เนื่องด้วยธุรกิจอีเวนท์เป็นธุรกิจที่มีหลายปัจจัยหลักเป็นตัวกำหนด ทั้งเรื่องเหตุการณ์การเมือง 

หรือแม้แต่เหตุการณ์การสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของคนไทย ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องปรับตัว
และในปีที่ผ่านมาอินเด็กซ์ฯ ได้มีการวางแผน ปรับตัวทั้งในเรื่องของธุรกิจ และกำลังคนอย่างต่อเนื่อง
ให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งต้องบอกว่า เป็นอีกปีที่อินเด็กซ์ฯ
ผ่านมาได้อย่าง Excellent

จากอันดับหนึ่งอีเวนท์ไทย สู่ Creative Business Solutions ระดับเอเชีย

“ประเด็นสำคัญคือตัวเราที่ต้องตระหนักอยู่เสมอ ต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับกับปัญหาเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างก่อนหน้านี้ปัญหาเรื่องการเมืองก็ทำให้เศรษฐกิจแช่แข็งเอาไว้ เราก็เห็นบทเรียนมาหลายครั้ง และก็เตรียมรับมือตั้งแต่เกือบ 6 ปีก่อน” เกรียงไกร กาญจนะโภคิน “เมฆ” ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เริ่มเล่า

ซึ่งนั่นหมายความว่า วิสัยทัศน์ ที่ใช้เรื่องของ “Creativity” ในการดำเนินงานของเขาเดินมาถูกทาง เมื่อก่อนถ้าพูดถึงอินเด็กซ์ฯ ก็จะนึกถึงบริษัทอีเวนท์อันดับ 7 ของโลก แต่ปัจจุบันไม่ใช่แค่อีเวนท์อย่างเดียว อินเด็กซ์ฯ สามารถต่อยอดแตกธุรกิจออกมาอย่างหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกในปัจจุบัน

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน “เมฆ” ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน)

 ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “ASEAN Wings” หรือปีกที่สยายไปต่างประเทศของเขาเมื่อหกปีก่อน ตลอดจนธุรกิจใหม่อย่าง Lifestyle Experience ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยามที่รายได้ส่วนหลักอย่าง Creative Solutions & Marketing Services ต้องเผชิญวิกฤตในประเทศ

การปรับตัวให้ตรงโจทย์ ของตลาดโลก คือความ Excellent ที่เห็นชัดเจนในวันนี้ของอินเด็กซ์ฯ

Value added ไม่พอ ต้อง Creativity added 

เมื่อถามถึงคีย์ซักเซสในระดับสากลนั้น เกรียงไกรบอกว่าเพราะ คิดและทำของแพงอยู่เสมอ

“ประเทศไทยมีปัญหาอย่างหนึ่ง คือคิดว่าทุกอย่างต้องขายถูก อย่างทัวร์ท่องเที่ยว ลดราคา โปรโมชัน ไม่เคยคิดที่จะทำของแพงเพราะว่ าอยากได้ตลาดแมส ในขณะที่ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากกว่าเราหลายเท่า อย่างอังกฤษเขาไม่เคยคิดทำราคาถูก ฝรั่งเศสนี่แมสสุดๆ ปีหนึ่งนักท่องเที่ยว 90 ล้านคน มากกว่าประชากรไทยเราอีก แต่กระเป๋าขายใบเป็นล้าน คนจีนต่อแถวซื้อ โรงแรมคืนละเป็นหมื่น ไม่เห็นต้องลดราคา เพราะฉะนั้นต้องปรับที่ความคิด คุณต้องใส่ครีเอทีฟเข้าไปในงานของคุณ ไม่ว่าคุณทำอะไร” 

หัวหน้าหมู่บ้านครีเอทีฟเล่าให้ฟังต่อ ทุกวันนี้ลูกค้าที่เดินเข้ามาในอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ มีกระทั่งโรงพยาบาลเข้ามาปรึกษา ไม่ได้คุยทำแคมเปญ แต่คุยว่าจะเพื่อหา Creativity ใหม่ๆ จะทำอย่างไรให้โรงพยาบาลแตกต่างออกไป 

“ผมอยากจะบอกว่าโลกธุรกิจวันนี้ Need Creativity added ไม่ใช่ Value added อีกต่อไป
วันนี้การแข่งขันทุกอย่างสูงไปหมด คุณต้องมีสิ่งที่สร้างสรรค์ใหม่ เข้าไปในธุรกิจ คุณไม่สามารถทำธุรกิจธรรมดาแบบเดิมได้อีกแล้ว ไม่ใช่แค่การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์”

เติมในสิ่งที่ขาด

สำหรับปีนี้เขายังมองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมอีเวนท์ยังคงทรงตัวต่อเนื่อง และจะเป็นอีกปีที่เบอร์หนึ่งอีเวนท์ไทย และบริษัทครีเอทีฟ อีเว้นท์อันดับ 7 ของโลก จะเดินหน้ารุกหนักต่างประเทศ เพื่อกระจายความมั่นคงทางรายได้ และเสริมความแกร่งของตลาดในประเทศไทย และต่างประเทศให้สอดคล้องกัน 

“การวางรากฐานโมเดลในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ในกัมพูชาเราบุกใช้แฟร์บุกก่อนปักธงก่อน เทรดโชว์โดยใช้ Build & Décor ปีที่แล้วเราจัดที่พนมเปญซึ่งก็ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ต้องเพิ่มพื้นที่150% จบงานก็ Booking 80% อย่างเมียนมา เราเข้าไป Joint Venture ก่อน ทำให้เรามองเห็นโอกาสในบ้านเขาที่ขาด เราก็เข้าไปเติม ตรงนี้สำคัญ ผมอยากจะให้นักธุรกิจไทยได้เข้าไปศึกษาตลาดต่างประเทศ เพราะจริงๆ ช่องว่างมีอยู่เยอะ”

“ในขณะที่ทิศทางการขยายเข้าไป อาจไม่จำเป็นต้องเข้าไปตั้งสาขา ผมมองว่าปัจจุบันการเดินทางง่าย และไม่แพง ซึ่งสามารถบินไปทำงานแล้วกลับได้ อารมณ์เหมือนกรุงเทพไปต่างจั งหวัด อีกอย่างคือไม่จำเป็นต้อง Joint Venture ซึ่งแบบนี้จะทำให้ยืดหยุ่นกว่า รุกได้เร็วกว่า แต่จะมี Local Strategic Planner อยู่” ผู้บริหารฉายแผนกลยุทธ์ 

Never Stop Creating

ในขณะที่ฝั่งแฝดพี่เล่าถึงฟังก์ชันแผนการทำงาน เมื่อมาคุยกับ“หมอก” เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน CEO แฝดน้อง เน้นถ่ายทอดความกระหายในการค้นหานวัตกรรมที่จะสร้างความแตกต่างให้กับเนื้องานเพื่อสอดรับกับแผนกลยุทธ์รุกตลาด ตามสูตร “Never Stop Creating” ที่เป็น DNA องค์กร

“ปีหนึ่งผมจะต้องหาอะไรใหม่ๆ สนุกๆ มาเล่นหนึ่งถึงสองอย่าง” 

ความเป็นคนชอบศึกษา ชอบเดินทาง การสังเกต และตั้งคำถามสู่การสร้างนวัตกรรม และต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ อย่างโชว์บิซหรือละครเวที ที่เจ้าตัวบอกว่าถ้าอินเด็กซ์ฯ ต้องไม่ธรรมดา อย่างที่เห็นในโชว์ที่ผ่านๆ มามีการใส่แว่น 3D เพิ่มอรรถรสรับชมด้วย

“หมอก” เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน)

ล่าสุดกับผลงานชิ้นโบว์แดงกับการจัดงาน “แสงเทียนแห่งสยาม” ที่ Central World ในวัน Countdown 2017 ที่ผ่านมา

“ปกติเราจัดที่นี่ทุกปี อีเวนท์ก็จะเป็นงานรื่นเริง แต่ปีนี้เปลี่ยนคอนเซ็ปต์เนื่องจากการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่9 แนวคิดของงานคือเพื่อแสดงความรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ที่ทรงทำเพื่อคนไทยมายาวนาน ไฮไลต์อยู่ที่การแปรตัวอักษรเป็นข้อความถึงพ่อหลวงของเรา ถ้าเป็นปกติเราก็คงนึกถึงการเอาคนมาต่อแถวพลิกป้าย แล้วก็ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่อินเด็กซ์ฯ ขอแตกต่างออกไป ทุกปีที่ในหลวงท่านทรงพระราชทานส.ค.ส.ถึงคนไทย ปีนี้เราจึงอยากส่งข้อความไปถึงท่าน เพื่อแสดงความจงรักภักดีถึงพระองค์ คอนเซ็ปต์ของเราเป็นการทำ ส.ค.ส.ถึงพ่อ ที่อยู่บนสรวงสวรรค์”

ผมอยากทำให้เด็กเห็นว่าเวิลด์คลาสเป็นอย่างไร

ในส่วนปีนี้ไฮไลท์อีกงานหนึ่งคื อละครเวที สุดสาคร The New Adventure ซึ่งงานนี้พี่หมอกบอกว่าจัดเต็ม 

“ถ้าฝรั่งมีดิสนีย์ออนไอซ์ ผมว่าบ้านเราก็มีสุดสาคร ม้านิลมังกร นี่ล่ะที่คาแรกเตอร์ชัดเจน สุดสาคร The New Adventure จะเป็นละครเวทีมหัศจรรย์ ที่ไม่ใช่แค่แสงสีเสียง แต่มีนวัตกรรม เอามัลติมีเดียเข้าไปทำให้ดูอภินิหารตามเนื้อเรื่องมากที่สุด ไม่ใช่แค่ใส่ตัวการ์ตูนมาสคอตวิ่งไปวิ่งมา ผมอยากให้เด็กไทยไปดูแล้วรู้ว่าระดับเวิลด์คลาสเราก็ทำได้ ให้เขามีแรงบันดาลใจ ที่สำคัญต้องได้อะไรดีๆ กลับไป ไม่ว่าเรื่องคุณธรรมความกตัญญู หรือการรักษาป่าไม้ ความรู้ที่ซ่อนไว้อยู่ในเนื้อเรื่อง”

 เมื่อถามถึงต้นขั้วแห่งความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้อย่างไร ฝึกได้อย่างไร เกรียงกานต์ตอบง่ายๆ ว่า ต้องช่างสังเกต อย่ามองข้ามเห็นแล้วอย่าผ่านเลยไป ควรคิดต่อยอด

“ต้องใส่ใจรายละเอียด ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ดูหนังก็ต้องดูจนจบเครดิต ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เห็นไอเดียอะไรใหม่ๆ อย่างเรื่อง The Jungle Book ที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว แม้กระทั่งช่วง End Credit ที่คนดูอาจไม่สนใจ แต่ฝรั่งก็ใส่ใจรายละเอียดทำโปรดักชั่นอย่างดี ตรงนี้ล่ะที่เราต้องบอกคนไทยในทุกอาชีพทุกอุตสาหกรรม การทำงานที่ดีอย่าทำแค่พอไปได้ ต้องทำให้ละเอียด คุณค่าของเรามันอยู่ในงานนั้น”

“แตกต่างไม่พอต้องสร้างสรรค์ ที่สำคัญผมจะเน้นย้ำกับน้องๆ ทีมงาน คุณต้องมองเห็นทุกอย่างให้เป็นโอกาส หลายคนบอกว่าที่ผมคิดอะไรใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ เพราะมีโอกาสไปดูงานต่างประเทศบ่อย เห็นอะไรเยอะ ไม่จริงหรอก เมื่อวันก่อนไปงานแต่งงานรุ่นน้องเห็นลูกโป่งอยู่หน้างาน ผมก็ปิ๊งไอเดียแล้วว่านี่น่าจะทำอะไรกับโชว์ของเราได้ เดี๋ยวจะเอามาทำให้เห็นในไม่ช้า คือจริงๆ ไอเดียมันเกิดขึ้นทุกที่ ทุกเวลา ขึ้นอยู่กับว่าคุณใส่ใจ และคิดต่อยอดมันหรือเปล่า” ผู้บริหารย้ำท้าย