หลังสงกรานต์สาดน้ำกันแล้วก็ถึงเวลา Back to School ที่เหล่าบรรดาผู้ปกครอง 15 ล้านคนในประเทศไทยต่างจับจ่ายซื้อชุดนักเรียนและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเปิดเทอมใหม่เงินในกระเป๋าว้าวุ่น และรองเท้านักเรียนก็เป็นหนึ่งในไอเทมหลักที่ขาดไม่ได้

ตลาดรองเท้านักเรียน

รองเท้าผ้าใบ 60%

รองเท้านักเรียน PVC 35%

อื่นๆ 5%

ตลาดรวม 5,000 ล้านบาท เติบโต 3-5%

ที่มา : นันยาง, เมษายน 2560

 

เกมการแข่งขันในตลาดรองเท้านักเรียนผ้าใบปีนี้ไม่ธรรมดา

จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย นันยางมาร์เก็ตติ้ง ได้ให้มุมมองตลาดรองเท้านักเรียนปีนี้เติบโต 3-5% จากมูลค่าตลาด 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ4-5 ปีที่ตลาดมีการเติบโต จากความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอด 15 เดือนที่ผ่านมา ทั้งพืชผลการเกษตรที่มีราคาสูงขึ้น การส่งออกเริ่มกับมา นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวไทยอย่างคึกคัก และการปรับค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 บาทเป็น 310 บาท ในหัวเมืองใหญ่ ตลอดจนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ของภาคการเมือง

และจากการจับจ่ายใช้สอยที่น้อยลงของคนไทยในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ยังแสดงให้เห็นว่าผู้ปกครองมีเงินเหลือมาจับจ่ายใช้สอยสินค้า Back to School มากขึ้น

ประกอบกับจำนวนนักเรียนในประเทศไทยมีทั้งหมด 15 ล้านคน ใช้รองเท้านักเรียนปีละ 1.3 คู่ ซึ่งสัญญาณที่ดีนี้เองได้ดึงดูดให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์จีนเข้ามาแข่งขันในตลาดปีนี้มากถึง 5-10 แบรนด์ โดยเน้นไปที่รองเท้านักเรียนผ้าใบจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง Modern Trade เป็นหลักเนื่องจากสามารถกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มเติมจากแบรนด์เดิมในตลาดที่มีประมาณ 10 แบรนด์ด้วยกัน

“ช่วง Back to School เป็นฤดูการขายรองเท้านักเรียน และมีการแข่งขันดุเดือดในทุกๆ แบรนด์ โดยส่วนใหญ่แข่งกันที่สินค้ามีเพียงพอกับความต้องการ ครบทุกไซส์ ไม่ให้ผู้บริโภคหันไปเลือกแบรนด์อื่นเพื่อทดแทน คุณภาพของ และ Branding เป็นหลัก ส่วนราคาโปรโมชั่นเป็นเรื่องรอง เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมซื้อรองเท้านักเรียนที่คุณภาพ ไม่ต้องการซื้อปีหละหลายคู่ และไม่นิยมซื้อรองเท้าหลายๆ แบรนด์เพื่อใช้งาน โดยที่ผ่านมานันยางมีสัดส่วนยอดจำหน่ายในครึ่งปีแรกมากถึง 75% ส่วนใหญ่มาจากช่วง Back to School เป็นหลัก”

รักษาผู้นำ เพิ่มส่วนแบ่งตลาด

ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมของนันยางมีการเติบโตมากถึง 6% เพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 40% ในปี 2558 เป็น 41% ในตลาดรองเท้านักเรียนผ้าใบ ท่ามกลางตลาดรวมที่ทรงตัว จากการเปิดตัวนันยางชูการ์ รองเท้านักเรียนผ้าใบสำหรับผู้หญิง ที่ทรงสวย ถูกระเบียบ สามารถใส่ไปเรียนและเที่ยวได้ ซึ่งเป็นตลาดที่ยังไม่มีคู่แข่งรายไหนทำมาก่อน ยอดขสบชองรองเท้าผ้าใบรุ่น 205-S รองเท้าผ้าใบพื้นเขียวรุ่นคลาสสิกซึ่งเป็นสินค้าหลักที่จำหน่ายมาอย่างยาวนาน

เป้าหมายของนันยางในปีนี้คือรายได้เติบโต 5% และเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดรองเท้านักเรียนผ้าใบเป็น 42% จากการมีสินค้าครบทุกไลน์อัพความต้องการ โดยยอดจำหน่ายนันยางมีสัดส่วนมาจาก 205-S รองเท้าผ้าใบพื้นเขียวรุ่นคลาสสิก 70% Have Fun รองเท้าผ้าใบสำหรับเด็ก 6-9 ปี ที่เปิดตัวในตลาดเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา 18%  ชูการ์ 7% และ 121-N รองเท้าผ้าใบทรงวินเทจ Old School ที่เคยเป็นสินค้าในอดีตมาทำตลาดใหม่เจาะกลุ่มนักศึกษา นักเรียนสายอาชีพ 5% และตั้งราคาเท่าปีที่ผ่านมา แม้ราคายางพาราซึ่งเป็นตัวแปรหลักในการผลิตจะมีราคาสูงขึ้นก็ตาม

นันยางใช้งบการตลาด 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 25% โปรโมทในทุกๆ รุ่น จากทุกๆ ปีที่เน้นการโปรโมททีละ1-2รุ่นเท่านั้น โดยแคมเปญ “ทุกก้าวคือตำนาน” เป็นแคมเปญใหญ่ที่เน้นนำการใช้ชีวิต วีรกรรมของนักเรียน ไปในสื่อต่างๆ โดยปีนี้ได้เทน้ำหนักงบการตลาด 10% ไปยังสื่อ Online จากปี 2559 ที่ใช้เพียง 2-3% เท่านั้น และให้ความสำคัญกับการสรรหาคอนเทนต์โพสต์ในเฟซบุ๊กเพจ นันยาง ที่มีผู้ติดตามมากกว่า8 แสนรายอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงการรักษายอดจำหน่ายชูการ์ให้เติบโตด้วยการเปิดตัวหนังโฆษณาในช่วงเริ่มปิดซัมเมอร์ สื่อถึงชูการ์สามารถใส่ไปเที่ยวซัมเมอร์และเมื่อเปิดเรียนก็สามารถใส่เป็นรองเท้าผ้าใบนักเรียนได้ในคู่เดียวกัน

ร้านค้าชุมชนยังเป็นหลัก Online คือโอกาสที่น่าสนใจ

ช่องทางจัดจำหน่ายหลักของนันยางยังคงเป็น Traditional Trade 70% Modern Trade 25% และ Online 5% และในปีนี้ จักรพล ได้ตอกย้ำจุดแข่งช่องทาง Traditional Trade ด้วยการจัดแคมเปญ ร้านค้าในตำนาน โปรโมท ร้านค้าชุมชนที่จำหน่ายรองเท้านักเรียนมาอย่างยาวนานถึง 4,000 ร้านค้าไปยังสื่อออนไลน์ จัดแต่งร้าน และโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะร้านค้าในตำนานเท่านั้น

และสำหรับช่องทาง Online ปีนี้เป็นปีแรกที่นันยางให้ความสำคัญกับช่องทางนี้ ด้วยการนำสินค้าจัดจำหน่ายผ่าน e-Market Place เช่น Lazada e-Retail เช่นเซ็นทรัลออนไลน์ เทสโก้ โลกัสออนไลน์ รวมถึงการจำหน่ายผ่าน Social Commerce ทั้ง Facebook และ IG โดยร้านค้าชุมชน และพ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ที่เปิดจำหน่ายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างสีสันใหม่ให้กับตลาดร้องเท้านักเรียนได้เป็นอย่างดี

 

พฤติกรรมผู้ปกครองซื้อรองเท้านักเรียน

1.ซื้อก่อนสงกรานต์เพื่อนำไปให้ลูกช่วงกลับบ้านต่างจัดหวัด

2.กลับบ้านต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์และไปซื้อรองเท้านักเรียนที่บ้านต่างจังหวัดในช่วงนั้น

3.หลังสงกรานต์ จนถึงเปิดเทอม 15 พฤษภาคม 2560 ซึ่งยังเป็นกลุ่มหลัก

 

ปฏิรูปองค์กรสร้างความแข็งแกร่ง

นันยาง ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2496 โดยมีชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล เป็นทายาตรุ่นที่ 3 และในยุคที่รองเท้านักเรียนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศ และการบุกตลาดต่างประเทศ เขาได้เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้านผลิต ถึงแม้ว่าปัจจุบันโรงงานนันยางมีกำลังการผลิตประมาณ 30,000 – 50,000 คู่ต่อวัน ซึ่งยังคงรับรองการผลิต ณ ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ด้วยการวางแผนระยะ 5 ปี  งบลงทุน 30 ล้านบาท เริ่มในปีที่ผ่านมา พัฒนาระบบการบริหารจัดการภายใน-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายใน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตยิ่งขึ้น รักษามาตรฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ตามที่นันยางนั้นทำมาโดยตลอด รวมถึงยังได้พัฒนาประสิทธิภาพของพนักงาน เพื่อรองรับการผลิตที่มีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการด้านการขายและการกระจายสินค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทันต่อความต้องการ

 

Did U Know

Logo Nanyang ตัว G ถูกออกแบบเป็นหัวลูกศร มาจากฮวงจุ้ย เพื่อสื่อถึงการพุ่งทยานเติบโตไปข้างหน้า

รองเท้านักเรียนผ้าใบ 1 คู่ มีขั้นตอนในการผลิตมากกว่า 400 ขั้นตอน และใช้แรงงานคนมากถึง 80%

ไซส์รองเท้านันยางยอดนิยม ผู้หญิง 38 ผู้ชาย 42