เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดตัวโครงการ “ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปีนี้มีเป้าหมายจะเข้าไปเยี่ยมเยียนและมอบตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์เบื้องต้นที่จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในเขตผืนป่าตะวันออก อันได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 3.8 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสระบุรี, นครนายก, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, และบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” จากองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่”เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ยาดีมีคุณภาพทัดเทียมยาต้นแบบจากต่างประเทศ วัตถุประสงค์โครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 มีดังนี้

1.เพื่อแสดงถึงความห่วงใย และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ทุ่มเทกำลังในการดูแลผืนป่าของไทย

ในปีที่แล้วเรามอบตู้ยาให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี   รวมตู้ยาและเวชภัณฑ์ทั้งหมด 100 ตู้ และในปีนี้ก็จะมีการนำเวชภัณฑ์ไปเติมให้อีก รวมถึงในปีนี้มอบให้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จำนวน 29 ตู้ และมอบให้กับอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” รวมทั้งสิ้น 76 ตู้  พร้อมทั้งชุมชนอื่นๆรอบอุทยานจนครบ 100 ตู้ตามเป้าหมาย

 

2.เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยพิทักษ์ป่า ในการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากจะมียาและชุดปฐมพยาบาลเพิ่มขึ้นเพื่อไว้ประจำห้องพยาบาลที่ทำการอุทยานฯ ในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้มจากการขึ้นลงน้ำตก ฯลฯ แล้ว โครงการ ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 นี้เราได้มีการเพิ่มรายการยาที่น่าจะตอบสนองความต้องการของเจ้าหน้าที่มากขึ้น เช่น

– ยาแก้แพ้อากาศ (Clarid)

– ครีมฆ่าเชื้อรา (Cotren)

– ครีมแก้คัน ผื่น (Clobet)

– ยาถ่ายพยาธิ (Alben)

– ยาล้างตา

– ยาล้างแผล ไฮโดรเจนเปอร์อออกไซด์

นอกเหนือจากนี้ยังมีรายการยาที่เคยมอบให้ตามแนวทางของโครงการปีที่ 1-2 คือ พลาสเตอร์แบบผ้า, สำลีแผ่น,  ครีมแก้ปวดเมื่อย (Flanil cream), แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ, ยาใส่แผลฆ่าเชื้อ (Povidine), ยาแก้โรคกระเพาะ (Belcid) และยาแก้ปวด Paracetamol

และเขตรักษาพันธุ์ฯ ที่อยู่ห่างไกลจา สถานพยาบาล ได้มียาดีมีคุณภาพไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน

โดยไบโอฟาร์มเชื่อว่า “ความยั่งยืนที่แท้จริงของประเทศไทย คือสุขภาพของป่าและน้ำ ถ้าสุขภาพของป่า น้ำ และเจ้าหน้าที่ฯ ดี ก็จะส่งต่อมาถึงสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของคนทั้งประเทศได้”  ดังพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานในการเสด็จออกมหาสมาคมฯ ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ที่ว่า

“ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเลและอากาศ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น

หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเราและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้

ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย”

สำหรับโครงการตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน ตั้งเป้าหมายไว้ว่าในทุกๆปี จะแจกตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์ที่จำเป็น จำนวน 100 ตู้  ซึ่งปีนี้มอบให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ดูแลพื้นที่ป่าตะวันออก รวม 5 ผืนป่า ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่และชุมชนโดยรอบอุทยานฯ รวมทั้งหมด 100 ตู้นอกจากนั้นแล้ว ก็จะลงพื้นที่เพื่อเติมเวชภัณฑ์ให้กับตู้ยาเดิมในสองปีที่ผ่านมาด้วย นั่นคือในปีแรกที่ชุมชนปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และในปีที่สองที่อุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของผืนป่าตะวันตก เช่น เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี  อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

 

ทางด้านนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้กล่าวว่า “การดูแลผืนป่าเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันหยุด จะเพิกเฉยหรือละทิ้งไม่ได้แม้สักวันเดียว การที่มีคนมองเห็นถึงความสำคัญของหน้าที่ตรงนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้เขารู้สึกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจที่ยิ่งใหญ่  เกิดความภาคภูมิใจและมีกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น  แต่แท้จริงแล้วคนที่ดูแลผืนป่าได้ดีที่สุดไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่คือพวกเราทุกคน เพราะป่าคือแหล่งกำเนิดชีวิต คือลมหายใจของทุกคน และเป็นแหล่งผลิตความสุขให้พวกเรา  ป่าคือของพวกเราทุกคน เราจึงควรรักป่า หวงแหนป่าและที่สำคัญควรช่วยกันอนุรักษ์ป่าและธรรมชาติ ถ้าคนรักษ์ป่า ป่าก็จะรักทุกคน”

ในส่วนของการลาดตระเวนเพื่อดูแลผืนป่ามรดกโลกนั้น เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีจำนวน 250 นาย  เดินป่าลาดตระเวนครั้งละ 3-7 วัน แบกเป้ที่มีน้ำหนักหลายสิบกิโล ทั้งน้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้งสำหรับยังชีพ เปลสนาม เสื้อผ้า1-2 ชุด ตลอดจนยารักษาโรค ทุกครั้งที่เข้าป่าคือการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากมายทั้งผู้ร้ายที่ลักลอบตัดไม้ เช่นไม้พยุงที่มีราคาสูง การลักลอบฆ่าสัตว์ป่า เช่น กวาง กระทิง เป็นต้น เจ้าหน้าที่จะต้องเตรียมพร้อมในทุกๆด้าน เช่น ฝึกการปลดอาวุธด้วยมือเปล่า เรียนรู้เรื่องพืชสมุนไพรและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นศึกษาการหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น วิธีดื่มน้ำจากการคายไอน้ำของใบไม้ หรือการนำน้ำขี้ช้างมาดื่มในยามฉุกเฉิน เป็นต้น

ผืนป่ากลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” จากองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2548 เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง  มีสภาพป่าแบบต่างๆ ตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ และเป็นต้นน้ำลำธารสำคัญๆ ทั้งแม่น้ำนครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี, ลำตะคอง, ห้วยมวกเหล็ก, และแม่น้ำมูลซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง รวมถึงเป็นแหล่งพบสัตว์ป่าหายาก เช่น เสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันเสือโคร่งในธรรมชาติทั่วโลกมีอยู่ไม่ถึง 4,000 ตัวเท่านั้น โดยเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางสำนักอุทยานแห่งชาติเพิ่งมีการแถลงข่าวว่า ตรวจพบเสือโคร่งในธรรมชาติบริเวณป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์เป็นจำนวนถึง 18 ตัว ถือเป็นข่าวดีในรอบ 15 ปีทีเดียว และสำหรับที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ยังมีสัตว์ป่ามากมายทั้ง ช้างป่า ชะนี กวาง จระเข้ ลิง นกเงือก  เป็นต้น

“ปัจจุบันการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เป็นการทำงานแบบ National Park 4.0เพื่อให้สอดคล้องกับยุค Thailand 4.0 โดยมีการพัฒนาคุณภาพและจำนวนของกล้อง CCTV แบบเดียวกับที่ดักสุ่มดูผู้ก่อการร้าย  ซึ่งจะช่วยเฝ้าระวังภัยคุกคามทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ป่าได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงพัฒนาการลาดตะเวน สู่การลาดตระเวนแบบมีคุณภาพที่เรียกว่า Smart  Patrol  โดยใช้ GPS นำทาง เราจะรู้เลยว่าเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนไปยังจุดไหนบ้าง มีแบบฟอร์มให้จดบันทึกว่าพบเจออะไรบ้าง รอยเท้าสัตว์ขนาดเท่าไหร่เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์อายุและประเภทของสัตว์ป่า  นอกจากจะช่วยตรวจตราการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้แล้ว ยังถือเป็นการดูแลความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอีกด้วย หากภัยคุกคามอยู่ตรงจุดใด ไม่ว่าจะเป็นคนร้ายหรือการรวมกลุ่มของสัตว์ป่า ก็สามารถแจ้งเตือนและขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งน่าจะช่วยให้การดูแลผืนป่าของพวกเราทุกคนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กล่าวปิดท้าย

บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด สรุปปิดท้ายว่า “ความสำคัญของป่า และภารกิจในการดูแลรักษาป่าไม้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง วัตถุดิบหลายอย่างในอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่สามารถสังเคราะห์ในห้องแล็บได้ จำเป็นต้องพึ่งวัตถุดิบจากธรรมชาติ  ถ้าป่าไม้ป่วยและหมดลง ก็จะส่งผลกระทบต่อเราทันที และน่าจะส่งผลไปถึงทุกอุตสาหกรรมในประเทศนี้ด้วย

เราจึงมองว่าการสนับสนุนภารกิจของผู้พิทักษ์ป่าและการทำโครงการเชิงอนุรักษ์เป็นเรื่องสำคัญมาก  ทั้งเรื่องการรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของป่า และการสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่โดยมอบเวชภัณฑ์ที่เหมาะกับลาดตระเวนและบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เพื่อให้ปฏิบัติงานได้สะดวกราบรื่นขึ้น เหมือนการดูแลสุขภาพต่อเนื่องกันไป เจ้าหน้าที่สุขภาพดี ป่าก็สุขภาพดี สัตว์ป่าก็สุขภาพดี พวกเราทุกคนก็สุขภาพดีกันถ้วนหน้า ถึงแม้เราจะเป็นบริษัทยาของคนไทยเพื่อคนไทยก็ตาม แต่เราขอเป็นตัวเลือกในการป้องกันโรคภัยต่างๆ เราอยากให้คนบริโภคยาให้น้อยที่สุด หรือใช้ยาให้เหมาะสมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น”

นอกจากนั้นแล้วไบโอฟาร์มยังร่วมเติมโป่งดิน ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ป่าและมอบเตาแก๊สสนามและแก๊สกระป๋องสำหรับยังชีพในป่าให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าด้วย สุดท้ายอยากให้ทุกคนลองติดตามการทำงานของ “โครงการ ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3”สานต่อความห่วงใยสู่ผู้พิทักษ์ป่ามรดกโลก มาสัมผัสความสวยงามและร่มรื่นของผืนป่ามรดกโลก“ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” แล้วเราจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า แหล่งน้ำและสัตว์ป่านานาชนิด เราจะเข้าใจได้ว่า คนที่ทำหน้าที่ดูแลผืนป่าต้องทำด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนนึง แต่เพื่อลมหายใจของพวกเราทุกคน  เราจึงต้องหวงแหนและช่วยกันปกป้องผืนป่าซึ่งเป็นลมหายใจของเราให้ดีที่สุด