“เมนูอาหาร ปรุงสด” กำลังกลายเป็น Hot Item ที่ทุกร้านสะดวกซื้อกำลังเปิดเกม “ไล่ล่า” 7 Eleven ที่ ณ เวลานี้นอกจากจะมีเกือบๆ แตะ 10,000 สาขาทั่วประเทศ (เป้าหมายปี 2564 จะมี 13,000 สาขา) ถือเป็น “แต้มต่อ” ที่เหนือกว่าคู่แข่งทุกรายแล้วนั้น ในเวลานี้บางสาขาของ 7 Eleven ยังมีพื้นที่เล็กๆเป็น “ครัวปรุงอาหาร” ที่มีเมนูหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือก ขณะเดียวกันบางสาขายังมีพื้นที่ไว้ให้ลูกค้าได้นั่งทานแบบชิลล์ๆ

 

ครัวปรุงสดผลตอบแทนที่คุ้มค่า

 

            จากที่เคยเป็น Model ร้านรูปแบบทดลองไม่กี่สาขาแต่ ณ เวลานี้กำลังค่อยๆ เปลี่ยนสถานะมาสู่ Main Model เพราะหากสังเกตหากทำเลสาขาไหนมีพื้นที่กว้างมากพอก็จะเห็น 7 Eleven ในรูปแบบครัวปรุงอาหารสด รวมไปถึงเคาน์เตอร์ร้านกาแฟ

 

            และยิ่งหาก Insight ค้นหาเหตุผลที่ทุกร้านสะดวกซื้อต่างอยากจะขอเป็นพ่อครัวปรุงอาหารสดนั้น เหตุผลแรกสุดคงหนีไม่พ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่ทำอาหารทานน้อยลงและชื่นชอบความสะดวกสบาย ข้อต่อมาคือ ผู้บริโภคเชื่อว่าเมนูอาหารในร้านสะดวกซื้อจะสะอาดกว่าร้าน Street Food

 

            ส่วนเหตุผลข้อสุดท้ายคือกลุ่มอาหารปรุงสดมีกำไรเป็นกอบเป็นกำมากกว่าการขายสินค้ากลุ่ม Non – Food ที่มีเหมือนกันเกือบทุกร้าน แต่อาหารปรุงสดนั้นสามารถที่จะใช้สร้างความ “แตกต่าง” ว่าเมนูอาหารรายการนี้มีขายเฉพาะร้านสะดวกซื้อตัวเอง หรือหากจะมีการ Copy เมนูอาหารก็ไม่สามารถ Copy รสชาติกันได้   

 

            สารพัดเหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้กลุ่มแบรนด์รองทั้ง Lawson 108, Family Mart, Mini Big C นั้นต่างเลือกที่จะตบเท้ามาสู่ Model นี้ เป้าหมายคงไม่ใช่การปั้มยอดขายกลุ่มเมนูอาหารปรุงสดของร้านตัวเองให้แซงหน้า 7 Eleven เพราะทุกรายต่างรู้แก่ใจว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

Lawson 108 ขออร่อยแบบ ญี่ปุ่น      

 

            เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่แท้จริงของทุกร้านสะดวกซื้อแบรนด์รองคือต้องการให้ครัวปรุงสดซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาวุธใหม่ทางการตลาดของตัวเองมาช่วยปั้มยอดขายในแต่ละปีให้เติบโตต่อเนื่อง ยิ่งได้รับการพิสูจน์จาก 7 Eleven แล้วว่าผู้บริโภคยุคนี้พร้อมจ่าย 40 -80 บาทเพื่อสั่งเมนูอาหารปรุงสดกลับบ้านหรือแม้แต่นั่งทานชิลล์ในร้านสะดวกซื้อ ถือเป็น Business Model ที่ไม่ลงทุน ไม่ได้แล้ว

 

            โดยร้านที่ประกาศตัวชัดเจนที่สุดว่าจะใช้ Model ครัวปรุงสดนี้เป็น “จุดขาย” นับตั้งแต่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทยนั้นคือ Lawson 108 ที่จะเน้นขายสินค้าอาหารและเบเกอรี่ โดยคิดเป็นสัดส่วน 75% ของสินค้าทั้งหมดที่มีขายใน Lawson 108

           

            เพราะสิ่งที่ Lawson 108 รู้ดีนั้นคือไม่ว่าจะเป็น Branding จำนวนสาขาที่ยังห่างกันลิบลับหากเทียบกับ 7 Eleven และร้านสะดวกซื้อรายอื่นๆ (ปัจจุบัน Lawson 108 มีเกือบๆ 100 สาขา) สิ่งที่จะทำให้ตัวเองดูโดดเด่นกว่าคนอื่นนั้นคือ “ความต่าง”

 

             Positioning ที่ “แตกต่าง” ก็คือการเป็นร้านสะดวกซื้อที่เน้นเสิร์ฟเมนูอาหารญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยได้ร่วมมือกับซัพพลายเออร์ผลิตสินค้าอาหารญี่ปุ่นแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่มีสัดส่วน 15% ของสินค้าทั้งหมดภายในร้านอาทิ โฟรเซ่นราเมง,ข้าวหน้าปลาไหลราคา 280 บาท เป็นต้น และเพื่อตอกย้ำตัวเองเป็นร้านสะดวกซื้อเสิร์ฟความอร่อยทุกเวลา ทำให้ Lowson 108 จะมีบางร้านที่เลือกใช้คำว่า “The Kitchen Lawson 108 เน้นอาหารปรุงสุก” และรายได้เกือบๆ 60% ของสาขาประเภทนี้คือมาจากกลุ่มอาหาร 

 

            เหตุผลนี้เองที่ทำให้โลเคชั่นของ Lawson 108 จะเน้นไปที่พื้นที่ User ที่ต้องการ “อร่อยแบบจานด่วน” หรือจะเป็นอาหารรองท้องไม่ว่าจะเป็น สถานศึกษา,ปั๊มน้ำมัน,ที่พักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า สถานที่ท่องเที่ยวสถานีขนส่งมวลชน

 

ครัวปรุงสดคือสิ่งที่มาเติมเต็ม Family mart         

 

            ในขณะที่ Family mart ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ “เซ็นทรัล” ที่ตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าขอเป็นร้านสะดวกซื้อที่จะขยับเข้าใกล้ 7 Eleven มากที่สุดโดยปัจจุบันมี 2,000 กว่าสาขา พร้อมกับตั้งเป้าไว้เมื่อถึงปีหน้า 2018 จะมีถึง 3,000 สาขาทั่วประเทศ 

 

            โดยสิ่งที่ Family mart กำลังจะขับเคลื่อนอย่างรุนแรงนั้นคือกลุ่มสินค้าอาหาร เพราะช่วง 4-5 ปีจากผลสำรวจพบว่าจุดอ่อนของร้านตัวเอง คือลูกค้าและคนทั่วไปยังมองว่า Family mart มีสินค้ากลุ่มของทานน้อยไม่ว่าจะแบบปรุงสำเร็จหรือแบบ RTE ทำให้ Family mart มีการจับมือกับบรรดาซัพพลายเออร์และคู่ค้าธุรกิจกว่า 40 ราย อาทิ พรานทะเล เบทาโกร สีฟ้า ฟู้ดแอนด์ดิ้ง

 

            “หมากเกมนี้” จึงถือเป็นอีกหนึ่งจิกซอว์ชิ้นสำคัญในการเพิ่มเมนูรายการอาหารให้มากกว่า 75% จากรายการสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่ในร้าน

 

            และเพื่อตอกย้ำว่า Family mart ต้องการเป็นร้านสะดวกซื้อแบบ “อิ่มทุกมิติ”  งานนี้จึงไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเวลามีอยู่หลายสาขาเลยทีเดียวที่เริ่มเปิดพื้นที่“เต้นรำ ทำครัว” ปรุงอาหารสดๆ ขายแบบครบเซ็ตทั้ง เมนูไทย ญี่ปุ่น ข้าวปั้นก็มี แถมบางสาขายังมี “บาริสต้า” ชงกาแฟสดพร้อมเสิร์ฟ 

 

Mini Big C มาทีหลัง ขอชิมลาง

 

            ส่วนอีกหนึ่งร้านที่น่าจับตามองไม่น้อยนั้นคือ “ Mini Big C” ที่มองว่าในเมื่อร้านสะดวกซื้อ “คู่แข่ง” รายอื่นๆไปสู่ช่องทางการหารายได้ใหม่ๆ ด้วยการเปิดครัวเล็กๆ ขายอาหารปรุงสดแล้วทำไมยักษ์ใหญ่ Hypermarkket อย่าง Big C จะทำไม่ได้

 

            เพียงแต่คำว่า “ทำได้” ของ “Mini Big C” ขอมาแบบ “ชิมลาง” ก่อนด้วยการมีแคมเปญ “อาหารเช้าที่ มินิ บิ๊กซี” โดยมีให้ลูกค้าเลือก 5 เซทโดยแต่ละเซทจะเป็นการนำสินค้าผลไม้และอาหารมาจับคู่ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนคือเมนู “ปังเปี่ยมประโยชน์” ที่จะมี กล้วยหอม, เมล็ดฟักทองอบ,ขนมปังโฮลวีทฟาร์มเฮาส์ และ นมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาล 

 

            Mini Big C ยังเลือกที่จะไม่ลงทุนปูพรมมีครัวเล็กๆ ในร้านไว้ปรุงอาหารเหมือนอย่างคู่แข่งร้านสะดวกซื้อรายอื่นๆ

 

            คำถามคือแล้ว “Mini  Big C ” จะเดินตามรอยคู่แข่งไหม ? จากคำประกาศของ ดร.อนุพงษ์ เครืองาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ มินิบิ๊กซี บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่บอกไว้อย่างชัดเจนว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้าไม่ว่าจะจำนวนสาขาที่ตั้งเป้าไว้ รวมไปถึงรายได้จะต้องมียอดขายแซงหน้าเบอร์สองอย่าง Family mart อย่างแน่นอน

 

            ถ้าจะไปถึงจุดนั้นได้จริงๆ จำนวนสาขาต้องทะลุเกิน 3,000 สาขาในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปัจจุบัน Mini Big C มี 450 สาขา) และแน่นอนแพลตฟอร์ม “ครัวปรุงสด” จะต้องถูกบรรจุไว้ในแผนการตลาดอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่บอกไว้ข้างต้นนอกจากจะเป็นธุรกิจที่มีกำไรสูงแล้วนั้นยังเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในยุคนี้

 

            ที่นี้ “ร้านสะดวกซื้อ” ไหนจะชนะใจผู้บริโภคด้วย Model ครัวปรุงสดก็ขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะสามารถเป็น “พ่อครัว” ที่ปรุงอาหารได้หลากหลาย มีรสชาติอร่อยถูกปาก และมีความสะอาดถูกใจ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญไม่แพ้จำนวนสาขาร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่เกลื่อนเมือง 

 

ครัวปรุงสด จุดอ่อน,จุดแข็ง,อนาคต

           

จุดแข็งของ ร้านสะดวกซื้อปรุงสด          จุดอ่อน ณ เวลานี้ความน่าจะเป็นในอนาคต
มีแต่ Big Player ที่มีเงินทุนหนาทำให้สามารถพัฒนารูปแบบครัวปรุงสดได้อย่างรวดเร็วยังมีที่นั่งให้รับประทานจำกัดแค่มุมเล็กๆ ของร้านบางร้านสะดวกซื้อ อาจแตกเป็น Sub Brand ออกมาต่างหากเพื่อทำธุรกิจร้านครัวปรุงสดโดยตรง เหมือนอย่าง Lawson 108 ที่เริ่มมีให้เห็นแล้ว
เริ่มมีเมนูอาหารให้เลือกมากมายการควบคุมรสชาติให้ทุกเมนูอร่อยถูกปากผู้บริโภคเชื่อว่าในอนาคตจะสามารถทำให้ทุกเมนูอาหารรสชาติดี
ปัจจุบันมีไม่กี่สาขาที่เปิดบริการครัวปรุงสดเหตุผลเพราะบางสาขามีพื้นที่จำกัดในอนาคตอาจมีบริการ Delivery ร้านสะดวกซื้อส่งเมนูอาหารถึงบ้าน ด้วยการมีหลายสาขา สามารถทำได้ไม่ยาก

 

เรื่อง : ฉลองศักดิ์ สุขใจธรรม