เมียนมาในวันนี้ก็ยังคงเนื้อหอมอยู่เสมอในสายตานักลงทุน อย่างไรก็ตามในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา คงจะพิสูจน์กันแล้วว่าถึงจะหอมแค่ไหน ก็ยัง “ไม่หมู” หลายคนที่เข้าไปแล้ว เจ็บออกมาก็มีเยอะ ไม่ใช่แค่มองเห็นโอกาส หรือมีเงินทุนเท่านั้น ที่สำคัญต้องมีความเข้าใจในสังคม ตัวบทกฎหมาย ตลอดจนคอนเน็กชันต่างๆ ที่จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นรวมทั้งเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจด้วย

กรุงศรีในฐานะธนาคารที่ให้ความสำคัญกับนักลงทุน นักธุรกิจไทย โดยเฉพาะภาคการลงทุนต่างประเทศ ได้ผสานความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงิน ที่ครบวงจรในไทย กับความแข็งแกร่งของเครือข่าย MUFG หนึ่งในสถาบันการเงินที่มีเครือข่ายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ด้วยบริการการเงินที่หลากหลาย และโอกาสทางธุรกิจให้นักธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การเป็นที่ปรึกษาในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ และกิจกรรมสัมมนาเชิงความรู้ ที่จะช่วยนักลงทุนไทยให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในเวทีระดับสากล โดยเฉพาะการทำธุรกิจในเมียนมา ซึ่งวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนก็ยังต้องโฟกัสและจับทิศทางอยู่ตลอดเวลา

การที่กรุงศรีมีเครือข่ายกับ MUFG หนึ่งในสถาบันการเงินที่มีเครือข่าย 50 ประเทศทั่วโลก จะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

 

เป็นที่มาของการจัดงานสัมมนา Krungsri Business Talk ในหัวข้อ “สร้างโอกาส เปิดตลาดเมียนมา” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่กรุงศรีจัดขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้ความรู้ในการขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมียนมาในแง่มุมที่ไม่เคยรู้ เจาะลึกถึงโอกาสการค้าการลงทุน เพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศนี้ ซึ่งเป็นแหล่งลงทุนและตลาดแห่งใหม่ที่มีศักยภาพสูงในกลุ่มอาเซียน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านมาร่วมบรรยายและเสวนาให้ความรู้

ซึ่งงานนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมนักธุรกิจ ผู้ประกอบการไทยเป็นจำนวนมาก ที่เข้ามาร่วมฟังแน่นห้องสัมมนา โดย Marketeer ได้ยกเอาใจความสำคัญของสปีกเกอร์แต่ละท่านมาสรุปสั้นๆ ดังนี้

 

พรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

“กรุงศรี เห็นประตูที่เปิดกว้าง ให้ผู้ประกอบการไทยไปคว้าโอกาสทางธุรกิจที่มีอยู่มากมายในเมียนมา เราพร้อมสนับสนุนด้วยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครบวงจร อีกทั้งมีเครือข่ายการให้บริการ ที่ครอบคลุมทั้งในประเทศและอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในเมียนมาด้วย”

 

 

ดร. สมประวิณ มันประเสริฐ ที่ปรึกษาและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ สายงานวิจัย (Krungsri Research) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

“เมียนมาเป็นตลาดเปิดสำหรับผู้เล่นระดับกลาง ด้วยประชากรกว่า 52 ล้านคนที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเมียนมายังมีโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยอีกมาก โดยเฉพาะธุรกิจบริการ นอกจากนี้ รัฐบาลเมียนมา ได้เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ และสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ลดระยะเวลาการจัดตั้งบริษัทเหลือแค่ 2 อาทิตย์ จากเดิม 2 เดือน ปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้นักธุรกิจไทยเข้าไปคว้าโอกาสในเมียนมา”

 

 

ผศ. ดร. ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“การเรียนรู้ว่าความต้องการและพฤติกรรมของคนเมียนมาคืออะไร และวัฒนธรรมอะไรที่มีผลต่อการใช้จ่าย คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในทำธุรกิจในประเทศนี้ เช่น สีส้ม เป็นสีที่ใช้ในศาสนา ดังนั้น รถกระบะสีส้ม ที่ขายดีในประเทศไทย จะขายยากในเมียนมา”

 

 

ดร. ธนิต โสรัตน์ ประธานกรรมการบริษัทในเครือ V-Serve Group รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

“โอกาสในเมียนมามีอยู่มากมาย ความไม่พร้อมของเมียนมา คือโอกาส ผมประสบความสำเร็จในตลาดเมียนมา ธุรกิจของผมช่วยบริษัทโลจิสติกส์ต่างประเทศชั้นนำ ให้ก้าวข้ามผ่านระบบที่ไม่พร้อมของเมียนมาไปได้ นอกจากนี้ พันธมิตรท้องถิ่นมีความสำคัญ เป็นตัวกำหนดความล้มเหลวหรือความสำเร็จของธุรกิจ ดังนั้น ต้องเลือกให้ดี ผมแนะนำให้หาพันธมิตรผ่านทางธนาคาร เพราะความเสี่ยงของท่าน คือความเสี่ยงของธนาคาร”

 

 

สุรวัฒน์ ปิ่นสุวรรณบุตร กรรมการผู้จัดการ Myanmar Alliance Venture

“เมียนมาเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ทำให้อาเซียนเป็นผืนเดียวกัน สามารถกระจายสินค้าไปยังจีน อินเดีย และบังคลาเทศได้ และเมียนมาเองยังมีความต้องการอีกมาก ศักยภาพการเติบโตสูง มีกำลังจ่าย ธุรกิจโรงพยาบาลน่าสนใจ เพราะลูกค้าต่างชาติอันดับหนึ่งของโรงพยาบาลชั้นนำในไทย คือคนเมียนมาที่มีกำลังจ่าย แต่ไม่สามารถหาสิ่งเหล่านี้ในประเทศของเขาได้”

 

ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจอาหารแบรนด์ตำมั่ว

“โอกาสในเมียนมามี 2 อย่าง คือ หนึ่ง แรงงานราคาถูก แต่เราต้องช่วยฝึกสอนให้เขามีทักษะ สอง วัตถุดิบมีคุณภาพและราคาต่ำ หากเรามีแบรนด์ที่แข็งแกร่งในไทยจะได้เปรียบ เพราะคนเมียนมาเสพสื่อไทย หน้าที่ของเราคือ เข้าไปแนะนำให้เขารู้จัก เพราะเขาพร้อมจะทดลองสินค้าของเราอยู่แล้ว สำหรับธุรกิจร้านอาหาร คนเมียนมาทานอาหารรสชาติเดียวกับคนไทย เมนูที่ขายดีที่สุดในเมียนมาคือเมนูเดียวกับที่เมืองไทย ไม่ต้องปรับสูตร”

 

 

รมเกียรติ แก้วรัตนอัมพร ผู้จัดการสำนักผู้แทนธนาคารกรุงศรี ณ กรุงย่างกุ้ง

“กรุงศรี พร้อมสนับสนุนนักธุรกิจไทยมาค้าขายและลงทุนในเมียนมา ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครบวงจร รวมไปถึงการให้ข้อมูลการค้าการลงทุนที่ถูกต้องอัพเดท ช่วยหาพันธมิตรธุรกิจที่ใช่ ช่วยแนะนำการเจรจาต่อรอง เช่น ค่าเช่าที่ในเมียนมาต้องจ่ายล่วงหน้าก่อน 1 ปี แต่สามารถเจรจาต่อรองให้เป็นรายเดือนหรือราย quarter ได้ รวมไปถึงช่วยสร้างเครือข่ายนักธุรกิจ ให้รู้ทั้ง know who และ know how ”

 

ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการสร้างสรรค์งานความรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศเพื่อความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน