว่าง 19.00-21.00 น. และล่าสุดร่วมมือกับ YouTube ให้ลูกค้า 4G ดีแทคใช้งาน Youtube ได้เร็วขึ้น 62% สำหรับการใช้เวลาเข้าถึงคอนเทนท์”

เพื่อให้ภาพลักษณ์ดีแทคยังคงต่อเนื่องไปยาวๆ (แม้กระแสจะดูหายๆ ไปบ้างหลังเปิดตัวโฆษณาอั้มเมื่อมกราคมก็ตาม) ดีแทคได้เปิดตัวโฆษณาด้านเน็ตเวิร์คชุดใหม่ โดยมีอั้ม พัชราภา พรีเซ็นเตอร์ที่เซ็นสัญญา 1 ปี เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวเช่นเดิม

“อั้มเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ดีแทคมี Movement คนไทยมองเน็ตเวิร์ค ต้องดีเสมอ ต้องใช้ได้ตลอดเวลา ถ้าใช้ได้ดีไม่คิดอะไร ถ้าใช้แล้วเกิดปัญหาพร้อมคอมเพลนเสมอ โอเปอเรเตอร์ 3 รายโดนหมด ส่วนการแข่งขันแจกเครื่องมีน้อยลง เพราะผลลัพธ์ไม่เท่ากับที่ผ่านมา และเป็นการสปอยลูกค้าจนเกินไป”

การเตรียมสัญญาณเพื่องานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมแสดงความอาลัยและถวายความภักดีช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 ดีแทคได้เตรียมพร้อมทำหน้าที่รองรับประชาชนด้วยการอำนวยความสะดวกโครงข่ายการใช้งานมือถือ พร้อมให้บริการประชาชนที่จะเดินทางมาในบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงและพื้นที่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ 101 แห่ง