ด้วยประสบการณ์การซื้อที่ดินของคนรุ่นพ่อ ต่อยอดด้วยเงินทุนมหาศาลในมือ ผนึกรวมกับวิธีคิดและการบริหารจัดการของคนรุ่นลูกที่ทุกคนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก เช่น บอสตัน, เคมบริดด์, ฮาร์วาร์ด และลอนดอน ทำให้ “ตระกูลสิริวัฒนภักดี” ผู้ที่ไม่มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดมาเลยแม้แต่ตารางวาเดียว กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเมืองไทย เป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มากที่สุดในประเทศ และมีที่ดินในมืออีกหลายแสนไร่

ล่าสุด  วันนี้ เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท ทีซีซี และ FCL  ประกาศสร้างอภิมหาโครงการโครงการ One Bangkok (วัน แบงค็อก) ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 120,000 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการขนาด 104 ไร่ และมีพื้นที่ใช้สอย (GFA) 1,830,000 ตารางเมตร  เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกแห่งใหม่ กำหนดโครงการเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการในปี 2568

One BangkoK เป็นโครงการที่พัฒนาโดยกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 80.1% กับและบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้) ถือหุ้น 19.9%

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คือ แบรนด์โครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติของ FCL ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ   มีสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 17,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 605,000 ล้านบาท  

One Bangkok เจริญให้ “ปณต” ลูกชายคนเล็ก เป็นผู้รับผิดชอบโครงการโดยร่วมกับทีมงานมืออาชีพระดับโลก อีกมากกว่า 100 คน จากบริษัทชั้นนำของไทยและระดับสากล  เขาย้ำว่าทุกโครงการทุกส่วนของบริษัทในเครือทั้งหมดจะต้องผนึกกำลังกัน เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จในเวลาที่กำหนดให้ได้

ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FCL  กล่าวว่า “ความโดดเด่นสำคัญของโครงการนี้ คือการพัฒนาโดย ยึดคนเป็นศูนย์กลาง (people-centric) ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ แห่งแรกของกรุงเทพฯ มุ่งเน้นให้ผู้คนสามารถอยู่อาศัย ทำงาน และเที่ยวพักผ่อนสนุกสนานได้อย่างกลมกลืน  ไร้รอยต่อภายในที่แห่งเดียว”

ส่วน “ซู หลิน ซูน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ   One Bangkok  บอกว่าโครงการนี้ จะต้องสะท้อนความเป็นไทย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะต้องมีอยู่ในแผนแม่บทของโครงการ คือมาตรฐานคุณภาพที่เหนือกว่าที่เคยมีมา แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดตามแบบสากล และความหลากหลายในเรื่องของรูปแบบการใช้ประโยชน์และสถาปัตยกรรม

 

สำหรับแผนแม่บทของโครงการทั้งหมดดูแลโดย Skidmore, Owings & Merrill LLP หรือ SOM* และผนึกกำลังทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของประเทศไทย ได้แก่  Plan Associates และ A49     

เป็นการพัฒนาที่ดินแปลงประวัติศาสตร์อีกแปลงของประเทศไทย หลังจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เปิดประมูลไปครั้งแรกตั้งแต่ปี 2547 โดยมียักษ์ใหญ่ทางด้านอสังหาของเมืองไทยกว่า 10 ราย เข้าร่วมประมูล เช่น เซ็นทรัล สหพัฒน์ ไมเนอร์กรุ๊ป แลนแอนด์เฮ้าส์  แต่ในที่สุด ก็ได้กลุ่มเจริญเป็นผู้คว้าลิขสิทธิ์ไปได้ตั้งแต่ปี 2557

 

 

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อโครงการ       One Bangkok (วัน แบงค็อก)

 สถานที่ตั้ง        บนที่ดินเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ที่ตั้งเก่าโรงเรียนเตรียมทหาร และสวนลุมไนท์พลาซ่า) บริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 ติดกับสวนลุมพินี

 

มูลค่าการลงทุน   มากกว่า 120,000 ล้านบาท

ขนาดที่ดินของโครงการ    104 ไร่

ขนาดพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิด       50 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ 104 ไร่

พื้นที่อาคารรวม (GFA)      1,830,000 ตารางเมตร

 ส่วนประกอบสำคัญของโครงการ 

  • อาคารสำนักงานเกรดเอมาตรฐาน LEED และ WELL 5 อาคาร
  • โรงแรมหรูที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ 5 โรงแรม
  • ที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี่ 3 อาคาร
  • ร้านค้าปลีก และพื้นที่ทำกิจกรรมที่หลากหลายและครบครัน
  • พื้นที่กิจกรรมและศิลปะวัฒนธรรม ขนาด 10,000 ตารางเมตร

กำหนดแล้วเสร็จ

  • ส่วนสำคัญส่วนแรกของโครงการ เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2564
  • องค์ประกอบทั้งหมดของโครงการ เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2568

 

 

 

ตระกูลสิริวัฒนภักดี นักช้อปอสังหาริมทรัพย์ตัวจริง     

 

ปี 2530          ซื้อหมู่บ้านเสนานิเวศน์  จาก ชวน รัตนรักษ์  อดีตประธาน กก.ผจก. แบงก์กรุงศรีอยุธยา

ปี 2531           โครงการพันธุ์ทิพย์พลาซ่า จากตระกูลบุนนาค

ปี 2534            อาคารสนญ.บริษัท อิสต์เอเชียติกส์ (ประเทศไทย) ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอายุเกือบศตวรรษ

ปี 2537            โรงแรมอิมพีเรียล จาก อากร ฮุนตระกูล 7 แห่ง

 

ปี 2538        -โรงแรมภูแก้วรีสอร์ทของ บุญชู โรจนเสถียร โครงการซิตี้รีสอร์ทที่เชียงใหม่  

                       -โรงแรมโกลเด้น ไทรแองเกิล วิลเลจ ที่เชียงราย จากไพโรจน์ เปี่ยมพงศ์สานต์

                       -โครงการนอร์ทปาร์ค จาก ยศ เอื้อชูเกียรติ และ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเว่อร์ จากกลุ่มนักลงทุนฮ่องกง

 

ปี 2547            ศูนย์สรรพสินค้าเชียงอินทร์พลาซ่า ของตระกูลกิตติบุตร

ปี 2548           โครงการรัชดาสแควร์  ของกลุ่ม ศรีวรา เรียลเอสเตท

ปี 2550           โรงแรมในต่างประเทศถึง 7 แห่ง ทั้งในสิงคโปร์, กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย, ฮานอย เวียดนาม, หลวงพระบาง ลาว, ลอนดอน อังกฤษ เมืองละ 1 แห่ง และคุนหมิง จีน 2 แห่ง

 

ปี 2553            โรงแรมในประเทศนิวซีแลนด์และญี่ปุ่น

ปี 2555            -เวิ้งนาครเขษมของราชสกุลบริพัตร เนื้อที่ 14 ไร่

                         -บมจ. ยูนิเวนเวนเจอร์ หรือ “ยูนิเวนเจอร์” จาก กิตติรัตน์ ณ ระนอง           

 

ปี 2556            -กิจการบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (F&N) ซึ่งครอบครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 8 พันล้าน ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยบริหารอพาร์ตเมนต์เพื่ออยู่อาศัยหลายพันแห่งในลอนดอน ปารีส ดูไบ และรวมถึงห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคในสิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น                                    

                         -บริษัทโกลเด้นท์แลนด์  เจ้าของสาทรสแควร์  และโรงแรม W หัวมุมถนนสาทรและถนนนราธิวาส

                         -กิจการโรงแรมมณเฑียร พัทยา และโรงแรม แกรนด์ โซเล่ พัทยา             

รวบรวม โดย MarKeteer