ตลอด 4 ปีต่อจากนี้ภาพรวมของอวงการยานยนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง โดย BMI บริษัทวิจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน และอุสาหกรรมหลายด้านซึ่งมีสาขาทั่วโลกคาดว่า ปี 2017-2021ยอดการผลิตรถยนต์ในฟิลิปปินส์และเวียดนามจะขยายตัวมากถึง 300% และ 80% ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รายได้ของประชากรวัยทำงาน กำลังซื้อและความต้องการรถคันแรก ส่งผลให้อุตสาหกรรมด้านนี้ของทั้ง2 ประเทศโตมากสุดในภูมิภาค แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ

แนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวสร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมยานยนต์ทั้ง 2 ประเทศ โดยโดยในฟิลิปปินส์ Mitsubishi เตรียมเปิดโรงงานปั้มขึ้นรูปโลหะแผ่นป้อนให้โรงงานผลิตรถยนต์อีกต่อหนึ่งใน 2018 เพราะคาดว่ายอดขายรถจะเพิ่มขึ้น 50% ขณะที่ Toyota และค่ายรถอื่นๆ ต่างเพิ่มกำลังการผลิตหลังรัฐบาลทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านเหรีญสหรัฐ (ราว 17,500 ล้านบาท) เพื่อผลักดันให้ประเทศกลายเป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญใน ASEAN ส่วนในเวียดนาม ค่ายรถทั้งของยุโรปและเอเชียอย่าง Citroen ,Peugeot และ Hyundai ก็ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตเช่นกัน

ทั้งนี้แม้อุตสาหกรรมยานยนต์ในฟิลิปปินส์และเวียดนามจะขยายตัวแต่ยังห่างไกลจากยักษ์ใหญ่ของภูมิภาคในหลายด้านโดยตามข้อมูลของ BMI ระบุว่าเมื่อถึงปี 2021 ยอดการผลิตของอินโดนีเซียและไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,45,000 ล้านคันและ 1,005,000 คันตามลำดับ ทิ้งห่างของฟิลิปปินส์และเวียดนามซึ่งอยู่ที่เพียง 390,000 คันและ 100,000 คันตามลำดับ ขณะในเรื่องสัดส่วนการครอบครองรถต่อสัดส่วนประชากร มาเลเซียกับไทยสูงถึง 83% และ 52% สวนทางกับของฟิลิปปินส์และเวียดนามซึ่งอยู่ที่เพียง 6% และ 2% ตามลำดับเท่านั้น

ที่มา : bloomberg.com