เป็นตัวของตัวเอง – ทุกคนล้วนมีเป้าหมายชีวิตต่างกัน บ้างอยากเป็นมหาเศรษฐี บ้างต้องการนั่งเก้าอี้ผู้บริหาร ขณะที่บางคนแค่อยากสุขอย่างพอเพียง แม้สายตารอบข้างอาจมองว่าเป็นไร้ความทะเยอทะยาน การหาคนต้นแบบเป็นเรื่องที่ดี แต่หากมากไปหรือเอาฝันของคนอื่นมาแบกไว้ วันหนึ่งคุณจะรู้เลยว่ามันไม่ความสุข ฉะนั้นจงหาวิธีสานฝันในแบบของคุณเอง และเป็นตัวของคุณเอง เพราะเมื่อความสำเร็จมาถึงคนที่จะภาคภูมิใจมากสุดก็คือคุณ แม้คนอื่นจะไม่มีใครอื่นรู้เลยก็ตาม

ตั้งเป้าหมาย – คนที่ตั้งเป้าหมายผิดยังดีกว่าคนที่กลัวการตั้งเป้าหมาย เพราะท้ายที่สุดแล้วฝ่ายหลังจะไม่รู้เลยว่างานจะเสร็จเมื่อไหร่ ซ้ำร้ายยังกลายเป็นคนชอบผลัดวันประกันพรุ่งอีก พึ่งพาโชคมากกว่าความสามารถ แน่นอนมันไม่ใช่วิธีการดำเนินชีวิตที่ดีเลย

ความล้มเหลว – ความกลัวในเรื่องนี้ ไม่ต่างจากคนที่อยากไปถึงที่หมายแต่ไม่กล้าเดิน เพราะหวั่นหลุมบ่อ กำแพง หรือขวากหนามระหว่างทาง ถ้ารู้สึกแบบนี้เมื่อจงรีบสลัดให้ไว แล้วถามตัวเองว่า “เป็นอย่างไรถ้าพลาดขึ้นมา?” “อะไรคือเรื่องร้ายสุดที่จะเกิดขึ้นหากล้มเหลว?” แล้วคาดการณ์สถานการ์ล่วงหน้า หาทางป้องกันจากนั้นเริ่มลงมือทำ อย่าปล่อยให้ความล้มเหลวมาฉุดรั้งความก้าวหน้าและเป็นกำแพงกั้นความสำเร็จที่หวังไว้ปลายทาง นอกจากนี้ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง อย่างน้อยความล้มเหลวก็เป็นบททดสอบศักยภาพ ให้คุณรู้ขีดจำกัดตัวเอง และบทเรียนป้องกันไม่ได้พลาดอีกในครั้งต่อไป

ถูกมองว่าเป็นคนโอ้อวด – เมื่อประสบความสำเร็จใครบ้างไม่อยากบอกให้ผู้อื่นรู้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ชื่นชมผลงานของคุณ บางส่วนรู้สึกอิจฉา ขณะที่บางคนคุณมองว่า “แค่คนขี้อวดคนหนึ่ง” อย่างไรก็ตามอย่าปล่อยให้ทัศนคติที่ตีความว่าคุณแตกต่างมาเหล่านี้ชี้นำชีวิต ปิดทางสู่เป้าหมาย และจำไว้เลยว่าความคิดเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ไม่ได้ ถ้ามัวแต่ใส่ใจกับสายตาคนอื่นคงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

ขอความช่วยเหลือ – มีเหตุผลมากมายที่ทำให้หลายคน ไม่กล้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ เช่น กลัวถูกปฏิเสธ ไม่อยากถูกมองว่าไร้ความสามารถ กลัวถูกตัดสินว่ายืนด้วยลำแข้งตนเองไม่เป็น หรือไม่มีความพยายามเพียงพอ แต่ความจริงแล้วคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ก็ต้องพึ่งพาผู้อื่นทั้งนั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และคนรอบตัวคุณก็พร้อมช่วยอยู่แล้ว ที่เหลือแค่ให้คุณเอ่ยปาก ยิ่งกว่านั้นพวกเขามักไม่สบายใจเมื่อเห็นว่าความผิดพลาดของคุณอาจไม่เกิดขึ้นถ้าได้รับความช่วยเหลือ ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าทำคนเดียวไม่ไหวให้ขอความช่วยเหลือไปเลย

พูดปฏิเสธ – การกลัวที่จะบอกว่า “ไม่” กับผู้อื่น มันสะท้อนให้เห็นว่าคุณก็ไม่กล้าพูดคำเดียวกันกับตัวเองเช่นกัน คุณต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึก สิ่งไหนที่คุณไม่ทำสามารถทำให้ผู้อื่นได้ โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นเบี่ยงเบนสมาธิให้คุณไขว่เขวจากเป้าหมายที่วางไว้ ถ้าจำเป็นต้องปฏิเสธก็ให้บอกกับคนที่มาขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ หาทางหยิบยื่นสิ่งที่พอทำได้เมื่อเวลาเอื้ออำนวย เชื่อเถอะพวกเขาเข้าใจและโอกาสที่เราจะได้หยิบยื่นมิตรไมตรีให้กันเกิดขึ้นได้เสมอ

ถูกตัดสินว่าผิดแปลกจากผู้อื่น – คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ต่างผ่านการต้องลองผิด ลองถูกมาหลายครั้ง ซึ่งระหว่างลองผิดย่อมเลี่ยงไม่ได้ต่อการถูกมองว่า “โง่” หรือ “ทำแบบนั้นได้อย่างไร” แต่ไม่มีอะไรได้มาโดยง่ายและการโดดเด่นเหนือผู้อื่นจึงต้องมีการทำสิ่งใหม่ สวนกระแสหรือต่างจากที่เคยมีมา เหมือนกับ Dick Fosbury นักกรีฑาทีมชาติสหรัฐในโอลิมปิคที่เม็กซิโกปี 1968 ที่ใช้ท่ากระโดดสูงต่างอย่างสิ้นเชิงจากคู่แข่ง จนถูกสบประมาทว่าไม่มีทางคว้าเหรียญกลับมาตุภูมิ แต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจใช้เทคนิคที่ฝึกซ้อมมาและท้ายที่สุดคว้าเหรียญทองมาได้พร้อมเป็นที่จดจำในจากสำเร็จดังกล่าว

การพูดต่อหน้าคนหมู่มาก – ไม่วันใดก็วันหนึ่งในชีวิตการทำงาน ทุกคนต้องได้เอ่ยปากพูดต่อจากคนหมู่มาก อย่างน้อยก็ระหว่างนำเสนอผลงานในแผนก อธิบายงานเพื่อขาย Idea ให้ลูกค้า หรือให้เข้ากับยุคสมัยก็เป็นการชี้แจงรายละเอียดของ Project ของบรรดา Startup เพื่อขอทุนจาก VC แต่ทุกอย่างจะไปไม่ถึงไหนเลยถ้าคุณกลัวการพูดในที่สาธารณะ ทว่าความกลัวเรื่องนี้สามารถขจัดให้หายไปด้วยการฝึกซ้อมให้บ่อย พูดให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้ศัพท์เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพราะเมื่อความมั่นใจมา เสียงก็จะดังขึ้น และไม่สั่นเครืออีกต่อไป

ที่มา : inc.com