เพราะไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแถมยังผลิตเอง-จัดจำหน่ายเอง จึงทำให้สินค้าประเภท House Brand มีราคาถูกกว่าสินค้าสินแบรนด์อื่น ๆ ที่อยู่ในประเภทเดียวกัน

เพราะ ‘ราคา’ คือเป็นจุดเด่นของสินค้า House Brand ที่ทำให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าไปใช้ในราคาที่เป็นธรรม แต่ก็ด้วยเหตุผลในเรื่องของ ‘ราคา’ นี่แหละที่กลายเป็นปัญหาทำให้สินค้าประเภท House Brand ดูเป็นของถูก เป็นของไม่มีคุณภาพ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า Look Cheap จนผู้บริโภคมองข้ามไป ยอมจ่ายให้กับสินค้าแบรนด์อื่น ๆ แม้มันจะแพงกว่าเพราะค่าโฆษณาหรือค่าวางสินค้าในร้านก็ตาม

ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย ด้วยปัญหาตรงนี้ Marketeer จึงอยากจะขอหยิบยก Case Study หนึ่งที่ได้จากการไปฟังในงาน BBS : BRAVIS BRANDING SEMINAR ที่จัดโดย BRAVIS บริษัทออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้กับแบรนด์ดังทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็คือแบรนด์ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ที่ต้องการจะให้พวกเขา ทำให้สินค้า House Brand ดูแพงและพรีเมี่ยมมากขึ้น

ปัญหาของสินค้า House Brand 7-11 ในไต้หวัน คือแพ็กเกจจิ้งที่จืดชืดและมีแต่โลโก้ของ 7-11 จึงทำให้ถูกโดนเมินเมื่อวางอยู่บนเชล์ฟที่รายรอบไปด้วยสินค้าประเภทเดียวกันจากแบรนด์อื่น ๆ

BRAVIS จึงเข้าไปแก้ปัญหาด้วยการออกแบบแพ็กเกจจิ้งใหม่ โดยมีข้อแม้ว่า เมื่อมองแว้บแรกผู้บริโภคยังต้องรู้อยู่ว่ามันคือสินค้าที่มาจาก 7-11 ซึ่งวิธีการแก้ไขของพวกเขาก็คือการออกแบบภาพรวมของแพ็กเกจจิ้งให้เหมือนกับแบรนด์ทั่ว ๆ ไปให้ดูมีความเป็นพรีเมี่ยมมากที่สุด ไม่โดนแบรนด์อื่นกลืนเมื่อวางอยู่บนเชล์ฟ พร้อมกับแปะโลโก้ของ 7-11 ลงไปให้ถูกจุด

ผลที่ได้ไม่ใช่แค่ตัวสินค้าที่ดูพรีเมี่ยมขึ้น โดดเด่นมากขึ้น แต่ยังรวมไปถึงกระแสของการรีแพ็กเกจจิ้งสินค้า House Brand ใหม่ สร้างความ Wow ให้กับผู้คนและนั่นก็รวมไปถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย