การซ่อมบ้านไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก ในอดีตการจะหาช่างมาซ่อมบ้านสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย วิธีตามหาช่างก็คงหนีไม่พ้นถามคนรู้จัก เปิดสมุดหน้าเหลือง หรือ ดึงจากโฆษณาที่แปะตามเสาไฟฟ้าแล้วสุ่มโทรไป

ที่สำคัญช่างที่ได้ก็ไม่รู้จะไว้ใจได้ไหม? เป็นช่างจริงๆหรือเป็นโจรย้อมแมวมา? จะทิ้งงานไหม? สารพัดเรื่องจุกจิกกวนใจ แต่วันนี้ภาพเหล่านั้นกำลังจะหมดไปเมื่อมี “เอสซี เอเบิล” ที่กำลังจะเข้ามาฉีกกรอบแบบเดิมๆ ให้การตามหาช่างมาซ่อมบ้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

ว่าแต่เค้าคือใครละ?

จาก “แผนก” สู่การยกสถานะขึ้นเป็น “บริษัท”

Marketeer พามาทำความรู้จักกับ “เอสซี เอเบิล (SC Able)” ผ่านการพูดคุยกับคุณสมศักดิ์ เธียรธีรวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซี เอเบิล จำกัด ที่ได้เล่าว่า แต่เดิม เอสซี เอเบิล เป็นแผนกบริการหลังการขาย ที่อยู่ภายใต้ “เอสซี แอสเสท” หรือ SC ต่อมาได้ถูกยกสถานะขึ้นเป็นบริษัท มีทุนจดทะเบียนสูงถึง 100 ล้านบาท

คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เหตุผลที่ถูกยกสถานะนั้นมาจากยุทธศาสตร์ SC ยุค 4.0 ที่คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกาศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ผ่านยุทธศาสตร์ 3 ข้อได้แก่ 1. เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ด้วยมิติของ human-centric มากกว่า customer-centric, 2. ค้นหา pain point ในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย และ 3. ประสานนวัตกรรมเข้ากับที่อยู่อาศัย

เพราะ “เอสซี แอสเสท” รู้ดีว่าคุณภาพบริการหลังการขายเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่ลูกค้าให้ความสำคัญที่สุด จากการวิจัย brand health check ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งภายในปี 2562 ทาง SC จะมีลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์แล้วรวมกว่า 16,000 ครอบครัว และตัวเลขนี้จะเติบโตทุกๆปี

ปัญหาคือ ช่างเพียง 200 คนที่มีอยู่เดิมไม่อาจรองรับปริมาณงานที่กำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพื่อให้คุณภาพของบริการหลังการขายเติบโตไปพร้อมกับปริมาณของลูกค้า แผนที่จะรับมือจึงออกมาเป็น “เอสซี เอเบิล” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิด “ช่างมืออาชีพในปริมาณที่เพียงพอ”

“ไม่เคยมีดีเวลลอปเปอร์รายไหน ที่จะแยกส่วนบริการหลังการขายออกมาเป็นบริษัท ในความเป็นจริงการซ่อมบ้านยังมีช่องวางเติบโตได้อีกเยอะ ซึ่งการศึกษาพบว่า มูลค่าการซ่อมบ้านของไทยอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 3-5% ในขณะที่มีจำนวนบ้านอยู่ถึง 20 ล้านครัวเรือน ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลกว่า 6 ล้านครัวเรือน นี่จึงกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เรามองเห็น”

มือโปรของทุกบ้าน

คุณสมศักดิ์ เธียรธีรวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจใหม่บริการหลังการขายครบวงจร บริษัท เอสซี เอเบิล จำกัด

ภายใต้การนำของคุณสมศักดิ์ ผู้ที่มีประสบการณ์ในงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 15 ปี เอสซี เอเบิล จะมุ่งให้ความสำคัญกับงานบริการหลังการขายแบบครบวงจร ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใต้สโลแกน “Your Home in Good Hands – มือโปรของทุกบ้าน” โดยวาง Vision เป็นบริษัทบริการหลังการขายในใจชื่อแรก คุณภาพมาตรฐานระดับสูง ครอบคลุมทุกบริการสําคัญ ในขณะที่ Mission คือ ดูแลทุกงานปัญหา ให้บริการคุณภาพสูง ปัญหาต้องหายขาด ทํางานรวดเร็ว พัฒนา และสร้างมาตรฐานใหม่ให้งานบริการหลังการขายในเมืองไทย

โดยมีโครงสร้างธุรกิจแบ่งเป็น 3 เรื่องหลัก ได้แก่
1. After-sales Service Management ดูแลบริการหลังการขายลูกค้า SC ที่อยู่ในระยะรับประกัน
2. Home Service Contractor เป็นผู้รับเหมาดูแลงานซ่อมบำรุงสำหรับลูกค้า SC นอกระยะรับประกัน กับลูกค้าทั่วไป
3. Able Academy มุ่งส่งเสริมสังคม พร้อมยกระดับความเป็นเลิศด้านมาตรฐานและการบริการ ด้วยสถาบันอบรมพัฒนาช่างฝีมือและอบรมทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) รวมถึงแม่บ้าน พร้อมกับได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ เอสซีจี, แอร์ไดกิ้น และสีเบเยอร์, เป็นต้น

“ในระยะแรกนั้นจะเน้นให้บริการกับลูกค้า SC ที่อยู่ในระยะรับประกันที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว กับ นอกระยะรับประกัน ซึ่งมักจะติดใจกับบริการของเรา ก่อนค่อยขยับไปสู่ลูกค้าทั่วไป”

 

“ฟิกซิ” คู่หูคู่ใหม่

แน่นอนการจะเพิ่มช่างที่มีคุณภาพให้รองรับกับความต้องการ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้เวลาในการปั้น นอกจากที่จะมี Able Academy ไว้อบรมเองแล้ว การมีพันธมิตรเข้ามาช่วยจึงถือเป็นตัวเลือกที่ดี

เอสซี เอเบิล จึงควงคู่มากับ “ฟิกซิ (Fixzy)” startup mobile platform อายุ 2 ปี ที่เกิดจากความต้องการแก้ปัญหางานซ่อมแซมและดูแลรักษาบ้าน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถหาช่างและผู้ให้บริการที่ดี มีคุณภาพมาตรฐานในราคาเหมาะสม โดยเข้าไปร่วมทุน 10% ทุนของฟิกซิ

คุณรัชวุฒิ พิชยาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิกซิ จำกัด

คุณสมศักดิ์ ให้เหตุผลที่ดึง ฟิกซิ เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ เนื่องจากเชื่อมั่น ฟิกซิ ที่มีช่างในเครือกว่า 3,500 คน มียอดดาวน์โหลด application จำนวนกว่า 50,000 ครั้ง และมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 60% โดยปีที่ผ่านมามีการเรียกใช้ช่างกว่า 15,000 ครั้ง คิดเป็นรายได้ 12 ล้านบาท ซึ่งการร่วมทุนกันจะช่วยส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น จากฐานลูกค้า SC ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

“ช่างที่มีนั้นเป็นช่างที่ไว้ใจได้และมีคุณภาพ เนื่องจากก่อนที่จะเข้าร่วมกับ ฟิกซิ จะมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมก่อน ซึ่งหลังจากนี้ช่างทั้ง 3,500 คน จะเข้าร่วมการอบรมใน Able Academy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปอีก”

ทั้งหมดนี้คือมิติใหม่ของการซ่อมบ้านที่จะต้องถูกใจใครๆ อย่างแน่นอน

รับรองได้ว่าคุณจะไม่เคยเจอแบบนี้ที่ไหนมาก่อน!