กลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการดำเนินธุรกิจของคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศไปแล้ว กับการเปิดบริษัทใหม่ที่มีแววรุ่ง (Start up) สำหรับเมียนมาร์ แม้ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ เช่นเดียวกับหลายประเทศ แต่ก็ได้รับความสนใจและมีโอกาสเติบโต โดยใน Demo Day งานรวมตัว Startup ครั้งแรกๆ ของเมียน์มาร์เมื่อต้นมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้ง Startup และบรรดาธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital -VC) จากประเทศอีกหลายแห่ง ด้าน เจส คาลิบี ปีเตอร์สัน ผู้อำนวยการของ Phandeeyar – บริษัทพัฒนาช่วยผลักดันศักยภาพของ Startup (Accelerator) ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า “Startup ประเทศนี้มีความต้องการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นประเทศปิดมาก่อน”

ด้าน ฮันนี่ มา วิน อดีตวิศวกรระบบโทรคมนาคมวัย 26 ปี ซึ่งผันตัวเองมาตั้ง Startup ในชื่อ Chate Sat และเข้าร่วมงานนี้ด้วย ให้ทัศนะว่า ระบบโทรคมนาคมเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ Start Up ด้านเทคโนโลยีเติบโต โดยไม่กี่ปีก่อนหน้านี้มีผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสารเคลื่อนที่ (Mobile Operator) เพียงรายเดียว แต่ปัจจุบันมีเพิ่มเป็น 3 ถึง 4 ราย อย่างไรก็ตามมีการวิเคราะห์กันว่า นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ความขัดแย้งทางการเมืองและไฟฟ้าที่ยังไม่ทั่วถึงอาจเป็นอาจฉุดรั้งการพัฒนาและเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2014 ที่รัฐบาลทหารลงจากอำนาจและเปลี่ยนมาใช้ระบอบประชาธิปไตยใตยในการปกครองประเทศ เมียนมาร์ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะด้านโทรคมนาคม โดยปัจจุบันมีอัตราการเข้าถึง Smartphone ต่อจำนวนประชากร สูงถึง 80% ทั้งที่ 3 ปีก่อนมีแค่เพียง 3% เท่านั้น ขณะที่ 14 ล้านคนซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดใช้ Facebook เป็นประจำ ต่างจากปี 2012 ที่ไม่มีใครรู้จักเลย ส่วน Startup ในเมียนมาร์ได้รับความสนใจจาก VC มากมายต่างประเทศมากมาย ซึ่งในนั้นมี VC จาก ปีเตอร์ โอมิดยาร์ ผู้ก่อตั้ง E-Bay และ อีริค ชมิดส์ ผู้บริหาร Google รวมอยู่ด้วย

ที่มา : cnbc.com