เราอยู่ในวัฒนธรรมแห่งคำว่า ได้ เพราะเราไม่อยากทำให้หัวหน้า ครอบครัว และเพื่อน ผิดหวัง เราจึงพูดคำว่าได้ บ่อยมาก ทั้งๆ ที่ความจริงเราควรจะบอก ไม่ ก็ตาม

สถาณการณ์เหล่านี้ เรียกว่า Overcommit หรือ การตั้ง Commitment ไว้สูงเกิน

ซึ่งการทำอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่บางครั้งสิ่งที่เราพยาพยามจะไขว่คว้า ไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรให้กับเรา มากไปกว่าการขีดฆ่าสิ่งนั้นออกจากรายการที่ต้องทำ


Diana Kander จาก HBR เล่าว่า “ปัญหานี้เกิดขึ้นในองค์กรใหญ่มากมาย และทำให้ความสามารถของพนักงานถูกจำกัดลง เพราะไม่กล้าที่จะบอกว่า ไม่

บ่อยครั้งที่เธอพูดคุยกับองค์กรที่มีวัฒนธรรม ฉันทำได้… เธอขอให้พนักงานทุกคนหลับตา แล้วช่วยยกมือขึ้นถ้าพวกเขาเห็นด้วยว่าโปรเจคที่กำลังทำอยู่ ไม่น่าประสบความสำเร็จ หรือไม่คิดว่ามันจะสร้างคุณค่า… ทุกครั้ง คนส่วนใหญ่จะยกมือขึ้น ถึงแม้จะไม่สูงมาก แต่พวกเขาก็ยก เพราะลึกๆ แล้วพวกเขาไม่เห็นด้วย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดความรู้สึกออกมา

ในทุกอุตสาหกรรม ทุกบริษัทกำลังแข่งขันกันสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภคไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณต้องสร้างคุณค่านั้นให้เร็วก่อนคู่แข่งด้วย ในการทำเช่นนั้น คุณต้องกล้าพูด ได้ กับไอเดียที่ยอดเยี่ยมจริงๆ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ การปฏิเสธ ไอเดียดีๆ มากมายที่ยังไม่ดีพอ

มาดูกันว่า วิธีการฝึก Mindset แบบนี้มีขั้นตอนอะไรบ้าง

 

1.สร้างระบบที่ประเมินคุณค่า

แทนที่จะบอก ได้ หรือ ไม่ ทันที คุณสามารถให้คะแนนกับสิ่งที่กำลังจะทำได้ 0-5 ดาว หรือ 1-10 คะแนน ลองถามคนในแต่ละองค์กรว่า ตัวชี้วัดที่สำคัญที่จะวัดไอเดียที่ดีนั้นควรมีอะไรบ้าง อาจจะเป็น ต้นทุน จำนวนคนที่ได้รับผลประโยชน์ ผลกระทบต่อลูกค้า การสร้างมูลค่าของแบรนด์ และอื่นๆ อีกมาก

ครั้งต่อไปเวลามีไอเดียใหม่และต้องการแทรกงานเดิม จะได้เอามาประเมินเบื้องต้นก่อนว่าคุ้มค่าหรือไม่

 

2.ตั้งใจดูสัญญาณเตือนให้ดี

ในปี 2005 มีสิ่งที่ประดิษฐ์ที่ชื่อว่า Playpump ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก Playpump หน้าตาเหมือนม้าหมุนตามสนามเด็กเล่นทั่วๆ ไป แต่ทันทีที่หมุนปั๊มน้ำที่อยู่ด้านล่างจะทำงานและดูดน้ำขึ้นมา ไอเดียนี้ฟังดูแล้วดีมากเพราะเด็กๆ ได้เครื่องเล่น ส่วนคนก็ได้ปั๊มน้ำที่ไม่เสียเงิน ทำให้คนใจบุญมากมายบริจาคเงินเพื่อนำ Playpump 4,000 เครื่อง ไปติดตามหมู่บ้านในแอฟริกา ลองชมคลิปดูกัน

โอเค ถึงเวลาต้องบอกความจริงแล้ว โครงการ Playpump ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะเด็กไม่สามารถเล่นได้นานมากพอจะผลิตสูบน้ำมาใช้ (เล่น 15 นาทีก็เหนื่อยแล้ว) ในขณะเดียวกันผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็ไม่พอที่จะมาหมุนปั๊มนี้

ปัญหาเกิดจาก ไม่มีการทดลองเอาปั๊มนี้ไปใช้ก่อน ไม่มีการนำร่องสัก 5-10 เครื่อง เพราะถ้าทำการเอาไปลองใช้ที่แอฟริกา ก็จะพบความจริงตั้งแต่แรก.. ในชีวิตคุณอาจจะไม่เคยประสบกับโครงการที่ใหญ่ขนาด Playpump แต่อาจต้องเคยเสียเงินและเวลาไปกับอะไรที่เป็นจริงไม่ได้.. เพราะฉะนั้น แค่ไอเดียฟังดูดี และตื่นเต้น ไม่ได้แปลว่ามันจะเวิร์คกับทั้งโลกนะ

 

3.รู้สึกดีกับการพูด “ไม่”

มันง่ายที่จะบอก ไม่ กับไอเดียแย่ๆ แต่การบอก ไม่ กับไอเดียที่ดี จะเปิดโอกาสที่ใหญ่กว่าสำหรับคุณ

Steve Jobs ภูมิใจในตัวเองเวลาต้องพูดว่า ไม่ เพราะเขารู้ว่าเขาได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยในงานปี 1997 เขาเล่าวว่า “ผู้คนคิดว่าการโฟกัส คือการพูด ได้ ในสิ่งที่พวกเขาต้องทำ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด การโฟกัส หมายถึง การพูด ไม่ กับไอเดียดีๆ อีกมากมายต่างหาก คุณต้องเลือกทำอย่างพิถีพิถัน… ผมภูมิใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ พอๆ กับสิ่งที่ได้ทำเลย นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ จากการบอก ไม่ กับ เรื่องเป็น 1,000 เรื่อง”

Diana นำแรงบันดาลใจจาก Steve Jobs มาสร้างระบบที่ประเมินคุณค่าแบบข้อแรก และจะบอก ไม่ กับทุกอย่างที่ได้ต่ำกว่า 7 คะแนน เธอจึงอยากเชิญชวนให้ทุกองค์กร โดยเฉพาะองค์กรที่มีเรื่องให้ทำไม่หยุดหย่อน ลองประเมินดูว่าสิ่งที่ทำมันคุ้มค่า และสร้างคุณค่าให้กับคนที่ลงมือทำจริงรึเปล่า

 

4.ให้โอกาสกับผู้ที่กล้าริเริ่ม

ถ้ามีพนักงานคนไหนที่มีไอเดียที่น่าสนใจ และมีความเป็นไปได้ ปล่อยให้เขาเป็นคนหัวหน้าโครงการนั้น

ในช่วงแรกๆ ของ Uber มีผู้จัดการคนใหม่เสนอไอเดียที่น่าสนใจขึ้นมา เนื่องจากเขาสังเกตเห็นการใช้ Group Code ของ Uber จากงานอีเวนต์ใหญ่ๆ ซึ่งหากจะทำฟีเจอร์นี้ให้สำเร็จ อาจจะต้องใช้พนักงานประจำทำหน้าที่ดูแลโค้ดตลอดเวลา

แต่ผู้นำของ Uber ในตอนนั้น ตัดสินใจให้ผู้จัดการคนนี้ดูแลโครงการ และทำระบบนี้ทั้งหมด พร้อมจัดทีมงาน และเช่าห้อง Airbnb ให้ในช่วงวันหยุด เพื่อช่วยกันระดมสมองให้เต็มที่… ในเวลาไม่กี่วัน บริการนี้ก็สำเร็จ และพร้อมสำหรับลูกค้า 50,000 คนในตอนนั้น

นี่คือตัวอย่างของการบอก ได้ กับไอเดียที่คุ้มค่าจริงๆ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนหนึ่งคนควรรู้ คือ คุณสามารถเรียนรู้ที่จะบอก ไม่

เมื่อคุณเดินออกจากโอกาสที่ไม่ได้สร้างคุณค่าต่อตัวเอง และองค์กร คุณจะมีเวลาและพลังงานเพื่อจะบอก ได้ กับสิ่งที่สำคัญจริงๆ

 

ที่มา : Harvard Business Review