ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กในปีที่ผ่านมามูลค่า 35,000 ล้านบาท เป็นตลาดทีมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ แม้เด็กเกิดน้อยลง แต่พ่อแม่ยุคใหม่ก็ทุ่มเงินให้กับลูกมากขึ้น

ณธนพร เอื้อวันทนาคูณ เจ้าของร้าน April’s Bakery เห็นโอกาสในตลาดเด็ก จากที่เธอได้กลายเป็นคุณแม่ และพบว่า ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กยังมีช่องว่างในการทำตลาดอยู่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูป 10,000 ล้านบาท และ เบบี้ไวพส์ 2,000 ล้านบาท เป็นตลาดที่สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องจากการซื้อมาใช้แล้วหมดไป จับมือกับ พิมกานต์ ศิวพฤกษ์ และพินทองทา คุณากรวงศ์ (ชินวัตร) เปิดตัวสินค้าแผ่นรองอเนกประสงค์  Table Tab ซึ่งเป็นแผ่นรองโต๊ะใช้แล้วทิ้งสำหรับเด็ก ภายใต้แบรนด์ เปปเปอร์มินท์ ซึ่งเป็นไทยที่จ้างโรงงานผลิตแผ่นรองอเนกประสงค์ ที่รับผลิตให้แบรนด์ baby r us ในอเมริกา ทำตลาดในประเทศไทย เจาะกลุ่มเป้าหมายพ่อแม่ยุคใหม่ระดับมิด-ไฮเอนด์ ที่พาลูกทานข้าวนอกบ้านเป็นประจำ และมองว่าโต๊ะตามร้านอาหารไม่สะอาดพอที่เด็กจะเก็บอาหารที่หล่นบนโต๊ะเข้าปาก

โดยแบรนด์ เปปเปอร์มินท์ นี้ไม่เกี่ยวกับแบรนด์ เปปเปอร์มินท์ ฟิลด์  แต่อย่างใด แต่ที่มาของชื่อแบรนด์มาจากชื่อกระต่ายเปปเปอร์มินท์ซึ่งเป็นโลโก้ของสินค้า

การตลาดของ เปปเปอร์มินท์ ในระยะแรก เน้นจำหน่ายสินค้าผ่าน @line และร้านค้าออนไลน์ที่เกี่ยวกับแม่และเด็ก และร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับไฮเอนด์ พร้อมทำตลาดไปยังสื่อออนไลน์ผ่านดารา เซเลป เช่นกุ๊บกิ๊บ แนน ปิยะดา เบนซ์ พรชิตา และอื่นๆ ซึ่งเป็นเพื่อนในวงการของ 3 หุ้นส่วนแบรนด์ แนะนำสินค้า ด้วยการนำสินค้าไปให้ทดลองใช้ และเมื่อเซเลปใช้และถูกใจจะเป็นผู้โปรโมทผลิตภัณฑ์นี้ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คเอง และเซเลปบางคนยินดีที่จะให้ถ่ายคลิปรีวิวสินค้าอัพโหลดบนโซเชียลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่ง พิมกานต์ มองว่า แผ่นรองอเนกประสงค์ สามารถสร้าง awareness จากเซเลปได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะขยายไปยังห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอล์และเซ็นทรัลเพื่อเกิด awareness และeducate กลุ่มเป้าหมายที่มาใช้บริการในห้าง และสร้างความมั่นใจในแบรนด์มากขึ้น

นอกจากนี้ เปปเปอร์มินท์ มีแผนเปิดตัวสินค้าอีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม และผ้ากันเปื้อนแบบพกพา ที่ใช้แล้วทิ้ง เข้ามาเสริมธุรกิจในปีนี้ ซึ่งณธนพรคาดหวังว่าหลังจากเปิดตัวสินค้าครบ 3 ผลิตภัณฑ์ จะสร้างรายได้ในระยะแรก 500,000 บาท ต่อเดือน ก่อน ก้าวกระโดดไปยัง 60 ล้านบาทต่อปีในปีหน้า

สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจส่วนหนึ่งมาจากพลังของหุ้นส่วน โดยเธอมีแผนงานในการโปรโมทสินค้าทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ ผ่านเครือข่ายของพินทองทาทั้ง SC Access โรงพยาบาลพระราม9 และทำ CSR ผ่านโครงการ CRS ของไทยคม เช่นบริจาคสินค้าไปยังมูลนิธิเด็กต่างๆ ที่ไทยคมให้การสนับสนุนอยู่เป็นต้น รวมถึงขยายไปยังตลาดอเมริกา ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลี ซึ่งเป็น 4 ตลาดหลักที่ 3 หุ้นส่วนมี relation ship กับพาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศ

แม้สินค้าของเปปเปอร์มินท์จะเป็นสินค้า OEM จากโรงงานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ แผ่นรองอเนกประสงค์ แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม และผ้ากันเปื้อนแบบพกพา อยู่แล้วผลิต และติดแบรนด์ ซึ่งใครๆ ก็สามารถจ้างผลิตและติดแบรนด์เข้ามาทำตลาดได้ แต่พิมกานต์ มองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาโรงงานที่มีคุณภาพ เพราะเธอได้เซ็นสัญญากับโรงงานให้ผลิตติดแบรนด์สินค้าที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้เพียงแบรนด์เดียว