ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยชอบรับประทานอาหารแบบเน้นตามใจปาก ไม่ก็ดูแค่ราคา มากกว่าจะเลือกสรรวัตถุดิบแบบคลีนๆ ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลย ที่จะเจออาหาร ที่มีส่วนผสมของโซเดียมเยอะมาก ซึ่งก็เป็นที่มาของอาการตัวบวม หน้าบวม และการเกิดโรคต่างๆ

เพื่อเป็นการให้ความรู้กับผู้บริโภคมากขึ้น แบรนด์ นอติลุส ไลท์ ได้ทำหนังโฆษณาออกมาเรื่องหนึ่งกับผลงานชื่อ “ก่อกรรมทำเค็ม”  แค่ชื่อ ก็เรียกแขกใช่เล่น ใครยังไม่ดู เชิญคลิกเบาๆ

หนังโฆษณานี้ ทำขึ้นมาเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่าการกินอาหารที่มีโซเดียมสูงหรือมีรสเค็มมากๆ นั้นสามารถทำให้เราตื่นมาหน้าบวมเป็นปลาทองได้ โดยสื่อสารผ่าน IDEA ที่ว่า “ก่อกรรมทำเค็ม ระวังผลเค็มจะตามทัน”

 

เนื้อหาเป็นเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่งที่ตื่นมาแล้วหน้าบวมเป็นปลาทองจึงทำให้จำกันไม่ได้จนเกิดเป็นปัญหาทะเลาะกันใหญ่โต ซึ่งสาเหตุก็มาจากการก่อกรรมทำเค็มของทั้งคู่ นั่นคือการชอบกินอาหารที่มีรสเค็มจัด สุดท้ายผลเค็มเลยตามทันทำให้ตื่นมาหน้าบวม และทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือการเปลี่ยนมากินอาหารที่มีโซเดียมต่ำเค็มน้อย อย่างเช่น นอติลุส ไลท์ ที่มีโซเดียมน้อยกว่าสูตรปกติ 30% นั่นเอง

 

ความโดดเด่นก็อย่างที่เห็น นั้นคือ หนังเรื่องนี้เล่นกับพฤติกรรม “กินเค็มจนหน้าบวม” ได้ชัดเจน เริ่มเรื่องมาก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง เอาปลาทองมาเต็มๆ 2 ตัว ไม่สิ รวมหมาน้อยด้วย 3 ตัว ให้เห็นไปเลย ไม่ว่าใครก็ตามจะคนจะหมา ถ้ากินเค็มเยอะเกินไป หรือ กินโซเดียมเยอะเกินไป คุณจะรับ “ผลกรรม“ แบบนี้ คือ หน้าจะ “บวมเป็นปลาทอง”

อันนี้ล่ะที่แอดมินชอบ จริงๆ มู้ดแอนด์โทนความสนุกแต่คมแบบนี้เป็นงานสไตล์ที่นักโฆษณาไทยถนัด แต่ช่วงหลังเราไม่ค่อยได้เห็นงาน Idea คมๆ แบบนี้เท่าไร ซึ่งคลิปนี้ประสบความสำเร็จมาก วัดจากเอนเกจเมนต์ทันทีที่ปล่อยคลิป ไม่นานยอดวิวก็แตะล้านอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีคนคลิกเข้าชมแล้วเกินกว่า 2.5 ล้านวิว พร้อมกับคอมเมนต์แอนด์แชร์ในทางบวกทั้งตัวหนังและการรับรู้ผลิตภัณฑ์ตลอดจนแบรนด์

“นอติลุส ไลท์ สูตร โซเดียมน้อยกว่า 30%” เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจ ของ กลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด ที่จะช่วยส่งเสริมให้การดูแลสุขภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มต้นง่ายๆ แค่ “กิน” ให้เป็น

กลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจอาหารชั้นนำระดับประเทศที่เติบโตอย่างมั่นคงมากว่า 38 ปี มีความมุ่งหวังที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตและพร้อมเติมเต็มสิ่งที่ดีให้แก่ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ด้วยการสร้างสรรค์ทั้งคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารทุกมื้อ ซึ่งความมั่นคงทางอาหารนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอันจะนำไปสู่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข