นอกจากแหล่งท่องเที่ยวของเมืองไทย ที่สวยงามติดอันดับโลกแล้ว ต้องบอกว่า “อาหารไทย” นี่แหละเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กชั้นดีในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ต้องมา “เมืองไทย”

เพราะ “อาหาร” คืออาวุธลับ

จึงเป็นที่มาที่ทำให้ มิชลิน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมืออย่างเป็นทางการในการเปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ หรือ MICHELIN Guide Bangkok 

เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ รองประธานบริหารภูมิภาค เอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย กลุ่มบริษัทมิชลิน และผู้บริหารมิชลินไกด์ กรุงเทพ กล่าวว่า คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่ 6 ในเอเชีย ต่อจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ ที่มีคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นของตนเอง รวมถึงเป็นประเทศที่ 29 ของโลก 

“การจัดทำคู่มือฉบับกรุงเทพฯ ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของ ‘มิชลิน ไกด์’ ในการรุกขยายตัวเข้าสู่เอเชีย ซึ่ง กรุงเทพฯ เอง ถือเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมอาหารแห่งหนึ่งของโลก ที่มีอาหารน่าตื่นตาตื่นใจ เป้าหมายของเราคือต้องการสร้างให้อาหาร เป็นอาวุธลับในการสร้างแรงดึงดูดที่มีคุณภาพ”

เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านอาหารอีก 15-20%

ขณะที่ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มองว่า การทำ คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของไทยในหลายระดับ ได้แก่ ช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน กระตุ้นให้มีการใช้จ่ายด้านอาหารต่อหัวมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจร้านอาหารและช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยโดยรวม ซึ่งระบบการจัดอันดับที่น่าเชื่อถือของ ‘มิชลิน ไกด์’ ในระดับ 1-3 ดาว ยังจะกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่กระตุ้นให้ธุรกิจร้านอาหารในไทยต้องพัฒนาความเป็นเลิศทั้งด้านคุณภาพอาหารและบริการ ซึ่งการจัดระดับจะไม่อยู่เฉพาะร้านใหญ่ๆเท่านั้น ร้านอาหารริมทางหรือรถเข็นก็จะได้จัดด้วย

“ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาไทย มีการใช้จ่ายเฉลี่ย 5,000 บาท/คน/วัน ในจำนวนนี้ 1,000 บาท ถูกใช้จ่ายในหมวดอาหาร ซึ่งเราเชื่อว่าหลังจากทำมิชลิน ไกด์แล้วจะช่วยเพิ่มการใช้จ่ายในหมวดอาหารอีก 15-20%”

เปิดตัวอย่างเป็นทางการปลายปีนี้

คู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักในกรุงเทพฯ ประจำปี 2561 มีกำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2560 นี้ โดยจะมีเนื้อหา 2 ภาษา (ไทยและอังกฤษ) โดยมีให้เลือกทั้งฉบับพิมพ์เป็นเล่มและในรูปแบบดิจิตอล

โดยวางแผนทำติดต่อกัน 5 ปี ใช้งบดำเนินการทั้งหมด 4.1 ล้านเหรียสหรัฐ หรือ ประมาณ 123 ล้านบาท ปีแรกใช้ไป 900,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 27 ล้านบาท งบส่วนใหญ่จะถูกใช้ในการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับรู้

“ในช่วงแรกจะเน้นในกรุงเทพก่อน หลังจากนั้นจะขยายไปยังหัวเมืองท่องเที่ยว โดยเราได้ตั้งเป้าหมายอีก 5 ปีให้เมืองไทยเป็น Quality Leisure Destination