นับตั้งแต่ปี 2015 ต้องบอกว่า “ตลาดกล้องดิจิทัล” ได้ผ่านพ้น “จุดต่ำสุด” มาแล้วหลังจากที่กล้อง “Mirrorless” ได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้รับรู้ว่า สิ่งที่ทำให้ภาพสวยคือเซ็นเซอร์และเลนส์ แม้กล้องสมาร์ทโฟนจะได้เปรียบด้วยขนาดที่พกพาง่าย แต่ยังไงซะก็ทำแทนไม่ได้หรอก

เซลฟี่” ยังมีอยู่

นี่จึงทำให้ปีที่ผ่านมาตลาดกล้องดิจิทัลมูลค่า 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวน 400,000 เครื่อง กว่า 70% ถูกครอบครองด้วยกล้อง  Mirrorless ที่ขยับตัวจาก 120,000 เครื่องในปีก่อนหน้า มาเป็น 200,000 เครื่อง หากไม่มีปัญหาเรื่องการผลิตคาดว่าจะขยับไปสู่ 250,000 เครื่องด้วยซ้ำ

“ปีที่ผ่านมาแข่งขันแรงสุดคือกลุ่มแมส ในระดับราคา 20,000 – 30,000 บาท ซึ่งมีสัดส่วน 70% ของตลาด ที่ชูจุดขายเซลฟี่เพื่อจับกลุ่มผู้หญิง ปีนี้ยังมีเซลฟี่อยู่ แต่แบรนด์หันมาให้ความสำคัญในระดับเมเจอร์ หรือ 30,000 บาทขึ้นไปมากขึ้น” ธนสิทธิ์ เธียรกาญจวงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางตลาดกล้องในปี 2017

โตเท่าไหร่อยู่ที่ช่วง “ปลายปี”

ธนสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า ตลาดกล้องในปีนี้จะยังสามารถเติบโตได้อยู่ ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เช่น ความนิยมในการโพสภาพจากการเดินทางท่องเที่ยว กระแสการใช้ Facebook Live และอื่นๆ เห็นได้จากช่วยไตรมาสแรกกล้อง  Mirrorless มีการเติบโต 30-40%

ที่สำคัญยังมีเทรนด์ที่กล้อง Mirrorlessจะค่อยๆปรับราคาขึ้น สังเกตได้จากกลุ่ม Mass Model มีการปรับราคาขึ้นมา20-25% จาก 10,000 ปลายๆ เป็น 20,000 กลางๆ ซึ่งจะเข้ามาผลักดันให้มูลค่าตลาดสูงขึ้น แต่จะเติบโตได้แค่ไหนก็ต้องดูจากครึ่งปีหลังที่เป็นช่วงกล้องดิจิทัลเฟื่องฟูที่สุด

“แต่ก่อนกล้อง Mirrorless จะเติบโตในกลุ่มกลางราคา 20,000 – 30,000 บาท เพราะคนสนใจมากขึ้น ซึ่งพอมีสัดส่วนที่มากขึ้น แบรนด์ต่างๆก็อยากให้ผู้บริโภค ขยับขึ้นไปเล่นในรุ่นที่สูงขึ้น ซึ่งก่อนนี้กลุ่มบนจะเป็นกลุ่มผู้ที่ต้องการสำหรับการใช้งานจริงๆ หรือเพื่อเชิงพาณิชย์”

“ทำให้สินค้าในช่วงครึ่งปีแรกที่ออกมาเป็นกลุ่มกลาง – บนเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ครึ่งปีหลังน่าจะเห็นกล้องในระดับราคา 30,000 บาท เข้ามาเยอะขึ้นทั้งการลดราคาลงมาและสินค้าใหม่ที่จะเข้ามาในตลาด ซึ่งก็ต้องลุ้นว่า สินค้ากลุ่ม Mass Model รุ่นใหม่จะกระตุ้นตลาดได้ดีแค่ไหน”

ต้องกระตุ้น “มือใหม่” ให้เป็น “ขาประจำ”

เหตุผลหลักที่ทำให้แบรนด์ต้องออกสินค้าในราคาที่สูงขึ้น นอกจากยอดขายที่หวังให้สูงขึ้นแล้ว สิ่งที่แบรนด์กล้องต้องการคือการต่อยอดไปยังอุปกรณ์เสริม เช่นเลนส์และแอกเซสซอรีต่างๆ นั้นเพราะแบรนด์กล้องต่างรู้ดีว่า ที่ผ่านมาการเติบโตของกล้อง  Mirrorless ถูกผลักดันด้วย “New Ures” ที่กว่า 50% เป็นผู้หญิงที่ซื้อด้วยจุดขาย “ฟรุ้งฟริ้ง หน้าเนียน” ต่างจากอดีตที่กลุ่มผู้เล่นกล้องส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ที่ซื้อด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

จึงทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่มีการต่อยอดในเรื่องเลนส์น้อย เพราะคิดว่าเท่าที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว โจทย์จึงอยู่ที่ต้องทำให้ผู้หญิงปลี่ยนพฤติกรรมจาก อยากถ่ายรูปค่อยหยิบขึ้นมา กลายมาเป็นขาประจำให้ได้ ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์กล้องสามารถต่อยอดเลนส์เข้าสู่ตลาดได้ ซึ่งนอกจากกลยุทธ์ของแบรนด์กล้องที่พยายามสื่อสารโดยใช้ อินฟลูเอ็นเซอร์ที่เป็นผู้หญิงแล้ว สิ่งที่ บิ๊ก คาเมร่า ทำคือการEducation กลุ่มผู้หญิงผ่านการการจัด Work Shop ที่มีทุกอาทิตย์

จัด “อีเว้นท์” กระตุ้นยอดขาย

ขณะเดียวกันในระหว่างที่รอให้กล้องรุ่นใหม่ๆเปิดตัว ที่ส่วนใหญ่จะออกมาในเดือนตุลาคม ก็ต้องมีการระตุ้นตลาดให้ไม่เงียบเหงาด้วยโปรโมชั่น ซึ่ง ธนสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งตลาดกล้องอยู่ได้ด้วยโปรโมชั่น เพราะโมเดลไม่เยอะมาก ขณะเดียวกันรุ่นๆหนึ่ง จะขายได้ 1.5-2ปี ถ้าไม่ทำก็ขายไม่ออกเหลือค้างสต็อก นอกจากนี้ยังต้องชักจูงให้แบรนด์กล้องหันมาทำโปรโมชั่นบันเดิลกล้องกับเลนส์ ที่ ธนสิทธิ์ เชื่อว่า ต่อไปจุดขายของกล้องคือเลนส์ ที่สมาร์ทโฟนไม่มี

โดยจัดอีเว้นท์ที่ถือเป็นตัวกระตุ้นยอดขายของบิ๊ก คาเมร่า ใช้ชื่องานว่า “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โปรเดย์ ครั้งที่ 11” ใช้งบกว่า 10 ล้านบาทในการจัดเต็มพื้นที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 34 แบรนด์ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 800,000 คน

ธนสิทธิ์ บอกว่า ครั้งก่อนๆจะไม่ค่อยมีสินค้าเข้าร่วมหลากหลาย แต่ปีนี้จะมีรุ่นที่เยอะขึ้น และจัดงานนานขึ้น 1 วัน รวมถึงการใช้โปรผ่อน 0% สูงสุด 24 เดือน ที่ดึง กรุงศรีเฟริสช้อย เข้ามาร่วม ทำให้สามารถผ่อนได้ระยะเวลาที่นานและตรงกับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ซึ่งลึกๆแล้วเป็นการแก้จุดอ่อนที่ก่อนหน้านี้ธนาคารที่เข้าร่วมยังมีฐานลูกค้าที่ไม่มากและหลายหลายมากนัก

นอกจากนี้อีเว้นท์แล้วอีกหนึ่งกลยุทธ์ของบิ๊ก คาเมร่า คือการขยายร้านที่มีอยู่ 3 โมลเดลในมือภายใต้งบลงทุน 60 ล้านบาท ได้แก่ “บิ๊ก คาเมร่า” ร้านจำหน่ายกล้องดิจิตอลและอุปกรณ์ปัจจุบันมี 222 สาขา จะขยายเพิ่มอีก 10 สาขา “บิ๊ก โมบาย” ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือจะเปิดให้ครบ 50 สาขา จากที่มี 35 สาขา สุดท้าย Wonder Photo Shop by Big Camera ซึ่งเป็นธุรกิจภาพถ่ายและงานพิมพ์ต้องการขยายให้ครบ 7 สาขา จากปัจจุบันที่มี 3 สาขา

ทั้งหมดนี้ ธนสิทธิ์ เชื่อว่า จะช่วยให้ บิ๊ก คาเมร่า เติบโต 10-20% ได้อย่างแน่นอน เผลอๆจะโตได้มากกว่านี้อีก หากสินค้าที่ออกมาในช่วงปลายปี “ปัง” โดนใจผู้บริโภค

 

 

 

 

เรื่อง : ถนัดกิจ จันกิเสน