เวลา 4 ปี ในมหาวิทยาลัย หมดไวยิ่งกว่าป๊อปคอร์นในโรงหนัง รู้ตัวอีกทีก็ต้องแยกย้ายไปทำงานกันแล้ว

ซึ่งในแต่ละมหาวิทยาลัย ก็มีโครงการให้นักศึกษาเข้าร่วมอยู่แล้ว กิจกรรมชมรม กิจกรรมคณะ การแข่งขัน การประกวด ซึ่งมันเยอะมาก แบ่งเวลายังไงก็ไม่พอ

แต่ถ้าคุณคิดว่ากิจกรรมเหล่านั้น ยังไม่ตอบโทจย์สิ่งที่คุณกำลังค้นหา ลองเริ่มสร้างธุรกิจดู แล้วคุณจะรู้ว่าการสร้างธุรกิจตอนเรียน ให้ทักษะที่สำคัญกับชีวิต และถึงแม้ว่าจะทำไม่ประสบความสำเร็จ คุณก็ยังได้ !!

 

1.ความเสี่ยงน้อย

สิ่งที่นักศึกษาต้องรับผิดชอบมีอะไรบ้าง? ตั้งใจเรียน บางคนอาจจะทำงานพิเศษ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังไม่ต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรือกลายเป็นเสาหลักครอบครัวขนาดนั้น

ลองคิดดูเล่นๆ ว่า ถ้าคุณมีไอเดียธุรกิจ ลองตั้งใจทำมันให้เป็นรูปเป็นร่างใน 12 เดือน ถ้ามันไม่เวิร์ค คุณก็หยุด และเริ่มไอเดียใหม่ต่อ อย่างน้อย คุณอาจได้มีโอกาสสร้างธุกิจ 2-3 อย่าง ในช่วง 4 ปี ในมหาวิทยาลัย

ซึ่งถ้าแจ็คพ็อตจริงๆ คุณอาจเอาไอเดียนั้นไปเข้าประกวดแผนธุกิจ หรือ ขอเงินทุนจาก VC ตั้งตัวได้เลย

 

2.ทรัพยากรมหาวิทยาลัย

ไม่มีที่ไหนที่มีทรัพยากรเพรียบพร้อมเท่ามหาวิทยาลัยอีกแล้ว อินเตอร์เน็ตก็เร็ว และฟรี อาหารในโรงอาหารก็ถูก ที่นั่งเยอะแยะไม่ต้องไปนั่งร้านกาแฟ ซึ่งสิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่เราต้องจ่ายค่าเทอมให้มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ทำไมไม่ใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่ดูล่ะ

 

3.เรียนรู้จากการทำจริง

ไม่ว่าคุณจะเรียนสาขาวิชาอะไร ทักษะการเป็นผู้ประกอบการมีประโยชน์เสมอ และทักษะเหล่านี้ได้จากการลงมือทำจริงเท่านั้น ซึ่งมันยากกว่าอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครมานั่งสอน ไม่มีตำราให้อ่าน ทุกอย่างต้องด้นสด (Improvise) แต่ทักษะความรู้ที่คุณได้ มากกว่าการเรียนเพียงอย่างเดียวแน่นอน

 

4.ทดสอบตลาดได้ง่าย

ก็เพื่อนร่วมรุ่น ร่วมคลาสไงล่ะ… ในตอนที่คุณมี Prototype ออกมาแล้ว กลุ่มเพื่อนเป็นกลุ่มที่ดีที่สุดในการลอง พวกเขาคือคนที่กำลังเข้าสู่ตลาด เติบโตมาในยุคเดียวกับคุณ และพร้อมจะให้คอมเมนต์ดีๆ กับคุณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการวางตัวของคุณกับเพื่อนด้วยเช่นกัน

เช่น การทำขนมให้เพื่อนชิม ชวนเพื่อนให้ลองใช้เว็บไซต์ หรือแอปฯ เป็นต้น

 

5.ผู้มีประสบการณ์

ในมหาลัยมีบริการให้คำปรึกษาฟรี (Free Consult) นั่นก็คืออาจารย์นั่นเอง เชื่อว่าจะมีอาจารย์ประเภทนี้เสมอ อาจารย์ที่พร้อมช่วย อยากแนะนำในทุกๆ เรื่อง ถ้าคุณเจออาจารย์แบบนี้ก็โชคดีไป

แต่ถ้าไม่มีคุณก็ต้องขวนขวายเอง โดยการคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ เช่น CEO หรือ Startup ที่ใจกว้าง เช่น คุณอาจอีเมล์บอกไปเลยว่า ผมกับเพื่อนศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้ เรากำลังสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมา คุณพอจะให้คำแนะนำเราได้มั้ย เป็นต้น

ซึ่งสาเหตุที่คุณสามารถใช้ความเป็นนักศึกษาได้ก็เพราะ พวกเขาไม่เห็นว่าคุณเป็นคู่แข่งโดยตรงไงล่ะ

 

6.หา Co-Founder ได้ง่าย

หลายธุรกิจชื่อดังระดับโลก เริ่มจากเด็กมหาลัยทั้งนั้น ซึ่งถึงแม้ว่าคุณกับเพื่อนๆ จะไม่มีประสบการณ์ แต่การอยู่ด้วยกันในมหาวิทยาลัย ช่วยสร้างความไว้ใจ ความเชื่อใจได้มากกว่าการมาหาคนที่เห็นด้วยตอนจบไปแล้ว

ฉะนั้นหากเล่าไอเดียให้ใครฟังแล้วสนใจ อย่ารอช้าที่จะพูดคุยเพิ่มเติม เพราะใครจะรู้ว่า Co Founder ของแบรนด์คุณอาจคือเพื่อนที่ทำเรื่องปัญญาอ่อนมาด้วยกันก็ได้

 

7.อยู่บน Resume แล้วเจ๋งกว่าคนอื่นแน่นอน

สุดท้ายแล้วถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่คุณได้นั้นไม่สูญเปล่าแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคอนเนคชั่น ทักษะการต่อรอง การทำงานเป็นทีม และอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณสามารถเอาไปใส่ใน Resume ได้เลย เพราะคุณทำมันจริง และในสายตาบริษัทที่กำลังจะจ้าง มันดูแตกต่างกับอีกคนที่เหลือเป็นไหนๆ

 

อ่านจบ 7 ข้อแล้ว ย้ำตรงนี้อีกรอบว่า ไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องทำธุรกิจตอนเรียน เพราะเป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องทำเกรดให้ดีที่สุด เพราะอยากขอทุนต่อนอก บางคนเรียนๆ เล่นๆ เพราะที่บ้านมีธุรกิจที่ต้องกลับไปทำอยู่แล้ว… แต่ถ้าคุณคิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง (แบบที่คนเค้าชอบแซวกัน) เริ่มตั้งแต่ตอนอยู่มหาลัย มีแต่ได้กับได้

 

ที่มา : Entrepreneur