ตั้งสติไว้แล้วหายใจลึกๆ – เริ่มแรกเลยคุณต้องตั้งสติก่อนจากนั้นกำหนดลมหายใจเข้าออก ด้วยจังหวะสูดเข้านับถึง 4 ค้างไว้แล้วปล่อยออกมานับ 2 เพื่อให้ร่างกายได้คลายกังวลและลดอารมณ์ขุ่นมัวจากปัญหาจราจรตรงหน้า

ลดใช้ Mobile Device – ปัญหาที่คนยุคนี้เป็นกันมากคือก้มหน้า เลื่อนนิ้วขึ้น-ลง บนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่คู่กาย จริงอยู่ที่อย่างน้อยก็ช่วยฆ่าเวลาและเปิดทางให้ได้ระบายเรื่องรถติดผ่าน Social Media ให้โลกได้รู้ แต่มันก็มีข้อเสียเพราะยิ่งทำให้ตาลาย ไม่อยู่กับปัจจุบัน และกลายเป็นคนที่ต้องพึ่งเทคโนโลยีตลอดเพื่อให้อารมณ์เย็นลง ทั้งที่ตามจริงเรื่องนี้ควรทำได้ตัวเอง หากอยากตัดขาดจาก Mobile Device สักพักเพื่อลดอุณหภูมิอารมณ์ด้วยตัวเอง ให้เปิด Do Not Disturb Mode แล้วปล่อยมันไว้ในกระเป๋า โดยนอกจากทำให้ใจเย็นลงแล้วยัง ช่วยลดบำบัดอาการเสยพ์ติดอุปกรณ์สื่อสารอีกด้วย

ปัญหาใหญ่แค่ไหนไปปล่อยก่อน – รถติดเป็นปัญหาใหญ่ ข้อนี้ไม่มีใครเถียง โดยเฉพาะประเทศที่ระบบบริการจัดการจราจรยังไม่ก้าวหน้า อย่างไรก็ตามเห็นด้วยไหมว่า ‘ใจคุณ-ความคิดคุณ’ ก็เป็นตัวการก่อปัญหาด้วย เพราะกังวลถึงงานที่ยังไม่เสร็จ สิ่งต้องสะสางที่รออยู่ใน Office โดยถ้าฝ่าการจราจรไปได้ก็ดีไป แต่หากไม่ว่ารถส่วนตัวหรือรถส่งมวลชนไม่ขยับเลยและหนีไปทางไหนก็ไม่ได้อีก สิ่งที่ยังพอทำได้คือหยุดคิดถึงปัญหา เพื่อลดความสับสนข้างใน โทรไปแจ้งบอกคนที่ทำงานว่า “รถติดจริงๆ ไปไหนไม่ได้เลย” จากนั้นคิดบวกไว้และบอกตัวเองว่า “รถติดแต่โลกยังไม่แตกนะ” หรือ “ไม่เป็นไรหรอกนี่มันเหตุสุดวิสัย”

ยิ้มให้เพื่อนร่วมทางระหว่างการจราจรติดขัด – ในเมื่อถนนเป็นสาธารณะสมบัติ คุณจึงไม่ได้เผชิญปัญหารถติดโดยลำพัง ฉะนั้นอย่าไปอารมณ์เสียใส่ผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหลาย เพราะนอกจากไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ไปอีก ในทางตรงกันข้ามการหันมายิ้มให้หรือพูดคุยกัน ยังช่วยเวลาแบบนี้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นบ้าง

อย่าลืมขยับตัวบ้าง – การจราจรหยุดนิ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวคุณต้องนิ่งตามไปด้วย ใช้เวลานี่ออกกำลังกายย่อมๆไปเลย แค่ขยับไหล่หรือยืดแขนขาบ้างก็ยังดี เพื่อเป็นการปลุกความกระปรี้กระเปร่าและคลายเครียด

ที่มา : success.com