หากพูดถึงข่าวที่เขย่าวงการรีเทลและพร็อพเพอร์ตี้ของเมืองไทยในช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคงไม่พ้นโปรเจ็คท์ “Mixed Use” สุดล้ำของค่าย “เกษร พร็อพเพอร์ตี้” ที่ประกาศสร้างอาณาจักรแห่งธุรกิจและไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ โดยรวม 3 โครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ เกษรพลาซ่า (เดิม), อาคารเกษรทาวเวอร์ (สร้างใหม่) และอัมรินทร์พลาซ่า เข้าไว้ด้วยกัน แล้วเรียกรวมทั้งอาณาจักรนี้ว่า “เกษรวิลเลจ” (Gaysorn Village)

โดยโครงการนี้ได้ทะยอยเปิดเป็นเฟสๆ และเผยสิ่งใหม่ขึ้นทีละนิดตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่หนึ่งที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุด “เกษรวิลเลจ” ได้ส่งเทียบเชิญไปยังแขกเหรื่อและสื่อมวลชนทุกแขนงเพื่อเตรียมร่วมงาน Grand Opening อาณาจักรมิกซ์ยูสแห่งใหม่นี้ในค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 ที่กำลังจะมาถึง .. วันนี้ Marketeer Online จะพาคุณย้อนไปดูไทม์ไลน์ของโปรเจ็คท์สุดอลังการนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

ปฐมบท : จากเกษรพลาซ่าสู่เกษรวิลเลจ

เกษร พร็อพเพอร์ตี้ ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2560 ด้วยเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ กับการประกาศเปลี่ยนชื่อห้างจาก เกษรพลาซ่าเป็น เกษรวิลเลจ” (Gaysorn Village) พร้อมปรับภาพลักษณ์จากห้างหรูระดับตำนานของเมืองไทยไปเป็น “Lifestyle Urban Village” ที่เปี่ยมรสนิยมแต่เข้าถึงง่าย ทั้งยังประกาศปรับแบรนด์มิกซ์ให้ตอบโจทย์คนกรุงยุคใหม่ ชูจุดขายด้านอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมจัดแถลงข่าวโปรเจ็คท์ “เกษรวิลเลจ ที่เมื่อเสร็จสมบูรณ์ทุกเฟสแล้ว จะกลายเป็นอาณาจักรแห่งธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งศูนย์การค้า, ศูนย์สุขภาพ และพื้นที่ออฟฟิศให้เช่า ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 อาคาร ได้แก่ ศูนย์การค้าเกษรเดิม, ตึกเกษรทาวเวอร์ และอัมรินทร์พลาซ่า โดยจะมีพื้นที่ใช้สอยรวม 180,000 ตารางเมตร กลางราชประสงค์ ซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย!


เฟสแรก : “Connectivityเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอก

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2560 เกษรวิลเลจเปิดเฟสแรกอย่างเป็นรูปธรรมด้วย Connectivity หรือการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอก .. สำหรับการเชื่อมต่อภายในนั้น ได้มีการเปิดโซนที่เรียกว่า “เกษรโคคูน” เพื่อใช้เป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมระหว่างตึกเกษรเดิมกับตึกเกษรทาวเวอร์ที่สร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้ทั้งสองตึกกลายเป็นอาณาจักรเดียวกัน.. จากนั้นจึงเชื่อมต่อทั้งหมดออกไปยังภายนอก นั่นก็คือทางเดินลอยฟ้าราชประสงค์ หรือ “R-Walk” ทั้งฝั่งประตูน้ำและฝั่ง BTS เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สัญจรด้วยการเดินเท้า ซึ่ง Connectivity ที่เกิดขึ้นถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งตัวเกษรวิลเลจเอง และกับย่านราชประสงค์ เพราะเส้นทางดังกล่าวนี้สามารถเชื่อมไปยัง 18 อาคารชั้นนำภายในย่าน และสร้างประสบการณ์ WALK เพื่อหมุนเวียนทราฟฟิคในย่านอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เฟสสอง : เปิดตึกออฟฟิศแห่งใหม่พร้อมอาณาจักรมิกซ์ยูส ด้วยคอนเซ็ปท์ WorkLivePlayGrow

หลังจากตึก “Gaysorn Tower” ที่สร้างขึ้นใหม่ได้เปิดใช้พื้นที่เฉพาะส่วนล่างเพื่อเชื่อมต่อกับตึกแรกไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา .. ในเดือนกันยายน 2560 ตึกส่วนที่เหลือก็เสร็จสมบูรณ์ลง โดยมีความสูงทั้งสิ้น 30 ชั้น ตึกใหม่นี้ได้รับการออกแบบอย่างงดงามภายใต้แนวคิด “ช่างสิบหมู่” ซึ่งเป็นผลงานของทีมที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง “CL3” ที่ออกแบบ “Marina Bay Sands” ที่สิงคโปร์ และบริษัท “Jerde” ที่ทำ “Roponngi Hills” ที่ญี่ปุ่น โดยภายใน “Gaysorn Tower” แบ่งเป็น 4 โซนเพื่อใช้เป็นพื้นที่มิกซ์ยูส ได้แก่ โซนรีเทลที่ต่อขยายมาจากอาคารเดิม, โซน “Gaysorn Urban Retreat” ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการด้านสุขภาพและความงามระดับโลก, โซน “Gaysorn Urban Resort” ที่เป็นทั้งแลนด์มาร์คและพื้นที่ส่วนกลางเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และโซน Office Tower ที่เป็นพื้นที่ออฟฟิศสำหรับให้เช่า

โดยเฟสที่สองนี้ นับเป็นไมล์สโตนสำคัญของเกษรวิลเลจ เพราะทันทีที่ตึก Gaysorn Tower เปิดดำเนินการ จะกลายเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้แนวคิด WorkLivePlayGrow เป็นความจริงที่สัมผัสได้ ด้วยทราฟฟิคที่จะเกิดขึ้นจากหนุ่มสาวออฟฟิศ, นักธุรกิจ, นักช็อป,  นักชิม ไปจนถึงคนรักสุขภาพที่จะเข้ามาใช้ชีวิตภายในเออร์เบินวิลเลจแห่งนี้

วันที่ 14 กันยายนนี้ ทางเกษรวิลเลจดูจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับงาน Grand Opening ที่จะเกิดขึ้น และได้เตรียมแสงสีเสียงรวมไปถึงการแสดงจากศิลปินระดับประเทศอย่าง “ดา-เอ็นโดรฟิน และ ตู่-ภพธร” ซึ่งจะดำเนินไปพร้อมๆกับงานปาร์ตี้ที่กระจายไปตามจุดต่างๆเพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับบรรยากาศ Come To Life ของอาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม และสำหรับคุณๆที่ไม่ได้ไปร่วมงาน ก็สามารถติดตามบรรยากาศแบบสดๆได้ทาง Facebook Live บนเพจ Gaysorn Village โดยจะเริ่มถ่ายทอดตั้งแต่เวลาประมาณ 18.30 . เป็นต้นไป