เคยเป็นไหม เวลาไปงานที่ต้องพบปะผู้คน ไปเจอคนแปลกหน้า แล้วคุณทำตัวไม่ถูก แล้วถ้าเป็นงานสัมมนาเชิงวิชาการ ที่มีช่วง Networking คุณจะรู้สึกเขินอายทุกครั้ง ถ้าคุณเป็นแบบที่ว่า ตั้งใจอ่านให้ดี

จริงอยู่ที่ตอนเด็กๆ คุณครูอยากให้คุณถามทุกเรื่องที่ไม่รู้ แต่ในชีวิตจริงไม่ใช่ทุกคนที่มีเวลาว่างทั้งวัน ดังนั้นเพื่อการ Networking ที่ดี นี่คือ 5 เรื่องที่คุณควรฝึกไว้ จะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์

 

ทำการบ้านเยอะๆ : บางครั้งคนที่คุณกำลังคุยด้วยอาจเป็น Startup ชื่อดัง หรือเจ้าของธุรกิจร้อยล้าน ดังนั้นไม่ดีแน่หากถามคำถามที่ทำให้ผู้อื่นเสียเวลา หรือคำถามที่แสดงว่าคุณไม่รู้อะไรเลยกับเรื่องที่กำลังจะพูด

การทำการบ้านมาเยอะๆ เช่น หากคุณรู้ว่างานนี้มีโปรแกรมเมอร์ที่ทำแอปพลิเคชันมาร่วมงาน แล้วคุณก็อยากรู้ว่าธุรกิจของคุณจะเหมาะไหมกับแอปพลิเคชันไหม? คุณควรหาข้อมูลก่อนเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือน เพื่อหาความรู้เบื้องต้น เวลาถามคำถามจริงจะได้ไม่ต้องมาติดกับคำถามง่ายๆ

 

อยากได้อะไร บอกให้เจาะจง : หลังจากที่สนิทสนมกันพอสมควร มักจะมีการขอคำแนะนำเกิดขึ้น ซึ่งคำถามที่ดีควรจะเจาะจง เช่น คุณพอจะรู้จักนักลงทุนที่เชี่ยวชาญในธุรกิจประเภท Logistics หรือ E-commerce บ้างไหม? หรือ ตอนนี้ผมกำลังต้องการกราฟฟิคดีไซน์ที่เคยทำงานด้านอาหาร คุณพอจะแนะนำได้ไหม?

การถามแบบละเอียดช่วยให้ผู้ฟังเกิดการประมวลผลที่ชัดเจน ต่างจากคำถามที่กว้างๆ เช่น พอจะแนะนำนักลงทุนให้ผมได้ไหม? เป็นต้น

 

ถามจนกว่าจะได้รับการตอบ : บางครั้งหลังพบปะกันครั้งแรก คุณอาจจะได้นามบัตรมา ช่องทางที่สุภาพที่สุดก็คือการอีเมล์ไปถาม โดยบางคำถามมันอาจยากเกินกว่าจะตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ ดังนั้นหากเขาไม่ตอบอีเมล์ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่อยากตอบ หรือไม่สนใจ ผู้ตอบอาจจะติดธุระ ติดงานเร่งด่วนอยู่ก็ได้ คุณควรหมั่นถามเป็นระยะๆ จนกว่าจะได้คำตอบ หรือสิ่งที่คุณต้องการ

บางครั้งคุณได้รับคำตอบว่า “ไม่” หรือคำตอบแบบตัดบท หมายถึงเวลาที่คุณควรจะหยุดได้แล้ว แต่ถ้าทำในขอบเขตที่พอเหมาะ คุณจะได้ในสิ่งที่ต้องการในที่สุด

 

ตอบรับ : หลังจากที่คุณได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นคอนเนคชั่น หรือบทเรียนอะไรก็แล้วแต่ คุณควรนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และควรให้ Feedback กับผู้ที่ให้คุณด้วย เช่น ขอบคุณมากครับ ที่แนะนำนักธุรกิจท่านนี้ให้ผม ผมได้ความรู้มากมายจากเขาทั้งด้านการลงทุน และการทำธุรกิจ เป็นต้น

การทำเช่นนี้ ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นการแสงความขอบคุณที่ง่ายที่สุดที่ทำได้

 

เป็นผู้ให้ : การให้ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น บางครั้งคุณพบปะกับคนมากมาย คุณอาจมีสิ่งอะไรเล็กน้อยที่สามารถช่วยคนอื่นได้ จงอย่าลังเล เพราะถึงแม้มันอาจจะดูเป็นโอกาสที่เล็ก แต่ใครจะรู้ คนที่คุณช่วยอาจจะเปิดโอกาสสำคัญในอนาคตให้กับคุณได้

 

สิ่งที่เล่ามาอาจะดูไกลตัวบางคนไปบ้าง แต่ในสังคมนักธุรกิจ หรือ Startup สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่มีใครสามารถทำเรื่องใหญ่ๆ ได้คนเดียว ธุรกิจชื่อดังในปัจจุบันเกิดจากการพูดคุยของคนไม่กี่คน จากนั้นก็เกิดการแนะนำ การส่งต่อโอกาส ไปยังคนที่ใช่ในที่สุด

หน้าที่ของผู้ประกอบการ คือ เชื่อมโยงจุดทุกจุด ให้เกิดเป็นภาพที่คุณวาดไว้ในหัวให้ได้

 

ที่มา : Entrepreneur