ร้อนนี้ Curated by Ploy พาทัวร์สามบ้านคนสำคัญจากหลากวงการที่สร้างแนวทางการตกแต่งที่อยู่อาศัยได้แรงไร้กาลเวลา

                เมื่อเดือนที่แล้ว ดิฉันไปร่วมชมพื้นที่ ‘สร้างสรรค์ประสบการณ์การตกแต่งบ้านรูปแบบใหม่’ ของจิม ทอมป์สัน ที่ซึ่งขอบอกว่าไปไกลกว่าคำว่าโชว์รูม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวช่าง Inspiring สร้างความปะทุใจชวนให้รู้สึกว่าการแต่งบ้านให้เป็นบ้าน ไม่ใช่แต่งบ้านให้เหมือนโชว์รูมนำเสนอสินค้า มันต้องอย่างนี้นี่เอง จิตวิญญาณหรือตัวตนที่แท้ของผู้อยู่อาศัยในบ้านต้องชัด ชวนทำให้คิดถึงอดีตที่พักพิงของบุคคลสำคัญของปารีสที่กลายเป็นมิวเซียม และบ้านเก่าของดาราสาวคนดังชาวเดนมาร์กที่ไปโด่งดังในเบอร์ลินที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสถานพักแรม

                สถานที่ทั้งสามในปารีส เบอร์ลิน และกรุงเทพฯที่คัดสรรมาเล่าสู่กันในเดือนนี้นั้นมีความคล้ายคลึงกันตรงที่สไตล์การตกแต่งพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยล้วนพาเราย้อนเวลาไปสู่โลกในอดีตได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูดีมีสไตล์/ทันสมัยในโลกยุคใหม่ คงเพราะ Passion ในชีวิตและรสนิยมทางศิลปะของเจ้าบ้านทั้งสาม สร้างความรู้สึกงามสดชื่นเหนือกาลเวลา 

Paris Maisons de Victor Hugo 6 Place des Vosges http://maisonsvictorhugo.paris.fr/en ในย่านมาเรส์ (Marais) สุดเท่แห่งปารีส มีจัตุรัสงามขนาดกะทัดรัด Place des Vosges โอบล้อมด้วยอาคารอันเคยเป็นที่พำนักของบุคคลสำคัญที่มีชีวิตอยู่ช่วงศตวรรษที่ 17-19 อาทิ มหาบุรุษหลากความสามารถผู้เป็นที่รักของชาวฝรั่งเศส Victor Hugo นักเขียน กวี นักการเมืองผู้มีคุณูปการต่อฝรั่งเศส ปัจจุบันอาคารเลขที่ 6 ซึ่งอูโกเคยเช่าอยู่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆเปิดให้เข้าชมได้ฟรี

อาจกล่าวได้ว่าที่นี่แสดงให้เห็นถึงความสามารถเชิงศิลปะทางด้านการตกแต่งภายในที่อยู่อาศัยของมหาบุรุษแจ่มชัด มีการรวบรวมบรรยากาศ วิถี วิธีการจัดห้องหับต่างๆ ลีลาจัดวางข้าวของเครื่องเรือนเครื่องใช้ งานศิลปะ ตามรสนิยมของอูโกมาไว้สวยงามตามจริง รวมถึงของขวัญล้ำค่าจากบุคคลสำคัญที่กำนัลแด่ท่านเจ้าบ้าน ห้องที่งามตื่นตาสุดสำหรับดิฉันคือห้องเขียว (The Chinese Lounge) สมัยที่อูโกลี้ภัยทางการเมืองไปพำนักที่เกิร์นซีย์ (Guernsey) เป็นช่วงที่ความสามารถทางศิลปะด้านอื่นๆนอกจากงานเขียนของเขาเบ่งบาน ทั้งการวาดภาพและการออกแบบตกแต่งภายในปรากฏให้เห็นผ่าน Chinese Style Panels เชิงชั้นจัดแสดงเครื่องกระเบื้องบนผนังดังที่เราเห็นในห้องจีนนี้

อูโกสนุกกับการตกแต่งที่นำความต่างหลากขั้วมาเจอะเจอกัน เขาผสมผสานศิลปะโกธิคให้อยู่คู่กับงานจีน สิ่งทอสไตล์เบลเยี่ยมกับพรมตุรกี กระเบื้องลายครามเมืองเดลฟ์แบบเนเธอร์แลนด์ประชันกระเบื้องจากญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นมิกซ์แอนด์แมทช์ตัวพ่อ งานกระเบื้อง คิ้วขอบไม้ งานแกะสลักตามความรักความชอบของอูโกที่นำความงามอันหลากหลายมาอยู่ร่วมกันได้อย่างเนียนกลืนซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่นักออกแบบยุคนี้นิยมใช้ในงานออกแบบ

To put everything in balance is good, to put everything in harmony is better.”Victor Hugo

อีกห้องที่ดิฉันว่าแรงมากคือห้องนอนสีแดงก่ำ แม้อูโกจะไม่ได้เสียชีวิตในห้องที่เรายืนอยู่ในมิวเซียมนี้จริงๆ เพราะบั้นปลายชีวิตเขาย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ห้องนี้ก็จำลองบรรยากาศห้องจริงที่อูโกเสียชีวิตอย่างสง่าและสงบมาไว้อย่างได้อารมณ์ แถมลูกหลานของอูโกใจดีมอบเครื่องเรือนเครื่องใช้ชิ้นสำคัญมาให้ครบ โดยเฉพาะเตียงที่อูโกเสียชีวิต ส่งผลให้บรรยากาศรวมของห้องทรงพลังอย่างบอกไม่ถูก

 

Berlin Hotel Pension Funk Fasanenstraße 69 www.hotel-pensionfunk.de/en  เบอร์ลินเที่ยวล่าสุด ดิฉันพักแรมในสถานที่ซึ่งให้ความรู้สึกว่ามันพาเราย้อนกลับไปสู่อดีตในช่วง 1920s และ 1960s ได้ทูอินวัน  สืบค้นคุยกับผู้ดูแลที่พักจนทราบประวัติความเป็นมาสุดพิเศษที่นอกจากตัวอาคารเป็นตึกอนุรักษ์ (สร้างขึ้นปี ค.ศ. 1895) รายละเอียดสถาปัตยกรรมนอกในสวยแบบอาร์ตนูโวเต็มพิกัด ความสูงของเพดาน รายละเอียดในงานตกแต่ง ขนาดของหน้าต่างประตูจะงามน่าดูมากแล้ว ระหว่าง ค.ศ. 1931-1937 ที่นี่ยังเคยเป็นบ้านของดาราหนังเงียบระดับดีว่า Asta Nielsen ชาวเดนมาร์กที่มาโด่งดังในเยอรมันยุคหนังเงียบเฟื่องฟู

นอกจากอาสต้าจะเป็นนักแสดงนำ เธอยังผันตัวเป็นผู้กำกับ/อำนวยการสร้าง เปิดบริษัทผลิตภาพยนตร์กว่า 70 เรื่อง งานของเธอเปรี้ยวล้ำแหวกขนบหลายสิ่ง ทั้งลีลาการแสดงที่นำเสนอความอีโรติกผ่านท่วงท่าการเต้นรำเย้ายวน การนำบทประพันธ์ของเช็คสเปียร์มาตีความใหม่ อาสต้ายังเริ่มเป็นนักเขียนตอนอายุ 65 เขียนเรื่องสั้น บทความลงในหนังสือพิมพ์ฯลฯ เธออาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นต์อลังการ 14 ห้องนอน ที่ปัจจุบันคือโรงแรมขนาดเล็กภายใต้ชื่อ Pension Funk นี้ ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในเยอรมัน ก่อนจะย้ายกลับโคเปนเฮเกนบ้านเกิด เหตุผลหนึ่งอาจเพราะเธอคงรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะอยู่ในดงนาซี เนื่องจากอาสต้าส่งเงินส่วนตัวช่วยเหลือชาวยิว กล้าที่จะเป็นปรปักษ์กับฮิตเลอร์ เป็นสตรีที่มี Attitude ชัด ความสามารถหลากหลาย ความชัดเจนทางความคิดของการใช้ชีวิตของศิลปินหญิงผู้นี้ได้รับการยกย่องจากทั้งวงการว่าไม่มีใครเทียบเคียง

 

In terms ofexpression and versatility I am nothing compared to her.”Greta Garbo

ที่พักของอาสต้าถูกเปลี่ยนมือเป็นของพี่น้องสองสาวตระกูล Funk  ทั้งคู่นำอพาร์ตเม้นต์มาเปิดกิจการต้อนรับนักเดินทางในยุค 1960s การตกแต่งภายในจึงมีกลิ่นอาย 60s-70s แซมอยู่หลายสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นลวดลายดอกไม้บนกระดาษแปะผนัง โทรศัพท์วินเทจที่ยังใช้การได้จริงตั้งอยู่ในห้องพักทุกห้อง ห้องรับประทานอาหารดั้งเดิมที่อาสต้าเคยใช้ กลายเป็นพื้นที่ส่วนรวมที่เราเหล่าแขกเหรื่อรับประทานมื้อเช้า นั่งเล่นหย่อนใจได้ทั้งวันในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอาสต้า ใบปิดหนัง ภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ตลอดจนเครื่องเรือนเครื่องใช้ตามสมัยนิยมที่อาสต้าใช้เวลารุ่งเรืองอยู่ในเยอรมัน

 

Bangkok Jim Thompson Home Furnishings Showroom ชั้น 3 และชั้น 4 จิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ โทร 02 632 8100 www.jimthompsonfabrics.com ‘โชว์รูม’ โฉมใหม่ของจิม ทอมป์สัน ไม่เหมือนโชว์รูมค่ะ แต่เหมือนบ้านที่มีคนอยู่จริงๆ แอบนึกเล่นๆสมมติในใจว่าถ้ามิสเตอร์จิม ทอมป์สันมีลูก และลูกลุกขึ้นมารีโนเหวตบ้านให้พ่อของตน มันคงจะออกมาเป็นเช่นนี้นี่เอง กล่าวคือภาพรวมเมื่อก้าวเข้าไป เราสัมผัสได้ถึงความทันสมัยสดชื่นแปลกตา ทว่าเอกลักษณ์ของ    แบรนด์จิม ทอมป์สัน ยังอยู่ครบ

 

จิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ คือจุดกำเนิดสำคัญของแบรนด์ผ้าตกแต่งบ้านที่มีฐานในประเทศไทยและเผยแพร่ความหรูเก๋ของผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักระดับสากล ปัจจุบันจิม ทอมป์สันมีโชว์รูมผ้าทั่วโลก มิวนิก แอตแลนต้า นิวยอร์ก ลอนดอน และปารีส โดยสาขาสุรวงศ์เป็นโชว์รูมแรกที่มิสเตอร์จิม ทอมป์สัน เปิดกิจการด้วยตัวของเขาเองในปี ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างเดินทางอยู่ในประเทศมาเลเซีย

 Just two weeks before his disappearance, Jim Thompson relocated his business to No.9 Surawong Road. To this day, the store remains as Jim Thompson’s flagship where one can find an array of exquisite Thai silk. Housed in an elegant building designed in the architectural style of 17th century Ayutthayan structures, complete with original wood paneling, it is truly one of the lasting treasures of Bangkok. – Jim Thompson.com/History

มิสเตอร์จิม ทอมป์สัน เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยสืบสานการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมของไทย เรือนไทยไม้สักบ้านพักที่รักของเขาอยู่ตรงข้ามกับชุมชนบ้านครัวซึ่งมิสเตอร์จิมข้ามฟากไปทุกวันเพื่อพูดคุย พัฒนา กระตุ้นเชียร์ให้ชาวบ้านสืบสานงานทอผ้า ปัจจุบันเรือนพักของเขากลายเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ที่ซึ่งผู้ไปเยือนเรือนนี้จะพบว่ามิสเตอร์จิม มีความชื่นชมในวัฒนธรรมเอเชียเป็นพิเศษ นอกจากเรือนไทยฝาปะกนงดงามแบบดั้งเดิมและผ้าทอไทยแล้ว เขายังเห็นความงามของเครื่องเคลือบกระเบื้องจีนและศิลปวัตถุเชิงวัฒนธรรมต่างๆ มิสเตอร์จิมยังรักการเดินทางและหลงเสน่ห์วิถีชีวิตของผู้คนบนดินแดนไกลโพ้นทั่วโลกซึ่งอุดมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

การพลิกโฉมโชว์รูมสาขาแรกอันสำคัญนี้ ทีมงานจิม ทอมป์สัน มอบหมายให้บริษัทรับออกแบบงานสถาปัตยกรรมโดยหนุ่มสาวไทยรุ่นใหม่ PHTAA Living Design มาออกแบบพื้นที่โชว์รูมโฉมใหม่ให้มีความแหวกแตกต่างจากภาพลักษณ์เดิม แต่ต้องคงอัตลักษณ์ความเป็นจิม ทอมป์สันไว้ให้ครบ เพื่อสร้างโชว์รูมที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังสะท้อนความสุขของการอยู่อาศัยและคุณค่าของการใช้ชีวิตในแต่ละวันในบ้านในเรือนให้ออกมาชัดจนผู้คนสัมผัสได้

สำหรับจิม ทอมป์สัน คำว่าการอยู่อาศัยแบบ Luxury Living หมายถึงการอยู่อาศัยที่ผู้อยู่สามารถสัมผัสถึงความคิดสร้างสรรค์อันแยบยลและคัดสรรมาอย่างตั้งใจ จนสามารถตอบสนองความรู้สึกของเจ้าของบ้านในการอยู่อาศัยได้ดี พื้นที่โชว์รูมชั้นสามจึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อตอบรับกับโจทย์ดังกล่าวนี้ ออกมาเป็น 5 รูมเซ็ต สะท้อนอัตลักษณ์ความงามแห่งแบรนด์จิม ทอมป์สันได้อย่างสวยสนุกโก้ โดยมีคุณวิชดา สีตกะลิน อินทีเรียสไตลิสต์มากประสบการณ์มารับหน้าที่เติมเต็มเรื่องราวบนพื้นที่ด้วยการเสาะสรรเครื่องใช้ของตกแต่งที่แสดงถึงรสนิยมและตัวตน ตลอดจนสไตล์และยุคสมัยที่จิม ทอมป์สันชื่นชอบ ห้ารูมเซ็ตมีการจัดวางแปลนให้เดินเชื่อมต่อกันเหมือนเราเข้าไปในบ้านคนจริงๆ บ้านที่เต็มไปด้วยรายละเอียดทางการตกแต่งที่มีที่มาที่ไปเชื่อมโยงไปถึง Passion ของเจ้าบ้าน มันจึงมีบรรยากาศเปี่ยมชีวิตชีวาและจิตวิญญาณอันสะท้อนคำว่า Luxury Living ตามความหมายของจิม ทอมป์สัน ออกมาได้ชัดและแรง   

ดิฉันขอปิดท้ายด้วยภาพตัวอย่างสามจากห้ารูมเซ็ตที่รอให้ผู้คนไปสัมผัส วูบหนึ่งที่ตนเดินชมรูมเซ็ตอยู่นั้น แวบนึกถึงอารมณ์ของการเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์บ้านอยู่อาศัยสวยเฉี่ยวหรือการหลุดไปอยู่ในดีไซน์โฮเต็ลเจ๋งๆ เป็นความเฉี่ยวที่เกิดจากการผสมผสานเรื่องราวความเป็นมาจากโลกยุคก่อน (Old World) หลากช่วงเวลาหลายยุคสมัยที่ผสมผเสสร้างเสน่ห์ใหม่พิเศษเฉพาะก่อให้เกิด New Charm ที่งามยูนีค

หากจะให้สนุกครบเครื่อง ขอแนะนำการชมควบคือไปเยือนทั้งเรือนไทยพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันในซอยเกษมสันต์ และมาต่อที่ชั้นสามโชว์รูมสุรวงศ์ จะได้ภาพ Old World New Charm ชัดขึ้น

ห้อง The Hampton Dynasty รูมเซ็ตนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Hampton Beach House บ้านพักตากอากาศที่แฮมป์ตันขวัญใจนิวยอร์กเกอร์ ที่ถูกนำมาตีความใหม่มีการผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนช่วงราชวงศ์หมิง สีของลายคราม เครื่องกระเบื้องเคลือบที่จิม ทอมป์สันชื่นชอบ ตัดกับสีเหลืองมะนาว สร้างความรู้สึกรื่นเริงให้บรรยากาศพักผ่อน

ห้อง Forbidden Colours อีกหนึ่งการจัดสไตลิ่งที่แสดงถึงความเป็นปัจเจกของจิม ทอมป์สัน ความหาญกล้าในการใช้สีสันจัดจ้าน การนำเสนอเทคนิคการใช้วัสดุในมิติใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำวอลเปเปอร์มาฉลุเป็นลวดลาย ผสานผลงานศิลปะ Wall Art มู่ลี่ไม้ไผ่เวอร์ชั่นใหม่แปลกตา ตลอดจนการเลือกใช้ Trimming เพื่อสร้างความรู้สึกใหม่ๆให้ผืนผ้า

ห้อง Tropical Colonial ห้องที่มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล มีความพิเศษตรงการออกแบบให้พื้นที่ภายนอกและในเชื่อมต่อกัน เป็นวิถีการอยู่อาศัยที่เหมาะกับภูมิอากาศประเทศเขตร้อน ผสมผสานงานผ้าบุสีเริงร่า ผนวกกับเอกลักษณ์การตกแต่งภายในบ้านมิสเตอร์จิม ทอมป์สัน ที่ชื่นชอบชิ้นงานศิลปะ เครื่องเรือนเครื่องใช้ที่ได้จากการเดินทางในประเทศแถบเอเชียตะวันออก ไม้แกะสลัก หีบไม้เก่า งานเซรามิค ถูกจัดวางอยู่อย่างน่ามอง

 

Curated by ploy

Ploy-Profile(4)