สมาร์ทโฟน ได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีคนทั่วโลกสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ไปพร้อมๆ กับสร้างการเติบโตให้แบรนด์มือถือเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะซัมซุง ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากตลาดแอนดรอยด์ที่มีสัดส่วนมากถึง 80% ของตลาดโลก ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมผ่านมือถือ ที่เข้ามาตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้บริโภคในแต่ละเซ็กเมนต์

                ในประเทศไทย เรียกได้ว่า ซัมซุงเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ ในภารกิจเยี่ยมธุรกิจในไทยของ ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เป็นครั้งแรกที่เขา พบปะสื่อมวลชน และ Marketeer ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพูดคุยในครั้งนี้

 

ขับเคลื่อนตลาดด้วยเทคโนโลยี

                ดีเจ โกห์ เล่าถึงความสำเร็จของซัมซุง โมบาย ที่ขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ไตรมาส 3 /2011 มากจากการให้ความสำคัญในการเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี จากการมองประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนคือสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ อย่างล่าสุด S8 และ S8+ ที่พลิกโฉมประสบการณ์และนวัตกรรมของสมาร์ทโฟน ด้วยหน้าจอไร้กรอบ และดีไซน์ที่สวยล้ำ

โกห์ ได้ยกตัวอย่างความเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในฐานะเป็นรายแรกของโลก นับตั้งแต่การเปิดตัว phone, TV phone ในปี 1999 มือถือเครื่องแรกของโลกที่รองรับระบบเทคโนโลยีโครงข่ายใหม่ๆ ทั้ง WCDMA ในปี 2003 รองรับระบบ TD-SCDMA ในปี 2004  HSDPA ปี 2005 และGiga LTE ในปี2017 ซึ่งยังไม่รวมนวัตกรรมอื่นๆ ที่เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน เช่น Galaxy Note สมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่มาพร้อมกับ S Pen และซอฟท์แวร์ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกสบายในการ in put และ out put ข้อมูลอย่างรวดเร็ว เช่น พิมพ์ข้อความด้วยลายมือ เป็นต้น และทำให้ Galaxy Note เป็นสมาร์ทโฟนที่เติบโตมากในประเทศไทย

ซัมซุงไทยอันดับ 2 ในเซาส์อีสเอเชีย

                วันที่สมาร์ทโฟนไทยเริ่มใกล้จุดอิ่มตัว จากข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งชาติพบว่า อัตราการจำหน่ายสมาร์ทโฟนต่อปีเฉลี่ย 18-20 ล้านเครื่อง จากการนำสมาร์ทโฟนมาใช้ของผู้บริโภคในประเทศไทยสูงถึง 90%

“ตลาดประเทศไทยมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากแบรนด์จีนที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด ผู้ผลิตชาวจีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำสมัย ซัมซุงได้ศึกษาคู่แข่ง เรียนรู้จากคู่แข่ง และพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาจุดยืนและตำแหน่งในตลาด ตามปรัชญามุ่งเน้นการสร้างเทคโนโลยี  นวัตกรรม เพราะวันนี้สมาร์ทโฟนต้องเป็นมากกว่าสมาร์ทโฟน สร้างประสบการณ์การใช้ให้กับผู้บริโภค”

                แต่ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับซัมซุง

ดีเจ โกห์ มองผู้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นกลุ่มที่แข็งแรงที่สุดในภูมิภาคเซาส์อีสเอเชีย และซัมซุงประเทศไทยเติบโตเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคนี้ รองจากอินโดนีเซียที่มีความได้เปรียบด้านประชากร จากนโยบายจากรัฐบาลที่จะผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล  

“บนทิศทาง Thailand 4.0 ซัมซุง โมบาย เข้ามามีบทบาทใน Digital Transformation ของประเทศในด้านต่างๆ ในด้านเทคโนโลยี 5G ซัมซุงลงทุนมหาศาลที่ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ผลักดันเครือข่าย 5G และการผลักดันสูงสังคมไร้เงินของภาครัฐตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ซัมซุงเปิดตัว Samsung Pay ในประเทศไทยเมื่อต้นปีนี้เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภค”

 “การเข้ามาของ Samsung Pay เชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตการชำระเงินรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงบัตรเครดิต เดบิต ด้วยสมาร์ทโฟน และพอยต์สะสม โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Samsung Pay มีการใช้งานมากกว่า 240 ล้านธุรกรรมทั่วโลก  จากพันธมิตรธนาคารและสถาบันการเงินมากกว่า 870 แห่ง และคาดว่า Samsung Pay จะเติบโตขึ้นอีกมากในอนาคต

จีน-ญี่ปุ่น คือความท้าทาย

                ในประเทศอื่น ซัมซุง โมบาย อาจเป็นหนึ่งในตลาด แต่สำหรับประเทศจีน และญี่ปุ่น ซัมซุงยังไม่สามารถเข้ามาตีตลาดได้ง่ายนัก อย่างประเทศญี่ปุ่นตลาดสมาร์ทโฟนถูกนำโดยไอโฟน และตามมาด้วยพานาโซนิค ส่วนจีนถึงแม้จะเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล แต่ก็มีคู่แข่งแบรนด์จีนคุมตลาดนี้อยู่

                “โจทย์ของซัมซุงคือ เข้าไปสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใน 2-3 ปีนี้ โดยเฉพาะประเทศจีนเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับซัมซุง และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะรับฟังความต้องการของลูกค้าชาวจีนเพื่อให้เราสามารถนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ผ่านอุปกรณ์คุณภาพสูง เช่น Galaxy S8 และ S8+ จับตลาดไฮเอนด์ รวมถึงให้ความสำคัญกับตลาดมิดเอนด์เพื่อผลักดันให้เกิดการเป็นผู้นำตลาดในทุกเซ็กเมนต์”

                การรุกตลาดด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของซัมซุง ไม่ใช่เฉพาะนวัตกรรมบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ทิศทางของซัมซุง โมบายในอนาคตยังรวมถึงการเชื่อมโยงสมาร์ทโฟนไปยังคลาวด์และ IoT ที่จะเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของผู้บริโภคในอนาคตด้วย

 

เรื่อง : ณัฐจิตต์ บูราณทวีคูณ วลัยรัตน์