ใช้พลังของสี – ทุกสิ่งที่ตาเห็นล้วนมีผลความสนใจ ซึ่งปัจจัยสำคัญอย่างแรกของภาพที่จะตรึงตาให้หยุดมองได้คือสี และแต่ละสีก็มีพลังในการเรียกความสนใจได้ต่างกันไป เช่นผู้ใหญ่จะสนใจของที่มีสีโทนเย็น อย่าง น้ำเงินและม่วง ส่วนวัยรุ่นจะชอบสีโทนร้อนอย่าง ส้ม แดง เหลือง และท่ามกลางสีทั้งหมด สีแดงเรียกความน่าใจได้มากสุด เพราะสื่อถึงอาหารและอันตราย โดยหากนำสีที่กลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มจะชื่นชอบ โอกาสที่ Campaign บน Facebook ของแบรนด์จะได้รับความสนใจก็มีมาก ดังนั้นควรทำการบ้านก่อนทำ Campaign เรื่องสีที่กลุ่มเป้าหมายชอบด้วย

ต้องระวังอย่าให้เกินจริง – ก่อนทำโฆษณาบน Facebook ต้องคิดเผื่อไว้ว่าทั้งผู้ใช้ Platform นี้และกลุ่มเป้าหมายไม่รู้จักแบรนด์มาก่อน จึงมีคำถามผุดขึ้นในใจว่า “แบรนด์นี้เชื่อถือได้มากแค่ไหน” ดังนั้นเนื้อหาในโฆษณาไม่ควรเกินจริงและเร้าอารมณ์มากเกินไป เพราะถ้าพวกเขาไปสืบค้นจนรู้ภายหลังว่าเป็นข้อมูลเท็จชื่อเสียงของแบรนด์จะเสื่อมเสีย

ไม่ลืม Social Proof – หนึ่งในวิธีทรงพลังในการโฆษณาที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้บริโภคซึ่งใช้ได้กับสื่อทุก Platform ที่ Social Proof หรือการยืนยันจากคนในสังคมว่าสินค้าของแบรนด์นี้ใช้แล้วดีจริงและไว้วางใจด้านคุณภาพได้ ดังนั้นนี่จึงควรนำมาใช้กับโฆษณาบน Facebook ด้วย

เพิ่มความใส่ใจด้วย Call to Action – จะดีแค่ไหนถ้าระหว่างหรือหลังชมโฆษณา Facebook แล้ว สามารถทราบถึงรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อสินค้าได้เลย เหล่านี้คือหน้าที่ของ Call to Action (CTA) ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Link ยังหน้าใน Website ซึ่งมีรายละเอียดของสินค้าที่โฆษณา การฝากที่อยู่ไว้เพื่อติดต่อกลับ หรือการไปยังหน้าสั่งซื้อสินค้าบน Website ได้เลย แม้จะช่วยให้ยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ไม่มากแต่ก็ช่วยให้ Fanpage ได้รับประสบการณ์ไร้รอยต่อและสร้างรายได้แบรนด์ได้ทันทีในกรณีที่มีการซื้อสินค้า / entrepreneur