ในปีที่ผ่านมาตลาดรวม FMCG เติบโต 1.7% ต่ำสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บนอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคยังไม่กลับมามากนัก

เลียวนาร์ด ตัน รองประธานกรรมการบริหาร หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ดีเคเอสเอช มองว่าตลาด FMCG ในประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจาก 3 สาเหตุหลักคือ 1.ผู้บริโภคต่อครัวเรือนลดลงจาก 3.5 คนเหลือเพียง 3 คน และมีผู้อายุเพิ่มขึ้น บ่อย 2.การขยายไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ถูกจำกัด Zoning  และราคาสินค้าร้านสะดวกซื้อในวันนี้แทบไม่แตกต่างจากไฮเปอร์มาร์เก็ต 3. ผู้บริโภคมีพฤติกรรมซื้อสินค้าจากทีละมากๆ เป็นซื้อสินค้าจำนวนน้อยลง แต่ซื้อบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ได้เห็นสินค้าณ จุดขายมากขึ้น

ส่ง Smart แพลตฟอร์มบริการการตลาดภาคสนาม

ฟาบริส กู๊ดซ์แมน ผู้ช่วยรองประธานกรรมการบริหาร หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ดีเคเอสเอช ประเทศไทย และ บียอร์น ครุยเซนกา ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดีเคเอสเอช สมอลลาน ฟิลด์ มาร์เก็ตติ้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองว่าในวันนี้การตลาดภาคสนามเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น โดยหน้าที่หลักของการตลาดภาคสนามคือ การจัดเรียงสินค้าบนเซลฟ์ เช็คการจัดวางบูธโปรโมชั่นทั้งป้ายโฆษณาสินค้า แนะนำสินค้า ณ จุดขาย และอื่นๆ เพราะ 70% ของผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย และ 20% กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจจากตัวสิ่งกระตุ้นที่เกิดขึ้น ณ จุดขายเช่น โปรโมชั่น และ 1 ใน 10 คน เกิดการเปลี่ยนแบรนด์ไปซื้อแบรนด์คู่แข่งทั้งๆ ที่ตั้งใจจะซื้ออีกแบรนด์หนึ่ง รวมถึงการซื้อสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์ตั้งแต่แรก

“ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดเพราะพฤติกรรมภายในผู้บริโภค แต่เกิดเพราะถูกกระตุ้นด้วยสิ่งต่างๆ  ณ จุดขาย ทั้ง การวางสินค้าให้เต็มเชลฟ์ มีสินค้าเพียงพอต่อการจำหน่าย การตั้งบูธโปรโมชั่นต่างๆ และการตัดซุ้มทดลองสินค้า ซึ่งเป็นการ Engagement กับผู้บริโภคโดยตรง โดย DKSH ได้นำบริการการตลาดภาคสนามมาให้บริการในไทยมา 5 ปี ผ่านบริษัท ดีเคเอสเอช สมอลลาน ฟิลด์ มาร์เก็ตติ้ง เอเชียคะวันออกเฉียงใต้ ที่มีเครือข่ายร้านค้า 8,000 ร้านค้า จาก 1 แสนร้านค้าซึ่งเป็นร้านค้าในเครือข่าย DKSH และได้นำแพลตฟอร์ม Smart ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้ทีมพนักงานการตลาดภาคสนามการเก็บบันทึกข้อมูลสินค้า FMCG บนเซลฟ์ และจุดโปรโมชั่น พร้อมส่งข้อมูลเข้าส่วนกลางเมื่อสินค้าหมดสต๊อก หรือการจัดวางบูธโปรโมชั่นไม่เป็นไปตามที่วางไว้แบบเรียลไทม์วันต่อวัน เพื่อให้แบรนด์สินค้าเติมเต็มสินค้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมเก็บบิ๊กดาต้าปรับแต่งรายงานตามความต้องการของลูกค้าแต่ละรายเพื่อวัดผลนำไปปรับใช้ในการทำตลาดในอนาคต”

ช่องทางสะดวกซื้อมาแรง

ฟาบริสมองว่าแม้ในปัจจุบันสัดส่วนร้านขายของชำยังมีสัดส่วนมากที่สุดในประเทศไทย จากข้อมูล DKSH อ้างอิงจาก Euromonitor พบกว่า ในปี 2558 สัดส่วนร้านค้า FMCG แบ่งเป็น

ขายของชำ 55%

ร้านสะดวกซื้อ 15.2%

ไฮเปอร์มาร์เก็ต 17.7%

ซูเปอร์มาร์เก็ตและขายส่ง     12.2%

และเชื่อว่าในปี 2563 ร้านสะดวกซื้อจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นแบ่งเป็น

ขายของชำ 49.5%

ร้านสะดวกซื้อ 22.1%

ไฮเปอร์มาร์เก็ต 14.9%

ซูเปอร์มาร์เก็ตและขายส่ง     13.5%

ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับ มหาวิทยาลัยหอการค้า พบว่าช่องทางโมเดิร์นเทรดจะเติบโต 5.3% แซงหน้ามาเลเซียที่เติบโต 2.9% สิงคโปร์เติบโต 2.8% ซึ่งการเติบโตนี้เกิดจากร้านสะดวกซื้อที่เพิ่มขึ้น

“ไตรมาส 3 นี้ดีเคเอสเอช สมอลลาน ฟิลด์ มาร์เก็ตติ้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ความสำคัญในการขยายเข้าช่องทางร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้นรองรับเทรนด์ผู้บริโภค โดยภายใน 3 เดือนนี้ขยายทีมการตลาดภาคสนามเข้าไปยัง 7/11 ในกรุงเทพให้ครบ 100%” สาริต เกษมเศรษฐ ผู้จัดการทั่วไป ดีเคเอสเอช สมอลลาน ฟิลด์ มาร์เก็ตติ้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ทั้งนี้ DKSH ประเทศไทยมียอดขายรวมสุทธิ 122,000 ล้านบาท (อัพเดท 12 มกราคม 2560) สัดส่วน 32% สูงสุดใน DKSH ทั่วโลก โดย DKSH มีรายได้ทั่วโลก 15,000  ล้านฟรังก์สวิส