ไฟล์ .GIF หรือที่เรามักออกเสียงว่า “ไฟล์ กิ๊บ” บ้าง “ไฟล์ จิฟ” บ้าง ซึ่งชื่อเต็มๆ ของไฟล์ประเภทนี้คือ Graphics Interchange Format หรือตัวย่อคุ้นตาคือ .GIF ไฟล์ภาพกระดุ๊กกระดิ๊ก ถูกคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Steve Wilhite เมื่อเกือบๆ 30 ปีก่อน

ในช่วงแรกไฟล์ GIF ถูกใช้ในอุตุนิยมวิทยาเพื่อรายงานการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพอากาศ ก่อนที่จะแพร่หลายสู่ยูสเซอร์ทั่วไป สำหรับการผลิตไฟล์ GIF ที่ง่ายสุดในสมัยก่อน คือการนำภาพนิ่งหลายๆ ภาพที่มีแอคชั่นต่อกัน มาจัดเรียงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น Adobe ImageReady และสั่งให้ภาพรันแบบวนลูปไปเรื่อยๆ

ตลอด 30 ปี ไฟล์ประเภท GIF ไม่เคยหายไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้นกว่าเดิมทั้งในฝั่งของยูสเซอร์ และในตลาดคอมเมอร์เชียล / การโฆษณา

 

“หากจำกันได้ GIF ถูกใช้ในโปรแกรมเมสเซนเจอร์ยอดฮิตยุค 90 อย่าง MSN Messenger ทั้งในรูปแบบตัว Emoji รวมถึงบางคนใช้แทนตัวอักษรที่พิมพ์ส่งหากัน (อ่านยากมากๆ หากใครใช้แทนตัวอักษร)”

 

Facebook ผู้ชุบชีวิต ไฟล์ .GIF ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง

ในช่วงแรกของ Facebook เริ่มต้นด้วย ตัวอักษร (Text) บวกกับ ภาพนิ่ง (Photo) เป็นหลัก ก่อนที่จะดันภาพเคลื่อนไหวอย่างวิดีโอ (Video) ให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่น่าเสียดายที่ช่วงแรก Facebook กับมองข้ามการใช้งาน GIF ไปอย่างไม่ใยดี

“รุ่นเเรกๆ ของ GIF บน Facebook ส่วนใหญ่จะเป็นการแชร์ในรูปแบบการ แชร์ลิงค์ คือต้องกดไปที่ลิงค์นั้นๆ ก่อน (เปิดหน้าต่างใหม่) ถึงจะรับชมภาพ GIF แบบขยับได้”

แน่นอนว่าการแชร์ลิงค์ ทำให้ยูสเซอร์ผู้ใช้ Facebook ส่วนใหญ่ไม่คลิกตาม การใช้ GIF บน Facebook ในช่วงแรกจึงไม่เป็นที่นิยมมากนัก และปล่อยให้ยูสเซอร์แฟนพันธุ์ GIF ทั้งโลกหงุดหงิดอยู่นาน

 

จนในปี 2015 สื่อทั่วโลกเริ่มตีข่าวเกี่ยวกับการเปิดใช้งานไฟล์ GIF บนแพลตฟอร์ม Facebook และความฝันของแฟนพันธุ์ GIF ทั่วโลกก็เป็นจริง

ทาง Facebook ก็เริ่มสนับสนุนไฟล์ประเภท GIF อย่างจริงจังขึ้นเป็นลำดับ โดยเริ่มจากการเปิดให้ยูสเซอร์สามารถแชร์ลิงค์ภาพ GIF ลงบนไทม์ไลน์ส่วนตัวได้ และมีปุ่มรูป GIF แสดงไว้อย่างชัดเจน ทำให้เพื่อนๆ ของเราสามารถกดดูแอนนิเมชั่นเคลื่อนไหวของภาพได้ทันที โดยไม่ต้องคลิกลิงค์ออกไปยังเว็บไซต์เหมือนแต่ก่อน

หลังจากนั้นก็เริ่มเปิดให้ “คอมเม้นท์ด้วยภาพ GIF ได้” พร้อมๆ กับ “เปิดให้ใช้ GIF ในการสนทนาส่วนตัวบน Messenger ได้เช่นกัน

“ยุคทองของ GIF จึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับความฮาน้ำตาไหล ช็อตตลก ช็อตฮาจากหนัง และคลิปวิดีโอมากมายถูกเปลี่ยนภาพ GIF เพื่อแสดงอารมรณ์บางอย่าง แทนสติ๊กเกอร์ หรือ อีโมจิ แบบเดิมๆ”

รวมถึงเว็บไซต์ที่เปิดบริการเปลี่ยนไฟล์ภาพและวิดีโอ ให้เป็นไฟล์ GIF ก็ผุดขึ้นมากมาย เพื่อรองรับยูสเซอร์ที่ต้องการครีเอทภาพนามสกุล GIF ไปใช้งาน เช่น giphy.com , makeagif.com , gifmaker.me และอีกหลายต่อหลายเจ้า รวมถึงแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนสำหรับสร้างภาพ GIF โดยเฉพาะอีกหลาย App. (Search คำว่า “GIF MAKER” บน AppStore หรือ PlayStore และลองโหลดมาเล่นดูได้เลย)

 

 

“ทำง่าย สนุก เล่าความรู้สึกได้มากกว่าภาพนิ่ง เฟรนด์ลี่กับจำนวนดาต้าไม่เปลืองอินเตอร์เน็ตเวลาดู และพ้อยสำคัญที่สุดคือ “ความฮา” ที่ภาพ GIF บางชิ้นกลายเป็น Meme ที่เอามาล้อกันได้ทุกยุคทุกโอกาส”

 

จากยูเซอร์ใช้ขำๆ เปลี่ยนเป็นคอนเทนต์ที่แบรนด์ไหนก็อยากทำ

เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ / แอดมินเพจ ทั้งหลายที่มีหน้าที่ดูแล และค่อยผลิตคอนเทนต์ให้กับเพจ Facebook ของเบเรนด์ต่างๆ ก็เห็นถึงโอกาสในการนำ GIF มาใช้เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกใจลูกเพจ

การทำคอนเทนต์ด้วย GIF จะสามารถสร้าง  engagement ให้กับแฟนเพจได้มากกว่าภาพนิ่ง แถมยังให้ข้อมูลได้เท่าเทียมกับภาพนิ่ง และเมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมคนทำคอนเทนต์จะไม่เลือกใช้ล่ะ!

ฮิตสุดของ GIF คอนเทนต์ คงหนีไม่พ้น เกมที่ผู้เล่นต้องเล็งให้ภาพอะไรบางอย่างที่วิ่งๆ ไปมา หยุดพอดีกับกรอบ / เฟรม ที่วางไว้ (คิดภาพไม่ออก เชิญรับชม)


นอกจากเกมให้แฟนเพจได้กดกันเล่นๆ สนุกมือ “GIF ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเล่นเกม” อย่างคอนเทนต์ของ Bar B Q Plaza ด้านบน ยังเปิดให้ผู้ร่วมสนุก แคปจอและโพสต์เพื่อลุ้นของรางวัลอีกต่อ

 

เล่าเรื่องความรู้สึกง่ายๆ สไตล์ GIF

GIF เป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ด้วยลักษณะการเคลื่อนไหวของภาพ ทำให้ผู้ที่รับสารสามารถเก็ทกับข้อความอะไรบางอย่างได้ภายในไม่กี่วิ หรืออาจเป็นการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้นใช้ผู้อื่นเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตัวอย่างจากเพจ BRIEF HERE ที่ให้ลูกเพจมาเล่าอารมณ์ความรู้สึกของบรีฟงานที่ได้รับมาวันนี้ด้วยภาพ GIF (นี่มันซีนอามรมณ์ชัดๆ มาเต็มทุกคอมเม้นต์)


 

ภาพเดียว ขยับนิดหน่อย ได้ข้อมูลเต็มๆ

นอกจากนำมาใช้เป็นเกม นำมาเล่าเรื่องราว GIF ยังทำหน้าที่เป็น โบรชัวร์ ทำหน้าที่บอกโปรโมชั่นหรือให้ข้อมูลสินค้าได้ครบจบในภาพเดียวและไม่กี่วินาทีอีกด้วย

ตัวอย่างเช่นงานจาก เพจ KFC ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมนู Drive-Thru ถึง 4 เมนูภายในคอนเทนต์เดียว


 

คิดจะใช้ GIF ต้องมีเรื่องราวที่อยากพูดก่อน!

เชื่อว่าผู้อ่านที่ติดตามอ่านคอนเทนต์นี้มาถึงหัวข้อนี้ได้ คงมีความรู้สึกว่าอยากมี GIF เป็นของตนเอง หรืออยากเอา GIF ไปใช้ในเพจบ้างแล้ว แต่การใช้ GIF และการสร้างคอนเทนต์ที่ว่าไม่ใช่จู่ๆ อยากได้ GIF อยากมีเหมือนเพจอื่นบ้างแล้วก็ลงมือทำเลย

เพราะการจะใช้ภาพ GIF ที่ดีในคอนเทนต์ “ต้องเริ่มจากการคิดว่าเราจะสื่อสารอะไรก่อน” แม้ภาพ GIF จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ในบางครั้งที่เราต้องการจะสื่อสารอาจจะเหมาะสมกว่า ตัวอย่างเช่น เพจรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว อาจต้องหันไปใช้การอัพโหลดภาพเป็นอัลบั้มภาพเพื่อคุณภาพรูปภาพที่สวยงามกว่า หรืออาจใช้คลิปวิดีโอช่วยในการให้เห็นถึงบรรยากาศ และใช้ GIF ในการเล่นเกมแจกของรางวัล

ดังนั้นการที่คนทำเพจทั้งหลายจะเลือกใช้เครื่องอะไรในการผลิตคอนเทนต์นั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และเหมาะกับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารออกไปด้วย

 

 

เเละท้ายที่สุดแล้ว เชื่อว่าไฟล์ .GIF จะอยู่ยงคงกระพันบนโลกออนไลน์ไปได้อีกหลายยุคหลายสมัย เพราะด้วยความง่าย สื่อสารได้สำเร็จรูป ไม่เปลืองดาต้าเวลาดูเวลาโหลด รวมถึงความฮาไม่จำกัด ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์เฉพาะของ GIF ที่เทคโนโลยีไม่อาจลบล้างความเก๋าของไฟล์ GIF ที่มีมาตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อนลงได้

 

มาดูภาพ GIF ยอดฮิต ที่กลายเป็น MEME ระดับโลกกัน