เหลือน้อยลงทุกทีแล้วโอกาสที่ภาพยนตร์ไม่ง้อ Computer Graphic แถมไม่ได้เป็นการนำการ์ตูน Super Hero นิยายดังหรือหนังภาคต่อมาขึ้นจอเงิน จะครองตำแหน่งหัวตาราง Box Office และยิ่งน้อยลงไปอีกที่ชื่อผู้กำกับจะเป็น ‘แบรนด์ขายได้’ มีแฟนพันธ์แท้ติดตามผลงานต่อเนื่องจนเป็นหลักประกันกับค่ายหนังว่าทุนสร้างก้อนใหญ่จะตอบแทนกลับมาเป็นตัวเลขรายได้น่าพอใจและไปไกลถึงคว้ารางวัลตามเวทีต่างๆ โดยสำหรับChirstopher Nolan รอดพ้นเงื่อนไขดังกล่าวมาได้อย่างเหนือชั้นด้วยการพา Dunkirk ผลงานเรื่องล่าสุด ทำเงินทั่วโลกหลังเข้าฉายเพียงสองสัปดาห์แรกไปเกือบ 240 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8,400 ล้านบาท) พร้อมคำชมล้นหลามจนคาดกันว่าหนังสงครามเรื่องนี้อาจส่งให้เขาคว้ารางวัล Oscar สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมได้เป็นครั้งแรก

Nolan เกิดเมื่อ 30 กรกฎาคม 1970 เป็นลูกคนกลางในครอบครัวที่มีพ่อเป็นผู้บริหารบริษัทโฆษณาชาวอังกฤษกับแม่ชาวอเมริกันที่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เพียง 8 ขวบเริ่มฉายแววผู้กำกับด้วยการนำ Footage การลงจอดบนดวงจันทร์ของ Apollo ที่ได้จากลุงผู้เป็นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (NASA) มาทำใหม่แบบ Stop Motion Animation โดยใช้ Star Wars หนังมหากาพย์สงครามอวกาศที่ ณ เวลานั้นภาคแรกเพิ่งเข้าฉายเป็นต้นแบบ อีก 3 ปีต่อมาเขาก็รู้ตัวผู้กำกับเท่านั้นคืออาชีพที่อยากเป็น

แม้เลือกเรียนระดับปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษ แต่ Nolan ก็เดินหน้าสานฝันสู่การเป็นคนทำหนังด้วยการสมัครเข้าชมรมภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัย และไม่นานก็ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าสมาชิกนั่งเก้าอี้ประธานชมรม โดยระหว่างนี้เริ่มคว้ารางวัลหนังระดับนักศึกษามาได้บ้าง หลังจบการศึกษาเลี้ยงชีพด้วยงานสารพัดในวงการภาพยนตร์เช่นผู้ช่วยตากล้องและผู้คัดเลือกร่างบทภาพยนตร์ พร้อมเก็บเงินทำหนังจากบทของตัวเองที่หวังว่าจะได้เงิน Studio มาพัฒนาเพื่อเข้าฉายในโรงอย่างจริงจัง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไม่เคยได้รับการตอบรับเลยจนมีจดหมายปฏิเสธกองเต็มห้องพัก

ในที่สุดปี 2001 Memento หนังที่เขาพัฒนาร่วมกับ Jonathan น้องชายคนเล็กซึ่งต่อยอดมาจากการคุยกันถึงโรคความจำเสื่อมก็มีนายทุนตอบรับ โดยการเดินเรื่องที่แปลกใหม่ทำให้หนังฆาตกรรมซ่อนเงื่อนเล่าถึงหนุ่มความจำเสื่อมแต่ต้องมาสืบหาคนทำร้ายเขาและฆาตกรผู้คร่าชีวิตแฟนสาว ทุนสร้างเพียง 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 315 ล้านบาท) เรื่องนี้กวาดรายได้เกือบ 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1,400 ล้านบาท) รวมไปถึงคำชมหล่นหลม และยังไปไกลถึงเข้าชิง Oscar สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมกับตัดต่อยอดเยี่ยมปีนั้นด้วย ชื่อเสียงจากหนังเรื่องนี้ส่งให้ปีถัดมาค่ายหนัง Warner Bros. ต่ดต่อให้เขากำกับ Insomniaหนังแนวใกล้เคียงกันที่ดัดแปลงมาจากหนังนอร์เวย์ ด้วยทุนสร้างก้อนใหญ่ขึ้นและมี Robin Williams นักแสดงตลกคนดังพลิกมารับบทตัวร้าย ซึ่งปรากฏว่าหนังกวาดทั้งรายได้และคำชมเช่นเคย

ความสำเร็จต่อเนื่องดังกล่าว ปี 2005 Warner Bros.จึงเลือก Nolanมาคืนชีพ Batman ที่ล้มเหลวกับการขึ้นจอเงินครั้งก่อน โดยถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหลังหนังอุดมทัพนักแสดงดังเรื่องนี้โกยรายได้ทั่วโลกมหาศาล อีกทศวรรษถัดจากนั้นเขาก็มีผลงานออกมาอีก 6 เรื่อง ในจำนวนนี้ The Dark Knight และ Inception คือ2 ผลงานโดดเด่นและถูกจดจำมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องหลังที่ผู้กำกับหนุ่มลูกครึ่งรายนี้เล่าเรื่องซับซ้อน อธิบายยากอย่างการจารกรรมความฝันได้ทั้งสนุก ชวนทึ่งและตื่นตาตื่นใจ

ปีนี้ Nolan กลับมาด้วย Dunkirk ซึ่งเล่าถึงการช่วยเหลือทัพทหารฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกทัพนาซีปิดล้อม โดยจากการเดินเรื่องแบบไม่ตรงตามลำดับเวลา (Non-Linear) อย่างที่ถนัด เน้นอารมณ์ สร้างบรรยากาศบีบเค้น และการถ่ายทำที่สมจริง เสริมด้วยภาพมุมกว้างจากกล้อง I-MAX ต่างจากหนังสงครามทั่วไปทำให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกของทหารราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริงจนกลายเป็นหนังทำเงิน มีการวิเคราะห์กันว่าเหตุที่ทำให้ผลงานของ Nolan ครองความสุดยอดตลอดมาทั้งรายได้และคำชม เพราะมีแก่นเรื่องน่าสนใจสามารถขยายเป็นหนังทำเงินได้ (Big Blockbuster Idea) และเวลาในหนังทุกเรื่องไม่เดินเป็นเส้นตรง โดยประเด็นหลังผู้กำกับอัจฉริยะวัย47 ปี ขยายความว่าเป็นชั้นเชิงที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบตั้งแต่เขียนบทและต้องให้สอดคล้องกันไปจนจบ ไม่ใช่ใช้อย่างฉาบฉวยเพื่อหลอกคนดูเท่านั้น / wikipedia ,esquire ,theguardian