ในปี 2016 ตลาด TV มีมูลค่า 23,000 ล้านบาท และในปี 2017 พานาโซนิคคาดการณ์ว่าตลาดจะมีมูลค่าประมาณ 27,000 ล้านบาท ซึ่งยอดจำหน่ายอยู่ที่ 2 ล้านเครื่องเท่ากันทั้งปี 2016 และ ปี 2017 โดยที่มูลค่าที่เพิ่มขึ้นนั้นจะมาจากการที่ผู้บริโภคเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่และซื้ออัพสู่ 4K นั้นเอง

โอกาสที่ทำให้ตลาดด้านมูลค่าเติบโตคือ การถึงอายุการใช้งานของทีวีเก่าและผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่จากระบบ HD หรือ Full HD แบบเดิมสู่ 4K ในระดับหน้าจอ 42 นิ้วขึ้นไป โดยที่แนวโน้มตลาด TV 4K รวมถึง ตลาด OLED มีการเติบโตขึ้นทุกปี และปี 2016 TV 4K ได้ก้าวสู่ส่วนแบ่งตลาด 30% ของตลาดทีวีทั้งหมด และในปี 2017 คาดว่าจะสูงถึง 50% และในปี 2018 จะก้าวกระโดดไปที่ 70% ของตลาดรวมทั้งหมด

 

 

โดยสิ่งที่ช่วยเสริมตลาด TV 4K ให้เติบโตนั้นคือเรื่องราคาซึ่ง 4K ได้ปรับราคาลงมาร่วมปีละ 10% จนในปี 2017 ราคาเฉลี่ยตัวเริ่มต้นขนาด 40-43 นิ้วอยู่ที่ 20,000-24,000 บาท รวมถึงการกระตุ้นตลาดด้วยโปรโมชั่นและแคมเปญจากแบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายตลอดทั้งปีอีกด้วย

OLED TV เรื่อย ๆ แต่โตมหาศาล

            ด้านตลาด OLED TV ถึงแม้ว่ายังไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะเนื่องจากราคาที่แพงมากแต่ก็สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2016 มีจำนวน 2,500 เครื่อง แต่ในปี 2017 นี้จะสามารถเติบโตได้ถึง 10,000 เครื่อง หรือโตกว่า 400% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016

 

ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ OLED TV เติบโตได้แม้มีราคาที่สูงมากนั้นคือ กำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับบนที่ต้องการคุณภาพทีวีในระดับฮอลลีวูดทั้งเรื่องเฉดสี และสีดำสนิทที่ต้องตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด

ฬุริยา บรรจง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ภาพและเสียง บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เชื่อว่าปีนี้พานาโซนิคจะสามารถทำยอดขายในตลาด OLED TV ที่ 1,000 เครื่อง หรือ 10% ของตลาด OLED TV ทั้งหมด

โดยสิ่งที่ทำให้ฬุริยา เชื่อมั่นนั้นคือ พานาโซนิคเป็นแบรนด์ที่ทำตลาดด้านเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลกมาเป็นเวลาเกือบ 100 ปี โดยประเทศไทยก็เป็นประเทศสำคัญที่สุดสำหรับพานาโซนิคในอาเซียน โดยเรือธงอย่าง Panasonic VIERA OLED TV ที่พานาโซนิคได้นำนวัตกรรมจอภาพ OLED ผสานกับ 4K Hexa Chroma Drive Pro ที่เป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยีด้านภาพ เอกลักษณ์เฉพาะพานาโซนิค ควบคู่ไปกับการพัฒนาร่วมกันกับทีมสร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวูด ทำให้ได้ภาพที่ดำสนิท สีสันคมชัดทุกเฉดสี สมจริง ดังที่ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการ หรือตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด นอกจากนี้พานาโซนิคยังได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ มาพัฒนาในผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นอื่น ๆ เพื่อนำเสนอคุณภาพที่ดีที่สุดต่อผู้บริโภค

สำหรับการตัดสินใจเลือกซื้อ OLED ของผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกใน 3 ปัจจัยด้วยกันได้แก่

  1. สีดำต้องดำสนิท ต้องดำสนิททุกพิเซลในภาพสีดำไม่มีสำดำที่สว่างออกมาหรือดำไม่สนิท โดยสีดำที่ดำสนิทจะให้อารมณ์ในระดับเดียวกับภาพยนต์ฮอลลีวูด
  2. เฉดสีที่สดใสสมจริงเหมือนได้เข้าไปสัมผัสเอง ซึ่งในเทคโนโลยีของ OLED สามารถให้เฉดสีได้ถึง 6 สี แบบ 3 มิติ ซึ่ง 4K ทำได้แค่ 3 สี
  3. ความพรีเมี่ยมจากขนาดหน้าจอใหญ่ตั้งแต่ 66 นิ้วขึ้นไป และดีไซด์ภายนอกที่พรีเมียม

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาพานาโซนิคสามารถทำรายได้ทั่วโลกในปี 2016 ที่ 7.3 ล้านล้านเยน  โดยตั้งเป้าในปี 2017 ที่ 7.8 ล้านล้านเยน โดยผลิตภัณฑ์ TV เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้ายรายได้ให้แก่พานาโซนิคได้ทั่วโลก

เน้นตลาด Premium Market

              สำหรับกลยุทธ์ในปี 2017 ของพานาโซนิค ประเทศไทย ในผลิตภัณฑ์ TV นั้นคือ เน้น Premium Market โดยผลักดันและนำเสนอสินค้า 4K และ OLED TV สู่ตลาดให้มากขึ้น โดยพานาโซนิคตั้งเป้าเติบโตในสินค้า TV ที่ 10% ในปี 2017 ดังนี้

  1. มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์เรือธงของ OLED และ 4K TV
  2. มุ่งนำเสนอสินค้าคุณภาพแก่คู่ค้า
  3. มุ่งสู่การสื่อสารการตลาดตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยนำเสนอสัญลักษณ์ Japan Quality สู่ตลาดเพื่อนำประโยชน์ที่แท้จริงสู่แก่ผู้บริโภค
  4. นำเสนอ Key Message “ดำสนิททุกพิกเซล ให้ภาพคมชัดทุกเฉดสี” สำหรับเรือธงอย่าง OLED TV
  5. เน้นย้ำผลิตภัณฑ์ ณ จุดขาย โดยเพิ่มจำนวนร้านค้าที่ขาย 4K เดิมที่มีอยู่ 200 ร้านค้า เป็น 400 ร้านค้าในปี 2017 นี้ ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมหน้าร้านเพื่อสาธิตสินค้า โดยตั้งเป้ามากกว่า 30 ร้านค้า และจัดกิจกรรมมากกว่า 10 ครั้ง
  6. พัฒนาบุคลากรขายสินค้า เพื่อต่อยอดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพพนักงานขายหน้าร้าน ด้วยการเพิ่มจำนวนพนักงานขายที่มีประสิทธิภาพให้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมเพิ่มความรู้ความสามารถแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มรางวัลและแรงจูงใจในการขายสินค้า 4K