ปรับเวลานอนใหม่ – หากต้องเดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะข้าม Time Zone สิ่งแรกๆ ที่ลืมไม่ได้คือการเปลี่ยนเวลานอนใหม่ให้ใกล้เคียงกับประะเทศที่จะไป เพราะเมื่อถึงที่หมายจะได้ไม่เจอกับปัญหาเรื่องการข่มตานอน

ตั้งนาฬิกาให้ตรงกับปลายทางที่จะไป – แม้ทุกวันนี้นาฬิกาบน Smartphone จะเปลี่ยนอัตโนมัติเมื่อข้ามประเทศ แต่ถ้าคุณสวมนาฬิกาข้อมือก็อย่าลืมปรับเข็มสั้นเข็มยาว หรือตัวเลขดิจิตอลให้เรือนเวลาเหล่านี้ด้วย และควรทำระหว่างอยู่บนเครื่องบินเลย เพราะนี่เป็นอีกอย่างที่ช่วยให้ร่างกายได้ชินกับเวลาใหม่

ใส่ใจกับการเลือก Flight และพฤติกรรมตัวเองบนเครื่อง – เรื่องถัดมาที่ช่วยลดอาการล้าจากการบินข้ามฟ้าของคุณได้คือ การใส่ใจระยะเวลาที่อยู่บนเครื่องบิน โดยเมื่อเลือกเที่ยวบินควรสังเกตุด้วยว่านานแค่ไหนที่คุณต้องอยู่บนเครื่องบิน เพราะถ้าน้อยกว่าหกชั่วโมงคุณอาจไม่นอนเพียงพอ ส่วนกรณีที่เดินทางตอนกลางคืนใช้ตัวช่วยเรื่องการนอนทั้ง หมอนหนุนคอ ที่อุดหู และที่ปิดตา ของสายการบินให้เต็มที่ ขณะเดียวอย่าลืมตัวดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์จนเกินพอดี เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวร้ายที่ทำให้คุณหลับไม่สนิทเช่นกัน

ลืมไม่ได้เลยเรื่องดื่มน้ำ – ความกดอากาศและความชื้นต่ำบนเครื่องบินเป็นตัวการที่ทำให้คุณเหนื่อยและร่างกายขาดน้ำ ดังนั้นระหว่างเดินทางอย่าลืมดื่มน้ำปริมาณ 8 ออนซ์ให้ได้อย่างน้อย2ถึง 3 แก้ว จากนั้นดื่มอีกเมื่อลงจากเครื่องบิน เชื่อสิ คุณจะรู้สึกเลยว่ากระปรี้กระเปร่าขึ้น

เผื่อเวลาเที่ยวล่วงหน้าไว้บ้าง – อย่างแย่สุดอาการ Jet lag อาจส่งผลต่อร่างกายคุณไปได้มากถึง 2 หรือ 3 วัน เพื่อตัดโอกาสเรื่องไม่พึงประสงค์เช่นนี้ หากเป็นไปได้ควรเดินทางไปถึงที่หมายล่วงหน้าหรือเผื่อเวลาไว้บ้าง

อย่าเผลองีบนาน – ทันทีที่ไปถึงกระตุ้นตัวเองให้ตื่นเอาไว้แล้วค่อยไปหลับเมื่อถึงเวลาตามจริง เพราะถ้าเผลองีบหลับนานเกินไปเมื่อถึงเวลาต้องนอนการข่มตาให้สนิทจะเป็นเรื่องยากและอาการ Jet Lag จะยิ่งแย่จนคุณเที่ยวไม่สนุกเลย

ที่มา : entrepreneur.com