หลังจากที่สร้างกระแสด้วยการเข้าไปเป็น Sponser หลักให้กับฟุตบอลไทยลีค 2 M150 ก็ได้กลับมาตอกย้ำความเป็น No.1 แบรนด์ในสินค้า Categories เครื่องดื่มให้พลังงานอีกครั้ง ด้วยการทำการตลาดแบบ Music Marketing ผ่านบทเพลงที่ชื่อว่า นักผจญเมือง

ที่นอกจากจะทำมาเพื่อเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างกลุ่ม Blue Collar แล้ว งานนี้ M150 ก็ยังไม่ทิ้งอีกหนึ่งฐานลูกค้าสำคัญอย่างคนทำงานในเมือง

โดยได้ 4 ซุปตาร์’ ที่พูดชื่อไปไม่ว่าใครก็รู้จักกันทั้งนั้น อย่างตูน บอดี้แสลม ต่าย อรทัย ไมค์ ภิรมย์พร และไผ่ พงศธร มาเป็นผู้ถ่ายทอดพลังฮึดสู้ไปยังผู้คน

และก่อนจะมาดูว่ากลยุทธ์การทำ Music Marketing ของ M150 ในครั้งนี้เป็นยังไง เรามาดูมิวสิควิดีโอเพลงนักผจญเมืองที่ว่านี้กันเลยดีกว่า

ไม่ใช่แค่เพลงที่ฟังแล้วทำเรามีพลังฮึดสู้ต่อไป แต่ความน่าสนใจอีกอย่างก็คือแนวคิดในการทำ Music Marketing ของแบรนด์ ที่สามารถสร้างยอดวิวใน Youtube ไปได้กว่า 6 ล้านวิวภายในเวลาไม่กี่วัน และไม่มีท่าทีว่าตัวเลขของยอดวิวดังกล่าวจะหยุดที่เพียงเท่านี้

หลายคนจึงเกิดความสงสัยว่าแนวคิดในการทำตลาดของ M150 ในครั้งนี้เป็นยังไง ? ทำไมถึงเลือกใช้คำว่า #พลังฮึดสู้ มาเป็น Key Message หลักในการสื่อสารแบรนด์ไปยังผู้บริโภค ? แล้วอะไรเป็น Key หลักที่ทำให้ทุกแคมเปญของ M150 มีความ Impact กับผู้คนในทุกครั้ง

วันนี้ Marketeer มีคำตอบ

แนวคิดหลัก ที่พัฒนาจนกลายมาเป็นแคมเปญพลังฮึดสู้

หากจะอธิบายถึงที่มาที่ไปของแคมเปญนี้ให้ทุกคนได้เห็นภาพกันอย่างเข้าใจ คงต้องมองย้อนกลับไปถึงแนวคิดหลักและ position ของแบรนด์ที่ M150 ได้วางไว้ไม่ว่าจะเป็นด้าน functional อย่างการเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน หรือจะเป็นด้าน emotional ที่ M150 ได้สื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคในรูปแบบของ การให้กำลังใจในการทำงาน

ซึ่งแคมเปญล่าสุดอย่าง “พลังฮึดสู้” ก็สามารถตอบโจทย์แนวคิดหลักตรงนี้ของแบรนด์ได้เป็นอย่าง อีกทั้งการที่แบรนด์ได้เข้าไปเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับฟุตบอลไทยลีค เพราะทั้งกลุ่มคนใช้แรงงาน หรือนักกีฬา ต่างก็ต้องการพลังฮึดสู้ เพื่อจะทำความฝันให้สำเร็จด้วยกันทั้งคู่

เลือกใช้ Music Maketing เพื่อสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงง่ายกว่าเดิม

เคยตั้งข้อสังเกตบ้างไหมว่า แม้เพลง ๆ หนึ่งจะมีความยาวกว่า 3-4 นาที แต่ทำไมเราถึงจดจำ Dialogue และสามารถร้องตามได้ทั้งเพลงแบบที่ไม่ต้องเปิดเนื้อร้อง

นั่นเป็นเพราะว่าการมีดนตรี การมีจังหวะเข้ามา ทำให้เราสามารถจดจำเนื้อเพลงต่าง ๆ ได้อย่างง่ายได้ และนี่ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ‘เพลง มันสามารถเข้าถึงจิตใจและการรับรู้ของคนได้ดีเพียงไหน’

M150 ก็เลยหยิบเอา Music Marketing มาเป็นกลยุทธ์หลักในการสื่อสาร Message จากแบรนด์ไปยังผู้บริโภค เพราะนอกจากจะเป็นวิธีการสร้าง Brand Awareness ที่ดีแล้ว ถ้าพูดคนอินกับความหมายของมันพวกเขาก็จะมีโอกาสในการเปิดฟังซ้ำ

ต่างจากโฆษณาที่เป็น TVC หรือไวรัลคลิป ที่ดูครั้งเดียว ก็จบ

4 ไอดอลพลังฮึดสู้ ที่นอกจากความดัง ยังต้องมีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์

ถึงแม้ว่า M150 จะเป็นโปรดักท์ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มคน Blue Collar แต่ไม่ใช่ว่าผู้ที่มารับหน้าที่ถ่ายทอด Message จากแบรนด์ไปยังผู้บริโภคจะเป็นนักร้องลูกทุ่งคนไหนก็ได้

ในประเด็นนี้ เพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด ได้ให้มุมมองเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า

“ศิลปินที่จะรับหน้าที่ เป็นพรีเซ็นเตอร์ของ เอ็ม 150 จะไม่เพียงเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ต้องสามารถเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนหลายๆ คนให้กล้าเดินตามความฝันอย่างไม่ท้อถอยได้ ซึ่งศิลปินที่เราคัดเลือกมานี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ได้ฝ่าฟันทุกอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ และฮึดสู้จนขึ้นมายืนอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และนั่นก็เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับสปิริตของ M-150อย่างแท้จริง”

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม ต่าย อรทัย, ไมค์ ภิรมย์พร และไผ่ พงศธร จึงมาเป็นผู้ส่งต่อ Message ของแบรนด์ไปยังผู้บริโภค เพราะทั้ง 3 คือไอดอลในเรื่องของการทำงานสำหรับคนกลุ่ม Blue Collar อย่างแท้จริง

และก็อย่างที่บอกไปว่ากลุ่มเป้าหมายของ M150 ไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่ม Blue Collar เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนทำงานในเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งตูน บอดี้แสลมก็เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่สามารถเข้าคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีภาพลักษณ์ที่ตรงกับ Vision หลักของแบรนด์ คือการสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับคนไทยมาเป็นเวลานาน

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงส่งผลให้ M150 สามารถฮุก Target ที่เป็นคนทำงานในเมือง และคนใช้แรงงานที่อยู่ทั่วประเทศ ที่มีอายุตั้งแต่ 25-45 ปี ได้อยู่หมัด

ต่อยอดแคมเปญ ด้วยการจัดคอนเสิร์ต M150 ลูกทุ่งซุปเปอร์โชว์

เมื่อเลือกใช้กลยุทธ์แบบ Music Marketing แล้ว ก็ต้องมาให้สุดทาง เพราะหลังจากที่ได้ปล่อย MV เพลงพลังฮึดสู้ไป ทางแบรนด์ก็ยังได้ต่อยอดแคมเปญด้วยการจัดคอนเสิร์ต M-150 ลูกทุ่งซุปเปอร์โชว์ ที่นำเอาแต่ศิลปินขวัญใจคนใช้แรงงานและมีสปิริตที่ตรงกับ M150 ไม่ว่าจะเป็น ไมค์ ภิรมย์พร ต่าย อรทัย และไผ่ พงศธร 3 พรีเซนเตอร์ของ M150 พร้อมด้วย ลำยอง หนองหินห่าว เปาวี สาวแย้เจติยา

เท่านั้นยังไม่พอ M150 ก็ยังได้จับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผ่านการจัดคอนเสิร์ต M-120 Power Concertที่นำทีมโดย Bodyslam Potato Lomosonic S.D.F และ Sweet Mullet ที่จะระเบิดความมันส์ขึ้นในเร็ว ๆ นี้

ด้วยกลยุทธ์ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม M150 ถึงยังครองตำแหน่ง No. Brand ในตลาดเครื่องดื่มใหัพลังงานมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร