การขนส่งสินค้าทางเรือ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการทั่วโลก เพราะเป็นวิธีการที่มีต้นทุนต่ำและสามารถขนส่งได้ในปริมาณมาก เมื่อเทียบกับการขนส่งภาคพื้นดินหรือทางอากาศ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเคมีเหลว ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ต้องใช้ในอุตสาหกรรมแทบทุกแขนง จำเป็นต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย อีกทั้งความรวดเร็ว เพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง

ผู้ประกอบการที่เป็นยักษ์ใหญ่ในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางเรือของประเทศไทยคือ บมจ. พริมา มารีน (PRM) ซึ่งโลดแล่นอยู่ในธุรกิจนี้มายาวนานกว่า 30 ปี โดยประกอบธุรกิจให้บริการกองเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์น้ำมันกึ่งสำเร็จรูป และปิโตรเคมีเหลวทางเรืออย่างครบวงจร รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย รวมถึงมีธุรกิจที่ให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเลและการบริหารจัดการกองเรือ (Ship Management) โดยกลุ่มพริมา มารีน เป็นเจ้าของกองเรือกว่า 22 ลำ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560)

ธุรกิจเรือขนส่งฯ ของพริมา มารีน มีความแตกต่างจากการให้บริการเรือขนส่งสินค้าทางทะเลประเภทอื่น เนื่องจากการดำเนินธุรกิจขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์น้ำมันกึ่งสำเร็จรูปและปิโตรเคมีเหลวทางเรือนั้น ถือเป็นสินค้าพื้นฐานที่ใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม ทำให้ปริมาณความต้องการใช้บริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น ตามการเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศและในระดับภูมิภาค

ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการน้อยรายที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจประเภทนี้อย่างครบวงจร เนื่องจากต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก ประกอบกับเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามูลค่าสูง จึงต้องอาศัยบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินการ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และควบคุมคุณภาพสินค้าตามที่ลูกค้ากำหนดโดยไม่มีสารปนเปื้อน ตลอดจนสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบของการขนส่งทางเรือ โดยบริษัทฯ ถือเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเหล่านี้อย่างครบถ้วน จึงได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำเข้ามาใช้บริการ อาทิ ปตท. เชลล์ เชฟรอน บางจาก รวมถึงบริษัทหลายแห่งในต่างประเทศ

ความเชี่ยวชาญในธุรกิจและการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ทำให้ พริมา มารีน ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการให้บริการเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันและปิโตรเคมีเหลวของไทยและในภูมิภาคอาเซียน โดยสามารถผลักดันรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นธุรกิจดาวเด่นที่มีทิศทางน่าจับตามอง

ก้าวต่อไปของพริมา มารีน คือการลงทุนขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมีเหลว จึงมีแผนเดินหน้าระดมทุน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการให้บริการ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ พร้อมพัฒนาสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ทางเรืออย่างครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคในอนาคต …

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://investor.primamarine.co.th/ipo

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน