ผู้คนทั่วโลกรวมถึงคนในวงการโฆษณาเอง อาจรู้จัก Cannes Lions ในมุมของเวทีประกวดงานโฆษณาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก… แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าในเฟสติวัลแห่งนี้ ยังมีโรงเรียนไซส์กะทัดรัด ขนาดห้องเรียนไม่เกิน 30 คน ที่อันแน่นไปด้วย เหล่าคน Young Gen. ที่เป็นทั้ง Creator, Marketers,  Media Planner ร่ำเรียนฝึกวิชาใน The Worlds Biggest Creative Campus โรงเรียนแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ชื่อว่า Cannes Lions School

ตามประวัติแล้ว โครงการ Cannes Lions School คือโปรแกรมพิเศษที่ทาง Cannes Lions เปิดขึ้นเพื่อเป็นโรงบ่มวิชาให้กับเหล่า “จูเนียส์” ครีเอทีฟ นักการตลาด และคนทำมีเดีย อายุไม่เกิน 30 ปี จากทั่วโลก มาเทคคอร์สเรียนรู้กันแบบจริงจัง ซึมซับบรรยากาศเฟสติวัล ไปพร้อมๆ กับร่วมลุ้นครีเอทีฟรุ่นพี่ทั้งหลายบนเวทีการประกวด ที่นี่ไม่มี “ใบปริญญา”  มีแต่ “ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจ” ที่เชื่อว่าหาจากไหนไม่ได้แน่นอน

KOMKOM – Marketeer Creative Journey
พาเด็กไทยไปโชว์ไอเดีย ที่
Cannes Lions

ในวันนี้ Marketeer จึงขอพามารู้จักกับ พริมโรส – พิชญาภา วิมุกตายน ตัวแทนนักศึกษาไทยคนแรก ที่มีโอกาสเข้าร่วมคลาสใน Cannes Lions School 2017 ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท กีวี และ คมคม โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย มีด สำหรับใช้ในครัว เเละ บริษัท มาร์เก็ตเธียร์ จำกัด ภายใต้โครงการ KOMKOM – Marketeer Creative Journey Cannes Lions 2017” พาเด็กไทย “ไอเดียคมคม” บินลัดฟ้าสู่เวที Cannes Lions 2017

ซึ่งที่มาของโครงการ KOMKOM – Marketeer Creative Journey Cannes Lions 2017 ” นั้นถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนน้องๆ นักศึกษาไทยให้ได้รับโอกาสดีๆ เดินทางไปเรียนรู้ ซึมซับแรงบันดาลใจ จากเวทีการประกวด  Cannes Lions 2017 และเข้าคลาสเรียนที่ Cannes Lions School โครงการพิเศษที่ทาง คานส์ ไลอ้อน จัดขึ้นเพื่อเป็น Work Shop ให้ความรู้แก่ เยาวชน จูเนียส์ครีเอทีฟจากทั่วโลก และนำกลับมาถ่ายทอดเพื่อเป็น “จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ” ให้กับเพื่อนๆ นักศึกษาทุกคน

 

ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับ พริมโรส – พิชญาภา ตัวแทนเด็กไทยจากโครงการ “KOMKOM – Marketeer Creative Journey” กันก่อน

จากเวทีประกวดหนังสั้น สู่เวที คานส์ ไลอ้อนส์ ที่ประเทศฝรั่งเศส : พิชญาภา และทีมประกอบไปด้วยเพื่อนร่วมคณะอีก 2 คน ได้แก่ นางสาวอริสรา ธีรจิตต์ และ นายปัญญา ชู กลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พวกเขาสนใจในการทำหนังสั้นส่งประกวดจนสามารถคว้ารางวัลที่ 3 จากเวทีประกวด “โครงการ ONDE Film Youth Camp เวทีประกวดหนังสั้นเพื่อสังคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ก่อนจะผ่านการคัดเลือกจากทาง คมคม และ พิชญาภา คือตัวแทนของทีมที่เดินทางไปยังเวที คานส์ ไลอ้อนส์ 2017

 

ถึงเวลา OnStage

บนเวที Marketeer Cannes The Winners 2017 พิชญาภาได้มีโอกาสขึ้นพูดเพื่อแชร์ความรู้ และ “แรงบันดาลใจ” ที่ได้รับกลับมาจากการเดินทางไปเข้าร่วม Cannes Lions School และเพราะอะไรคือเหตุผลที่คน Young Gen. ต้องเดินทางไป Cannes Lions!

Cannes Lions เปรียบเสมือนหอสมุดขนาดใหญ่ที่มี Learning Material มากมายเพื่อให้เราได้ไปศึกษา แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ “คน” ที่อยู่ภายในงาน ทุกคนคือผู้ที่สนใจเรื่องงานครีเอทีฟอย่างจริงจังเต็มไปหมด ทำให้เราได้มีโอกาสพบปะผู้คนที่หลาก มีโอกาสแชร์ประสบการณ์ และถือเป็นการขยายขอบเขตความรู้ของเราอย่างไม่ข้อจำกัด”

 

3 Academy จากโรงเรียนแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พิชญาภาเล่าต่อเกี่ยวกับตัวคอร์สของ Cannes Lions School  ซึ่งประกอบไปด้วย Creative Academy, Marketers Academy และ Media Academy

Creative Academy จะเน้นสอนเกี่ยวกับการสร้างผลงานครีเอทีฟทั้งหลาย ตั้งแต่การคิด การผลิตงานสร้างสรรค์  Marketers Academy จะเหมาะสำหรับคนที่สนใจในเรื่องของการทำการตลาด เรียนรู้การใช้ข้อมูลต่างๆ มา Analytic กับตัวเลข เพื่อนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และสุดท้ายคือ Media Academy คือ School ที่พริมเลือกเรียน คำว่า Media ในที่นี้ เป็นการรวมกันระหว่างการใช้สื่อในการทำการตลาด และรวมถึงการทำตัวผลงาน ตัวอย่างเช่น คลิปโฆษณาต่างๆ”

นอกจากพิชญาภาจะเป็นตัวแทนเด็กไทยเพียงคนเดียวแล้ว เธอยังอายุน้อยที่สุดใน Work Shop ครั้งนี้ และเธอมาในฐานะนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ เเละเพื่อนร่วมคลาสส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานแล้วในเอเจนซี่ต่างๆ จากทั่วโลก

“ยอมรับเลยว่า กดดัน ตรงที่เราไม่มีดีกรีอะไรเลย เรียนยังไม่จบ งานก็ยังไม่เคยได้ทำจริง แต่ตอนนั้นคิดเพียงอย่างเดียวว่า ทำไมฉันจะต้องยอมแพ้ แม้วันนี้ฉันไม่รู้ แต่พรุ่งนี้ฉันจะต้องรู้ให้ได้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองในครั้งนี้ เเละถือเป็นการเปลี่ยน แรงกดดันให้กลายเป็นแรงผลักดัน ได้เป็นอย่างดี และอีกหนึ่งความตั้งใจคือการเก็บเอาความรู้ แรงบันดาลใจ ประสบการณ์จากที่นี่ให้ได้มากที่สุด เพื่อกลับมาแชร์ต่อให้ทุกคนได้ฟัง”

 

Bumper Ads 6 วิ” ไม่ง่ายเลยที่จะเอาคนดูให้อยู่

พิชญาภา ยกหนึ่งในวิชาที่เธอสนใจ และได้เรียนจาก Cannes Lions School นั่นก็คือการทำ Bumper Ads บน YouTube โฆษณาความยา 6 วินาที ที่ไม่ง่ายเลยสำหรับคนทำโฆษณา

“แม้ว่า Bumper Ads บน YouTube จะไม่ใช่เรื่องใหม่ของคนทำโฆษณา หรือคนทำ Media แต่ลูกเล่นที่ว่าก็ยังคงน่าสนใจ และคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ จึงอยากหยิบเอาความตรงนี้ที่ได้เรียนมา มาแชร์ต่อให้กับทุกคนได้ฟังกัน

“เหตุผลหลักๆ ที่ YouTube สนับสนุนให้เกิดการทำ Bumper Ads นั้นมาจากผลรีเสิร์ทของทีมงานที่ว่า จากอดีตเราอาจจะบริโภคโฆษณาจากสื่อต่างๆ เฉลี่ยนอยู่ที่แค่ 500 ตัว แต่ปัจจุบันนั้นไม่ใช่แล้ว! การแข่งขันในการลงโฆษณาสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว หากเราต้องเสียเวลา 30 วินาทีในการรับชมโฆษณาวันล่ะไม่รู้กี่สิบตัว อาการเบื่อหน่ายต่อการต้องดูโฆษณาจึงขึ้นกับคนทั่วโลก”

“ด้วยเหตุผลที่ว่านี้ Creative Director จาก Google ที่ชื่อว่า Ben Jones จึงเป็นคนแรกที่คิดทำ Bumper Ads ขึ้นมา จากข้อมูลที่เก็บมาวิเคราะห์ พบว่าช่วงเวลา 6 วินาทีแรกของคลิป คือความยาวที่เหมาะที่สุด นอกจากจะไม่สร้างความน่าเบื่อให้กับผู้รับชมมากเกินไปแล้ว 6 วิที่ว่า ยังเป็นระยะเวลาที่พอดีสำหรับการสร้างเรื่องราว และเล่าเรื่องนั้นไปพร้อมๆ กันกับการโฆษณาที่ต้องกระฉับได้ใจความที่สุด นอกจากนั้นระยะเวลาที่ไม่ให้คนดูเบื่อยังทำให้เกิดการตอบรับกลับมาจากผู้รับชมได้ดีที่สุดอีกด้วย”

 

อะไรคือเหตุผลที่คน Young Gen. ต้องเดินทางไป Cannes Lions!

“เหล่าอาจารย์ที่คานส์ และสปีกเกอร์ทั้งหลายย้ำตลอดกับผู้เข้าร่วมคลาสทุกคนว่า นี่คือสเต็ปแรกของการเริ่มต้น พวกทุกคนที่อยู่ที่นี่คือ คนที่โชคดีมากที่ได้เริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย และสำหรับตัวพริมเองก็คิดว่าบนโลกนี้ มีคนเก่งอยู่เเค่ 2 ประเภท 1.คือคนที่เกิดมากพร้อมกับพรสวรรค์ ส่วนคนประเภทที่ 2 คือคนที่กล้าจะนับ 1 ก่อนคนอื่น และทำตัวเองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ซึ่งการจะเป็นคนเก่งแบบที่ 2 นั้นทุกคนสามารถเป็นแบบนั้นได้ ขอแค่ไม่หยุดที่จะขวนขวายหาโอกาส และการที่พริมได้มีโอกาสเดินทางไปเปิดประสบการณ์ที่ Cannes Lions ก็ถือว่าเป็นก้าวที่ 1 ของพริมเช่นกัน”

ก้าวที่ 1 ของพิชญาภานั้นไม่ได้มาจากโชคช่วย หรือจับฉลากได้ แต่เกิดจากความตั้งใจ และลงมือทำจริง เราคงไม่ได้มีโอกาสบ่อยนักที่จะได้เห็นเด็กปี 2 ที่ตั้งใจทำอะไรอย่างเป็นจริงเป็นจัง เริ่มตั้งแต่การฝึกฝนภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กเเละต่อเนื่อง พอเข้ามหาลัยก็มีโอกาสได้รวมกลุ่มรวมทีมกับเพื่อนเพื่อทำหนังสั้นส่งประกวดแทบทุกเวทีที่มีโอกาส จนสามารถคว้ารางวัลจากหลากหลายเวที รวมถึงได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยากรุงเทพอีกด้วย

จะเห็นว่าพิชญามีการเตรียมพร้อม “ก้าวที่ 0” เพื่อเปิดรับทุกโอกาสเสมอ และสิ่งที่พิชญานำกลับมาแชร์ให้กับทุกคนฟังในวันนี้ คือประสบการณ์จริงที่น่าจะเติมไฟ ปลุกความคิดให้กับใครที่ยังหาก้าวที่ 1 ไม่เจอ ขอให้คุณแค่เริ่มทำก้าวที่ 0 ให้ดีที่สุด และต่อจากนี้เชื่อว่าทุกคนจะไม่มีทางพลาด “ก้าวแรกแห่งความสำเร็จ” อย่างแน่นอน

พิชญายังกล่าวทิ้งท้าย สำหรับโครงการ KOM-KOMMarketeer Creative Journey ที่เปิดโอกาสให้เธอได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ถึงงาน Cannes Lions ไว้ว่า “เธออยากให้ทุกคนเห็นการเดินทางออกไปผจญภัย เรียนรู้ครั้งนี้ของเธอเป็นแค่ก้าวเล็กๆ ที่ทุกคนก็ทำได้ และวันนี้ทุกคนที่ได้รับฟังเรื่องราวอยู่ “คุณกำลังเริ่มนับก้าวที่ 1 ของคุณแล้ว” และหลังจากนี้ คือก้าวของคุณเองที่ห้ามหยุดและหันหลังเป็นอันขาด”

ติดตามข่าวสารเเละเรื่องราวอื่นๆ ของ KOM-KOM Creative Journey ได้ที่นี่

 


บทความที่เกี่ยวข้อง : ทำความรู้จัก “พริมโรส” พิชญาภา ตัวเเทนเด็กไทยจาก โครงการ “KOM-KOM – Marketeer Creative Journey Cannes Lions 2017 ”