เรื่องต่อไปนี้ จะดู HR หน่อยๆ แต่เหมาะสำหรับผู้บริหาร และ HR ทุกสำนักในการเรียนรู้ที่จะรู้จักและบริหารคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าพนักงาน ที่นับวันจะกลายเป็นทรัพยากรที่สำคัญของบริษัท

                การตัดสินใจเลือกงานของเด็กจบใหม่และพนักงานเดิม ถ้ามองโดยภาพรวมแล้วจะนิยมเลือกงานจากทำเลที่ตั้งของสถานที่ทำงาน เดินทางสะดวก, ชื่อเสียงบริษัท และ เพื่อนร่วมงาน เป็น 3 ปัจจัยที่สำคัญที่สุด และสิ่งที่แตกต่างกันคือ เด็กจบใหม่จะมองเรื่องช่วงเวลาในการทำงานที่ยืดหยุ่น  และผู้บังคับบัญชา หัวหน้า เป็นปัจจัยในการตัดสินใจ ส่วนพนักงานเดิมจะมองที่คุณค่าของบริษัท และตารางการทำงาน เป็นหลัก และเชื่อมั่นว่าในแต่ละองค์กรก็มีพนักงานแต่ละรุ่นที่มีความแตกต่างจากกัน จากข้อมูลของ จ๊อบส์ ดีบี  ได้สรุปพฤติกรรมการทำงานของ Gen X-Y-Z ไว้อย่างน่าสนใจ

Gen X

พนักงานกลุ่มนี้เกิดในระหว่างปี 2506-2526 เป็นกลุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควรจากช่วงวิกฤตด้านการเงินครั้งใหญ่อย่างวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือแม้แต่แฮมเบอเกอร์ ที่ส่งผลกระทบกับบริษัทถึงขั้นปิดตัว หรือลดจำนวนพนักงานลง พวกเขามองการทำงานคือการสร้างความมั่นคงในสายอาชีพตัวเอง จาก Gen X บางกลุ่มเป็น Generation แรกในครอบครัวที่ได้เรียนหนังสือจบปริญญา และมองว่าการเติบโตในสายอาชีพจากการทำงานในองค์กรเดียวจนวันเกษียณเหมือน Baby Boomer เป็นความคิดที่ล้าสมัย  

                สิ่งที่ทำให้รักษาพนักงานกลุ่มนี้ให้อยู่ทน พร้อมสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานคือ การให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนา ให้โอกาสเกิดความก้าวหน้าในวิชาชีพ และชีวิตส่วนตัว รวมถึงรับฟังคำถาม ข้อเสนอแนะ และตอบข้อสงสัยกับพนักงานอย่างซื่อตรงและจริงใจ บนการทำงานที่ตรงต่อเวลาและถูกต้องแม่นยำ

 

Gen Y

                เป็น Gen ที่มีปริมาณประชากรพนักงานที่มากที่สุดในองค์กร และเป็น Gen ที่เป็นตัวของตัวเองที่สุด มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พวกเขามองว่างานที่สำคัญคืองานที่มีความหมายและเป้าหมายที่ท้าทาย และสถานที่ทำงานเป็นแหล่งรวมความรู้จากทั่วโลกและมีความหลากหลาย

                ด้วยความอยากเรียนรู้ของ Gen Y สิ่งที่ดึงดูดพวกเขาเหล่านั้นให้อยู่กับองค์กรเห็นจะเป็นเรื่องการส่งอบรมระยะสั้นๆ ที่มาพร้อมกับการให้ผลตอบแทนตามความต้องการเฉพาะบุคคล เช่นการตั้งบประมาณให้ก้อนหนึ่งเพื่อให้นำไปซื้ออะไรก็ได้เพื่อเป็น reward จากการทำงาน และการสื่อสารถึงพนักงานกลุ่มนี้จะต้องสื่อสารตอกย้ำหลายช่องทาง ทั้งทางไลน์ และทางอีเมล์เป็นต้น

 

Gen Z

                Gen น้องใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เป็น Gen ที่เติบโตมาพร้อมสื่อโซเชียล และดิจิทัล เป็นกลุ่มที่มองว่าทุกที่สามารถเป็นออฟฟิศนั่งทำงานได้ ชอบการสอนงานแบบตัวต่อตัว ไม่ชอบให้ว่า ติเตียนต่อหน้าคนอื่น และมองว่างานที่ท้าทายความสามารถเป็นงานที่น่าสนใจ ช่วยให้ตัวเองได้หลุดจากคอมฟอร์ดโซนจากงานเดิมๆ และการถูกชมในความสามารถเป็นเหมือนการให้รางวัลอย่างหนึ่ง

 

นพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ได้ยกตัวอย่างการบริการทรัพยากรบุคคลที่น่าสนใจ อย่างเช่นศรีจันทร์  ของรวิศ หาญอุตสาหะ ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นองค์กรขนาดเล็กที่เป็นที่รู้จักมากนัก รวิศ ใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างเช่นเฟซบุ๊กส่วนตัวโพสต์เรื่องราวต่างๆ เพื่อให้เกิดการแชร์ในวงกว้าง สร้าง Employer Branding ทำให้ชื่อเสียงบริษัทศรีจันทร์โอสถผู้ผลิตแป้งศรีจันทร์เป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนี้ด้วยกฏของศรีจันทร์คือไม่มีการเกษียณอายุ และพนักงานส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มคนอายุ 70 ปีขึ้นไป ส่วนพนักงานใหม่เป็นกลุ่ม Gen Y ซึ่งทั้งกลุ่มนี้ความห่างทาง Generation และอายุมาก ทำให้การทำงานไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวิศ ได้ใช้วิธีแบ่งงานตามความถนัด และเป็นงานที่ไม่ต้องทำงานร่วมกันมากนัก โดยเขาค้นพบว่าพนักงานรุ่นเก๋า ให้ทำงานอยู่ฝ่ายจัดซื้อ จากความสามารถในการต่อรองสูง เพราะเกิดมาในยุคสมัยซื้อสินค้าตามตลาดที่ต้องอาศัยการต่อสินค้าจากแม่ค้ามากกว่าเดินห้าง และพนักงานรุ่นนี้มีความซื่อสัตย์สูงจนแทบไม่ต้องตรวจสอบ ซึ่งผลปรากฏว่าพนักงานกลุ่มนี้สามารถจัดซื้อสินค้าได้ในราคาที่ซัพพายเออร์แอบโอดครวญ ส่วนคนรุ่นใหม่มีหน้าที่คีย์ข้อมูลและอื่นๆ จากความเชี่ยวชาญด้านการใช้งานคอมพิวเตอร์และดิจิทัลเป็นอย่างดี

หรือแม้แต่องค์กรใหญ่อย่างมิตรผล ที่เน้นซื้อใจพนักงานด้วยการปรับและสร้างวัฒนธรรมให้คุณค่าและการใช้ชีวิตของพนักงาน เช่นโปรแกรม recognition ให้ CEO เขียนจดหมายถึงพ่อแม่ของพนักงานที่มีผลงานดี เพื่อแสดงความชื่นชม เป็นต้น

 

 

เรื่อง : ณัฐจิตต์ บูราณทวีคูณ วลัยรัตน์