ปฎิเสธไม่ได้ว่า “พิธีกรข่าว” กำลังยกสถานะตัวเองขึ้นเป็นผู้กำหนดชี้ชะตาว่ารายการข่าวช่องไหน จะอยู่รอดหรือจะโกยเรตติ้งที่มาพร้อมรายได้โฆษณามหาศาล ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ “เรื่องเล่าเช้านี้” ที่เมื่อไร้เงา สรยุทธ สุทัศนะจินดา เรตติ้งก็ดำดิ่งยอดโฆษณาหดหายจนผู้บริหารช่อง 3 ต้องรับสภาพด้วยการลดเวลาออกอากาศลงไปถึง 45 นาที จากเดิม จันทร์–ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 06.00-09.30 น เปลี่ยนเป็น 06.00-8.45 น.และมีแนวโน้มจะลดเวลาลงอีกหากสถานการณ์ย่ำแย่ไปกว่านี้

และเมื่อ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ไร้ตัวตนบนจอแก้ว (แต่ไปมีตัวตนในโลกออนไลน์) ต้องบอกว่า “พิธีกรข่าว” นาทีนี้ความสนใจของมหาชนพุ่งไปที่ “พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี” หรือที่เรียกกันว่า “คุณพุทธ” ของช่อง Amarin TV ที่นั่งแท่นพิธีกร 2 รายการคือ “ทุบโต๊ะข่าว” และ “ต่างคนต่างคิด” 

ในขณะที่ “ไทยรัฐ ทีวี” เองก็ต้องการพลิกเกมทีวีดิจิตอลเพราะอย่าลืมว่านี้คือ “เบอร์หนึ่ง” ในสนามข่าวสื่อสิ่งพิมพ์หากเป็นเพียง “มวยรองในสนามข่าวจอแก้ว” คงเสียทั้งศักดิ์ศรีและเรตติ้ง ทางออกของ “ไทยรัฐ” คือการดึงพิธีกรระดับท้อปของ Nation TV อย่าง จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ แต่ที่เซอร์ไพร์สนั้นคือ “ดีล” การจ้าง  “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” มาเป็นพิธีกรข่าวรายการ “ตีแสกหน้า”

ผู้กำหนดชี้ชะตา Amarin TV 

และไม่ใช่คำพูดที่เกินเลย หากจะบอกว่า 2 คนนี้คือตัวกำหนดเรตติ้งของช่อง โดยเฉพาะ “พุทธอภิวรรณ” ที่ต้องบอกว่าแทบจะเป็นผู้กำหนดชะตาความอยู่รอดของ Amarin TV สะท้อนจากเรตติ้ง “ทุบโต๊ะข่าว” 1.69 เป็นอันดับ 1 ของช่องขณะที่รายการอื่นๆของ Amarin TV ไม่มีรายการไหนที่สามารถมีเรตติ้งแตะ 1 ได้สักรายการเดียว (ข้อมูล Nielsen ประจำเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา)

จึงไม่ต้องแปลกใจที่เมื่อปีที่แล้ว “พุทธอภิวรรณ” ได้หายตัวไปจากจอช่อง Amarin TV อยู่พักหนึ่งพร้อมกับมีข่าวลือว่าเขาได้ยื่นใบลาออกพร้อมไปประจำการเก้าอี้ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางช่อง 3 ที่มาพร้อมค่าจ้างที่แตะ 1 ล้านบาทต่อเดือนลยทีเดียว แต่แล้วทุกอย่างก็หักมุมเมื่อ “พุทธอภิวรรณ” เลือกที่จะอยู่กับ Amarin TV โดยเบื้องหลังการเปลี่ยนใจครั้งนี้มีเพียงทีมผู้บริหาร Amarin TV กับ “พุทธอภิวรรณ” เท่านั้นที่รู้

สิ่งที่ทำให้ “พุทธอภิวรรณ” กลายเป็นพิธีกรข่าวแถวหน้า นั้นคือลีลาการจัดรายการที่ครบเครื่อง ดุเด็ดเผ็ดร้อน แม้จะถูกกลุ่มสื่อมวลชนและผู้ชมพูดว่านี้คือการ “ก๊อปปี้ สรยุทธ” มาทุกกระบวนท่า ยิ่งเมื่อบวกกับพฤติกรรมแย่งชิงซีนพิธีกรข่าวที่นั่งข้างๆ อย่าง “จิตดี ศรีดี” แล้วนั้นยิ่งที่ให้  “พุทธอภิวรรณ” โดนกระแสโจมตีจากชาวเน็ตรวมไปถึงสื่อ Mass จากช่องคู่แข่ง

แต่ดูทั้ง Amarin TV และ “พุทธอภิวรรณ” จะไม่ได้แคร์อะไรกับเรื่องนี้แม้แต่น้อยเพราะเรตติ้งยังคงแข็งแกร่ง และหากยิ่งลอง Insight พฤติกรรมคนไทยเมื่อไม่ชอบใครสักคนไม่ว่าจะในออนไลน์แล้วจอแก้วนั้นคือ  “ยิ่งเกลียด ยิ่งดู ยิ่งติดตาม” ในขณะที่กลุ่มแฟนคลับเขาเองก็ยังติดตามต่อเนื่อง

ไพร์มไทม์ ร้อนแรงแค่ไหน / ทุบโต๊ะข่าวไม่หวั่นไหว

หลักฐานที่พิสูจน์ชัดเจนนั้นคือเวลาออนแอร์ของรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.35 – 22.40 น.ซึ่งเป็นเวลาแห่งการแย่งชิงคนดู ที่ช่องอื่นๆ ต่างมีละครฟอร์มใหญ่เรียกเรตติ้งผู้ชมร่วมไปถึงรายการข่าวของช่อง Nation TV สุดท้ายคือการท้าชนกับรายการ Talk of the Town ของช่อง Work Point อย่าง The mask singer ที่ไม่ว่าจะ Season 1 หรือ 2  “พุทธอภิวรรณ” ก็ยังฟอร์มร้อนแรงรักษาเรตติ้งรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ไว้ในระดับคงที่

เพียงแต่ปัญหาของ Amarin TV ณ ตอนนี้คือผู้ชมต่างจดจำได้แค่รายการ ทุบโต๊ะข่าว,ต่างคนต่างคิด ทั้งๆ ที่ช่องยังมีรายการอื่นๆ อีกมากมาย และที่สำคัญทีมผู้บริหาร Amarin TV ต้องคิดเตรียมแผนไว้ล่วงหน้าหากวันใดวันหนึ่ง “พุทธอภิวรรณ” ไม่ได้ประจำอยู่ที่ช่องตัวเอง จะทำอย่างไรให้ทั้ง 2 รายการยังคงสร้างความนิยมได้เหมือนเดิม เพราะมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าหากรายการใดผูกติดกับพิธีกรอย่างกลมกลืนเมื่อพิธีกรคนนั้นต้องอำลาหายไปจากหน้าจอ “เรตติ้งดำดิ่ง” โฆษณาหดหายไปอย่างน่าตกใจ

ชูวิทย์ เกมเดิมพัน ของ ไทยรัฐ ทีวี

ในขณะที่ฝั่ง “ไทยรัฐ” ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการเลือก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” สวมบทบาทพิธีกรข่าว ในรายการ “ตีแสกหน้า” ซึ่งเป็นรายการที่อยู่ในช่วงเวลาของ ไทยรัฐนิวส์ โชว์ ออกอากาศจันทร์ – ศุกร์ 20.00 – 22.00 น (แต่เรตติ้งรายการ ตีแสกหน้า ถูกแยกออกมา)

โดยก่อนที่จะมารับทำงานนี้ ชูวิทย์ เองก็พยายามสร้างชื่อในบทบาทนักข่าว ด้วยการใช้เฟซบุ๊คส่วนตัว “ชูวิทย์ I′m Back” ที่มีคนติดตามถึง 1 ล้านกว่าคนโดยจัดรายการชื่อ “ชูวิทย์ TV รู้เช่น เห็นชาติ กับชูวิทย์” เพื่อใช้ในการสื่อสารกับฐานผู้ชมและกลุ่มแฟนคลับตัวเอง

ด้วยลีลาที่เน้นการนำเสนอแบบ “เร้าใจ” วิเคราะห์วิจารณ์ข่าวในสไตล์เชิงความคิดเห็นที่เข้มข้น ต้องบอกว่าเป็นจริตที่ถูกอกถูกใจชาวบ้าน แม้ในอีกด้านจะมีกระแสโจมตีเป็นระยะๆ ว่านี้เป็นรายการข่าวที่เน้นขายความดุดันของพิธีกร ที่ใช้แต่ความคิดเห็นส่วนตัวมากเกินไป

แต่ดูเหมือนทีมผู้บริหารช่อง “ไทยรัฐ ทีวี” จะไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้มากนัก เพราะต้องยอมรับว่า “ชูวิทย์” ได้มาช่วยสร้าง Brand Awareness ให้ผู้ชมรู้จักช่อง”ไทยรัฐ” มากขึ้น ยิ่งหากมาดู “เรตติ้ง” รายการ “ตีแสกหน้า” อยู่ที่ 1.28 เป็นอันดับสองของช่องในขณะที่รายการ “ถาม ตรง ตรง” ของอีกหนึ่งพิธีกรเก๋าเกมหน้าใหม่ของช่อง “ไทยรัฐ” อย่าง “จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์” มีเรตติ้งอยู่ที่ 0.83 เป็นอันดับ 4 ของช่อง

ความน่ากังวลใจของทีมผู้บริหารช่อง “ไทยรัฐ ทีวี” นั้นคือลีลาการนำเสนอแบบถึงลูกถึงคนของ “ชูวิทย์” นั้นมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกฟ้องร้องจาก “แหล่งข่าว” ที่ถูกพาดพิงจากการนำเสนอ

แต่ในเมื่อ “ชูวิทย์” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการปั้นเรตติ้ง “ไทยรัฐ ทีวี” ให้โดดเด่นกว่าในอดีต อีกทั้งทีมผู้บริหารสถานีคง บวก ลบ ความเสี่ยงแล้วว่า “งานนี้คุ้มมากกว่าเสีย” 

หากแต่ ณ เวลานี้สถานการณ์ “ไทยรัฐ ทีวี” เองก็ไม่ได้ “แตกต่าง” จาก Amarin TV นั้นคือการยึดติดในรูปแบบ One Man Show ที่มี “ชูวิทย์” เป็นพระเอกของรายการข่าว  แต่หากวันใดวันหนึ่งต้องไร้พระเอก ทีมผู้บริหารช่องต้องคิดให้หนักว่าจะหาใครมาทดแทน

“เพราะบุคลิกและการนำเสนอในสไตล์ ชูวิทย์ ถือเป็นอะไรที่ Unique ที่ยากจะหาใครมาแทนที่ได้”

 

เรตติ้งรายการข่าวใครเหนือกว่ากัน ?

 

 

เรื่อง : ฉลองศักดิ์ สุขใจธรรม