ในสภาพตลาดที่แข่งขันกันสูงมาก ทักษะการขาย และเข้าหาลูกค้าด้วยข้อมูลที่มีประโยชน์ เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่งคนอื่นๆ และไม่ใช่แค่ทำรายได้ให้ธุรกิจเท่านั้น แต่การพบปะลูกค้าเป็นประจำ จะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำมาวางแผนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

ฉะนั้นในยุคที่ผู้บริโภคมองหา ทั้งประสบการณ์จากบริการที่สดใหม่ พวกเขาก็ต้องการเซลส์ที่ประสบการณ์มากพอที่จะช่วยแก้ปัญหาด้วย

 

1.ปลูกฝัง ข้อมูลเชิงลึก ลงไปใน DNA

คุณไม่สามารถไปขายด้วยลูกเล่นแบบเดิมได้อีกต่อไป เพราะลูกค้าก็ทำการบ้าน ค้นคว้าหาข้อมูลอยู่ตลอด

ถ้าอยากขายให้ได้ คุณต้องหาข้อมูลเชิงลึก ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีกว่าเดิม และไอเดียที่ลูกค้าเห็นแล้วรู้สึกเปิดโลกทัศน์

รายงานจาก ZS ในปี 2016 พบว่า 94% ขององ์กรขนาดใหญ่เริ่มนำ Big Data มาใช้ แต่มีเพียง 8% ที่นำมาข้อมูลมาใช้อย่างจริงจังในทุกส่วนขององค์กร

 

2.ทำงานให้ละเอียดยิ่งขึ้น

CEB รายงานว่า ในการค้าขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) มีการตัดสินใจเกิดขึ้นถึง 6.8 ครั้ง ฉะนั้นเซลส์ที่ดีต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าที่เคย เข้าใจการทำงานของลูกค้า และปัญหาที่ลูกค้าต้องเจอ

แต่ก่อนคุณอาจเตรียมทุกอย่างที่คุณมี เพื่อปิดการขายให้ได้ในวันนั้นเลย แต่ปัจจุบันคุณอาจต้องคุยกับคนถึง 3-4 แผนก ฉะนั้นคุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม และทำให้ลูกค้าเชื่อว่าคุณช่วยลูกค้าได้จริงๆ

 

3.สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า

ความสัมพันธ์ที่ดียังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจุบันไม่ใช่ไปตีกอล์ฟ หรือ พาลูกค้าไปทานข้าว จะสามารถปิดการขายได้

The RAIN รายงานว่า เซลส์ที่ประสบความสำเร็จ มีการให้ความรู้กับลูกค้า และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ มากกว่าคู่แข่งถึง 3 เท่า ซึ่งเริ่มง่ายๆ จากการเข้าอกเข้าใจลูกค้าก่อนว่า พวกเขาต้องการอะไร และพยายามช่วยลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายนั้น

และเมื่อขายได้ ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์กับลูกค้าจะจบลง แต่มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น คุณต้อง Follow Up ด้วยว่า ลูกค้าใช้สินค้าของคุณถูกรึเปล่า? ได้ประโยชน์สูงสุดจากสินค้าของคุณรึเปล่า? และ สินค้าของคุณช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างที่พูดไว้จริงรึเปล่า?

 

4.ปลุกจิตวิญญาณ นักขาย ในตัว

เซลส์ปัจจุบันต้องมีทักษะหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการตลาด หรือไอที แต่สิ่งที่เป็นแก่นของ เซลส์ ก็คือการขายซึ่งสำคัญที่สุด ฉะนั้นลองท่อง 3 เสาหลักนี้ไว้ จะได้ไม่หลงทางเวลาทำงานในยุคดิจิทัล

-Passion : หากอยากช่วยลูกค้าให้ได้ คุณต้องทำการบ้านมากกว่าเพื่อเข้าใจธุรกิจ และปัญหาของพวกเขา ดังนั้นถ้าคุณไม่มีแรงปรารถนาที่อยากช่วยลูกค้าได้จริงๆ คุณก็จะไม่มีแรง

-Curiosity : โอกาสในการขายมีอยู่ทุกที่ อยู่ที่ว่าคุณหามันเจอรึเปล่า? การเป็นคนช่างสงสัยจะช่วยทำให้คุณตั้งคำถามถึงสิ่งรอบตัว และอยากหาโอกาสให้ตัวคุณเอง

-Competitiveness : ทำงานได้ในสภาวะที่ต้องแข่งขันสูง เพราะการแข่งขัน และความกดดันเป็นแรงผลักดันชั้นดีในงานขาย

 

ที่มา : Adobe