สิ่งใหม่ย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น และบางครั้งผลกระทบที่มาพร้อมกันไม่มีแค่ด้านเดียว ยืนยันได้จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของ ASEAN โดยความนิยมในการใช้บริการ Uber ในสิงคโปร์ไม่ได้เพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ App เรียก Taxi ชื่อดังสัญชาติอเมริกันยังกลายเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ของคนหลายกลุ่มที่อยากซื้อรถ หาค่าน้ำมันรถไว้ขับท่องเที่ยววันหยุดและดันให้ธุรกิจเช่ารถได้เติบโต ท่ามกลางอัตราการว่างงานในปัจจุบันที่สูงสุดในรอบ6 ปีและราคารถยนต์ที่ยังสูงมากหากเทียบกับประเทศอื่น

ปีเตอร์ ฉิว ตำรวจเกษียณวัย 58 ปี กล่าวว่า การเช่ารถมาขับ Uber 6 วันต่อสัปดาห์แลกกับรายได้ 500 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 12,500 บาท) ถือว่าคุ้มเพราะช่วยให้มีค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษารถส่วนตัว ด้านอดีตนายค้าอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งก็เป็นอีกคนที่หารายได้เสริมด้วยวิธีการนี้ โดยเขาเช่ารถ Toyota Corolla มาขับ Uber วันละไม่เกิน 4 ชั่วโมงเพื่อช่วยสามารถซื้อรถเพื่อขับพาครอบครัวซึ่งประกอบไปด้วยภรรยาลูกอีก 2 คนขับข้ามไปเที่ยวในมาเลเซียช่วงสุดสัปดาห์ได้

เหตุที่รถในสิงคโปร์มีราคาแพงกว่าในสหรัฐถึง 4 เท่า เช่น รถอเนกประสงค์ (SUV) รุ่น Vezel ของ Honda ราคาถึง 100,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 ล้านบาท) ซึ่งเท่ากับ M3 รถเก๋ง 4 ประตูสุดหรูของ BMW ในสหรัฐ เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้จำนวนรถในประเทศมีมากเกินไปการจราจรติดขัดและรักษาคุณภาพอากาศให้ดี ส่วน Uber เข้ามาทำธุรกิจในสิงคโปร์เมื่อปี 2014 เพียงปีเดียวก็ทำให้ยอดการเช่าเพิ่มขึ้นถึง 50% จนมากกว่าจำนวน Taxi บนท้องถนนไปแล้ว โดยนายกรัฐมตรี ลี เซียนหลุง กล่าวว่าการเข้ามาในสิงคโปร์ของ Uber จะกระตุ้นให้หลายธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลง ขณะที่นักเศรษศาสตร์ของ Nomura Holdoing ให้ทัศนะว่า จะทำให้ตลาดแรงงานพัฒนาไปข้างหน้าและประชาชนมีทางเลือกในการหารายได้มากขึ้น

ที่มา : bloomberg.com