Marketeer ได้ร่วมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกับทาง AP Academy โดย AP Thailand เพื่อเยี่ยมชมต้นแบบของนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคต ร่วมกับ 4 นักศึกษาจากโปรแกรมวิศวกรรมโยธา และโปรแกรมการตลาดและการขาย ที่มีผลการฝึกงานโดดเด่นจากโครงการ “เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017: ชีวิตจริงยิ่งกว่าทฤษฎี” ปีที่ 2 เรียนรู้งานจริงและเยี่ยมชมนวัตกรรม โดยในครั้งนี้ได้พันธมิตรอย่าง มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ได้ให้ความรู้และพาเยี่ยมชมนวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยต่างๆ ณ ประเทศญี่ปุ่น

 

ปีที่ 2 ต้องดียิ่งกว่าเดิม

ในวันแรก ณ ประเทศญี่ปุ่น Marketeer ได้ร่วมพูดคุยกับ ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานทรัพยากรบุคคล บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) และผู้อำนวยการสถาบันเอพี อะคาเดมี่ ถึงการพา 4 นักศึกษามาเยี่ยมชมนวัตกรรม ครั้งนี้  “โครงการ ‘เอพี โอเพ่นเฮ้าส์’ ภายใต้สถาบัน ‘เอพี อะคาเดมี่’ มีเป้าหมายในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้ฝึกฝนความคิดและ ทักษะ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และให้น้องๆ ได้เห็นภาพรวม ของการทำงานจริงอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งหวังพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ให้สามารถสร้างสรรค์โครงการคุณภาพ และตอบโจทย์โลกที่หมุนเร็วในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน”

โครงการฝึกงานเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งความพิเศษในปีนี้ คือนอกจากจะเน้นให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงแล้ว ยังเน้นแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ทั้งกระบวนการก่อสร้างทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ตลอดจนกระบวนการทางด้านการตลาดและการขาย โดยเน้นให้นิสิตนักศึกษาเข้าใจและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยนิสิตนักศึกษากว่า 50 คน แบ่งเป็นด้านวิศวกรรมโยธา 30 คน และด้านการตลาดและการขาย 20 คน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัคร 1,400 คน จาก 38 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านการทำแบบทดสอบออนไลน์ และเข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือก ณ สำนักงานใหญ่ของเอพี จนได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าฝึกงานกับ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ในปีนี้นิสิตนักศึกษาได้เจาะลึกในทุกกระบวนการทำงานจริงในการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดทั้งสายงานด้านวิศวกรรมโยธา และด้านการตลาดและการขาย ตลอดระยะเวลา 2 เดือน

สำหรับตัวแทนนักศึกษาที่ได้ไปดูงานในครั้งนี้ ได้แก่ คมกฤช สิทธิการ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, วรนิษฐา โกมลพิสิฐ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ตัวแทนจากโปรแกรมอมรมด้านวิศวกรรมโยธา, ศุภิสรา พงค์โสภี นักศึกษาชั้น  ปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ภัทรภร ลายอักษร นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ สาขาธุรกิจศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนจากโปรแกรมอมรม ด้านการตลาดและการขาย

Working Space คงไม่พอแต่ต้อง Third Place

พอถึงเช้าอันสดใส ณ ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 2 น้องๆ ทั้ง 4 คนได้มุ่งสู่ 3 x 3 Lab Future แล็บแห่งอนาคต ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 859 ตารางเมตร ในอาคาร Otemon ย่าน Otemachi โตเกียว โดยถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นสถานที่ที่ 3 Third Place ที่ไม่ได้อยู่ภายในที่พักอาศัยหรือในออฟฟิศทำงาน แต่ที่นี่คือพื้นที่ที่ 3 ที่พร้อมกระตุ้นให้เกิดการคิดค้นและพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญเข้าร่วมกัน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ระบบเศรษฐกิจ และระบบสังคม ซึ่งการออกแบบพื้นที่ภายใน 3 x 3 Lab Future แห่งนี้มุ่งหวังที่ให้พื้นที่ภายในทั้ง 11 โซน ช่วยส่งเสริมและขับเคลื่อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ให้หลุดออกจากกรอบความคิดเดิมๆ สภาพแวดล้อมเดิมๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น ในการอาศัยอยู่ร่วมกัน

โดยพื้นที่ภายในจัดสรรไว้ทั้งสิ้น 11 โซน โดยมีไฮไลท์ที่นำเสนอนวัตกรรมที่ผสานเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ากับระบบเศรษฐกิจ และสังคมที่น่าสนใจมากมาย เช่น  นวัตกรรมการปลูกต้นไม้ภายในอาคาร รวมทั้งระบบการจัดการควบคุมแสงและระบบรดน้ำอัตโนมัติ โดยมีทีมวิจัยมุ่งพัฒนาเพื่อให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการคิดริเริ่มนวัตกรรมพื้นที่สีเขียวภายในอาคารภายใต้แนวคิด Advanced Environmental Areas หรือ นวัตกรรมการควบคุมอุณหภูมิ (ส่วนบุคคล) เทคโนโลยีการตรวจวัดระดับความเครียด ที่คิดค้นมาเพื่อรองรับและเฝ้าระวังปัญหาพฤติกรรมการทำงานของคนญี่ปุ่นที่ติดอันดับเป็นชาติที่นั่งทำงานยาวนานที่สุดในโลก เป็นต้น

Mitsubishi Jisho Home Shibuya Gallery

และในบ่ายวันเดียวกันน้องๆ 4 นักศึกษาพร้อมสื่อมวลชนจากไทย ได้เข้าเยี่ยมชม Mitsubishi Jisho Home บริษัทผู้พัฒนาโครงการแนวราบในเครือ Mitsubishi Estate Group ที่ได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน ด้วยมาตรฐานการออกแบบบ้านบนพื้นที่และเทคโนโลยีการก่อสร้างในอนาคต และการนำเสนอนวัตกรรมการอยู่อาศัยอัจฉริยะ อาทิ นวัตกรรมปรับหมุนเวียนอากาศอัจฉริยะ หรือ Aerotech ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้อาศัยผ่านระบบอัจฉริยะในการมอนิเตอร์และควบคุมการหมุนเวียนและระบายอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความสะดวกสบายและการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานภายในครัวเรือน และนวัตกรรมมอนิเตอร์การใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ (Home Energy Management SystemHEMS)    การควบคุมและใช้พลังงานอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี IoT  เพื่อทำให้ผู้อาศัยสามารถควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างสะดวกรวมถึงสามารถวางแผนการใช้พลังงานภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Panel ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

The Parkhouse Azabu Gaien Nishi Dori

ต่อจากบ้านที่ใช้ระบบ HEMS คราวนี้ได้เดินทางมาเพื่อเยี่ยมชมคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ในย่าน Azabu หนึ่งใน 3 ของย่านหรูที่ติดอันดับราคาขายที่ดินเฉลี่ยต่อตารางวาที่สูงที่สุดในโตเกียว โดยโครงการ The Parkhouse Azabu Gaien Nishi Dori เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาของ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโครงการที่มีการวางระบบและกระบวนการขายที่น่าสนใจ และแตกต่างจากประเทศไทย ทั้งการบริหารและการจัดการข้อมูลลูกค้าที่มีประสิทธิภาพและการนำชมภายในสำนักงานขายที่เป็นระบบ

The Park House Shinjuku Gyoen

วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยี่ยมชมนวัตกรรม ทางเอพีและมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ได้เซอร์ไพร์น้องๆทั้ง 4 และคณะสื่อมวลชน ด้วยการพาชมคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ที่มีจุดเด่นเรื่องทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบายเพียง 1 นาทีจากสถานี Shinjukugyoen-mae Station และตั้งอยู่ติดสวนสาธารณะ Shinjuku Gyoen อันมีชื่อเสียง ทั้งยังอยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้า Takashimaya Shinjuku และสถานี Shinjuku เพียง 800 เมตร เท่านั้น โดยคอนโดมิเนียม The Park House Shinjuku Gyoen เป็นโครงการที่โดดเด่นด้านการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการคอนโดมิเนียม และเทคโนโลยี Disposer ในการจัดการขยะที่เกิดจากอาหารเหลือทิ้ง หรือ Food Waste ซึ่งเป็นหนึ่งในวิกฤตโลก เพราะอาหารเหลือทิ้ง หรือขยะเหล่านั้น ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมรุนแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 23 เท่า