คนดังระดับโลกที่มีทักษะการพูด ไม่ว่าจะเป็นดารา พิธีกร หรือนักสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ได้พูดเก่งตั้งแต่เกิด พวกเขาล้วนแล้วแต่ ฟัง ก่อนที่จะพูดทั้งนั้น

ในการทำธุรกิจก็เช่นกัน การฟังไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณรู้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดอีโก้ไม่ให้มากจนเกินไปเช่นกัน

 

1.ฟังลูกค้า

การฟังลูกค้า ช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขาต้องการ เข้าใจปัญหาที่ลูกค้าต้องเจอ และถ้าคุณสามารถแก้ได้ ธุรกิจของคุณประสบความเร็จแน่นอน

ธุรกิจ คือ ความสัมพันธ์… ความสัมพันธ์ที่สองฝ่ายเข้าใจกัน

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องเจอลูกค้าทุกวัน ง่ายที่สุด ก็ถามไปตรงๆ เลยว่าใช้แล้วรู้สึกอย่างไร ชอบไม่ชอบตรงไหน

แต่ถ้าไม่ได้เจอลูกค้าโดยตรง อาจต้องทำการบ้านเยอะหน่อย เช่น ลงไปสำรวจพื้นที่ หรือ ใช้โซเชียลมีเดียของแบรนด์ ในการคุยกับลูกค้า

 

2.ฟังพนักงาน

เสียงของพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าเปรียบกับการรบ พนักงานคือแนวหน้าที่ต้องเจอกับลูกค้า และคลุกคลีกับปัญหาในการทำงาน ฉะนั้นผู้ประกอบการควรหาเวลาฟังพนักงานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม หรือผ่านกิจกรรมสันทนาการ

และเวลาฟังก็ต้องฟังอย่างตั้งใจ ไม่ใช่สุดท้ายแย่งพูดจนหมด สุดท้ายพนักงานก็ไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไรอีก

 

3.ฟังคู่แข่ง

คู่แข่ง คือ คนที่ทำธุรกิจแบบเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งที่นำหน้าคุณไปหลายก้าว หรือตามหลังหลายปี ข้อมูลเชิงลึก เคล็ดลับที่ได้ สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้โดยตรง

ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาไปนั่งตามร้านกาแฟ มักจะมีคนชวนเจ้าของร้านคุย และ แอบถามสูตรเนียนๆ หรืออย่างตามตลาดนัด มักจะมีคนมาถามร้านค้าอยู่เสมอว่าขายดีไหม รับมาจากไหน เป็นต้น

รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

 

4.ฟังโลกรอบๆ ตัว

ไม่มีธุรกิจไหนในโลกที่อยู่ได้ลำพัง ทุกคนล้วนต้องพึ่งพาอาศัย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ฉะนั้นผู้ประกอบการต้องหูไว ตาไว รู้ความเคลื่อนไหวของโลก ประเทศ และธุรกิจรอบๆ ตัว อย่างน้อยก็ต้องติดตามข่าวสารเรื่องเทคโนโลยี และโลกออนไลน์ ว่าเทรนด์ไปถึงไหนกันแล้ว มีเทคโนโลยีไหนบ้างที่จะช่วยพัฒนาธุรกิจของเราได้

 

มีคำกล่าว (อีกแล้ว) ว่า ที่คนมี 2 หู และ 1 ปาก ก็เพื่อให้เราฟังมากกว่าพูด

 

ที่มา : Entrepreneur