หากเอ่ยชื่อ Playboy ชายไทยเกินครึ่งคงรู้จักกันดีในฐานะนิตยสารปลุกใจเสือป่า และบันนี่สาวสุดเซ็กซี่ นอกเหนือจากโลโก้กระต่ายผูกโบว์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สุดคลาสสิกของ Playboy

ในช่วงเวลาที่ คูเปอร์ เฮฟเนอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ทายาทของ“ฮิวจ์ เฮฟเนอร์” Playboy Enterprise ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Playboy  เดินทางมาไทยเป็นครั้งแรก Marketeer ใช้ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีพูดคุยกับ Playboy ในยุค คูเปอร์ เฮฟเนอร์

คูเปอร์ เฮฟเนอร์ ได้ออกตัวกับ Marketeer ว่า เขาเพิ่งมารับช่วงดูแลธุรกิจ Playboy จากพ่อฮิวจ์ เฮฟเนอร์เพียงไม่ถึงปี หลังจากที่พ่อเขาอยู่ในธุรกิจนี้มานานถึง 60 กว่าปี

Playboy ต้องเข้าถึง Young Gen มากขึ้น

ตลอดเกือบปีที่ผ่านมาหลังจากที่สิ่งที่คูเปอร์ได้เข้ามารับช่องต่อจากพ่ออย่างเต็มตัว เขามองว่าสิ่งที่ฮิวจ์ผู้เป็นพ่อทำมาตลอดในชีวิต Playboy เป็นสิ่งที่พ่อสร้างมาดีอยู่แล้ว และในยุคของเขาคือการคิดนอกกรอบหาสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ากับคนในยุค Young Generation ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เขาต้องการไปเข้ามาเสริม ทั้งกลยุทธ์ กลุ่มลูกค้า ตามทิศทางที่เปลี่ยนไปตามสมัย รวมถึงการออกใบสิทธิบัตร ใบอนุญาต และสื่อที่ Playboy มีอยู่

“เริ่มจากอเมริกาก่อน ในอเมริกาเป็นออริจินัลของPlayboy ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อสร้างมาดีมาก ในยุคผม ผมแค่เพียงนำตัวตนของตัวเองใส่เพิ่มลงในนั้น นำความเป็นอดีตของเพลย์บอยที่พ่อทำได้ดีมาตลอด 60 กว่าปีมา adapt และ mix ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน มีความทันสมัยขึ้น มีลูกเล่นมากขึ้น ให้คน Young Gen ได้รู้จัก โดยให้ความสำคัญกับเรื่องโซเชียลมีเดียที่เข้าถึงคนยุคใหม่ การทำมีเดียแพลตฟอร์มของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน รวมถึงยังตอกย้ำความเป็น Playboy ให้คนรุ่นเก่าๆ ได้ระลึกถึงสมัยอดีต จนซึมซับความเป็นหนึ่งเดียวกันของ Playboy และทำแบรนด์ Playboy ติดตลาดมากขึ้น เพิ่มแฟน Playboy 88 ล้านคนทั่วโลกให้เติบโต โดยแฟน Playboy ทั้งหมดนี้มี 40 กว่าล้านคนทั่วโลก ที่ติดตาม IG Playboy อยู่”

ไทยคือประเทศที่มีโพเทนเชียล

นอกจากอเมริกาเขามองว่า ไทยเป็นประเทศที่มีโพเทนเชียลสูงในเอเชีย จากพาร์ทเนอร์อย่าง (มิลเลนเนี่ยม2002) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ทำตลาด Playboy ในประเทศไทยมีศักยภาพมาก และคนไทยเป็นแฟนคลับ Playboy เยอะมาก และสิ่งที่ล้ำยุคนำเสนอมา เช่น Playboy Café จะเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จและต่อยอดได้ในประเทศอื่นๆ ได้

 รวมถึง บราซิล จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ซึ่งคำว่าโพเทนเชียลสูงของคูเปอร์วัดจากพาร์ทเนอร์ในการนำเสนอความเป็น Playboy ออกมาในรูปแบบที่เหมาะกับคนแต่และประเทศ หาจุดเด่นของแต่ละประเทศและนำเสนอความเป็น Playboy ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มแฟน Playboy ได้ชัดเจน พร้อมขยายไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่นประเทศไทยขยายฐานลูกค้า Playboy ไปยังกลุ่มครอบครัว ด้วยการเปิดตัวร้านอาหาร Playboy Café เป็นที่แรกของโลก

                เพราะคูเปอร์ เชื่อว่าภายใต้ Playboy ยุคใหม่จะช่วยให้ความเป็น Playboy กลับมาทรงอิทธิพลได้เช่นเดียวกับยุคเฟื่องฟูที่พ่อเขาเคยทำไว้ โดยเฉพาะในอเมริกาซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Playboy

 

 

How about Playboy

Playboy ถือกำเนิดครั้งแรกในรูปแบบนิตยสาร จากความฝันของฮิวจ์ เฮฟเนอร์ ที่ต้องการทำนิตยสารของตัวเองที่มีกลิ่นอายของ Esquire แต่ดีกว่า ด้วยการระดมเงินจากเพื่อนๆ และแม่รวม 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ วางแผงเล่มแรกในเดือนธันวาคม 1953 ปกมาริลีน มอนโร และมีภาพมาริลีน มอนโร เปลืองผ้าก่อนที่จะเป็นดาราชื่อดัง ซึ่งเป็นรูปที่เขาลงทุนซื้อมาจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ตีพิมพ์หน้ากลางของเล่ม และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นิตยสาร Playboy เล่มแรกขายดีทะลุ 50,000 เล่มอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในอเมริกา และจนภาพชุดหน้ากลางได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Playboy ในที่สุด

ครั้งแรกฮิวจ์ ได้ตั้งชื่อนิตยสารของเขาว่า Stag Party แต่เป็นชื่อที่ไปคล้ายกับนิตยสาร Stag ที่มีอยู่แล้ว จึงได้ล้มเลิกชื่อนี้ไปเพราะกลัวปัญหาการฟ้องร้อง ชื่อ Playboy มาจากชื่อของบริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งในชิคาโกที่เพิ่งปิดกิจการลง โดยเพื่อนของฮิวจ์คนหนึ่งเป็นคนเสนอชื่อนี้ให้ และฮิวจ์มองว่าเป็นชื่อที่แสดงถึงความรู้สึกถึงความหรูหรา และการใช้ชีวิตของชนชั้นสูง สัญลักษณ์ Playboy โลโก้กระต่ายผูกโบว์มาจากความหมายแฝงเรื่องอารมณ์ขันทางเพศ และความมีชีวิตชีวา ชี้เล่นที่ ฮิวจ์ ได้พยายามสอดแทรกอยู่ในบทความของเขาเสมอ โดยโลโก้นี้ได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน Playboy ฉบับที่ 2 และได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้า Playboy ในที่สุด

 

 

cr. ภาพจาก twitter @cooperhefner