Fuchsia “Innovation Centre” เป็นหน่วยงานหนึ่งของเมืองไทยประกันชีวิต ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนองค์กรต่อไปในอนาคต รวมทั้งสร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมประกันชีวิต

เป็นเสมือนสนามในการบ่มเพาะการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรใหม่ เพื่อให้เมืองไทยประกันชีวิต  เป็นแบรนด์ที่สร้างประสบการณ์ดีให้กับลูกค้า ตอบโจทย์ลูกค้าในทุก Touch Points โดยไม่ได้โฟกัสอยู่แค่เพียงรูปแบบของกรมธรรม์ชีวิตเท่านั้นอีกต่อไป

วันนี้นวัตกรรมไม่ได้ถูกจำกัดแต่แค่ Fintech, Biotech หรือ Healthtech เท่านั้น แต่ยังมี Insurtech ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจเช่นกัน

 

สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้อธิบายเหตุผลในการตั้ง “Fuchsia”ไว้อย่างน่าสนใจว่า อย่างแรกเขามั่นใจว่าธุรกิจประกันชีวิตยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แต่ในขณะเดียวกันต้องปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ต่างๆที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในหลายๆเรื่องด้วย

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณอย่าลืมว่ากรมธรรม์ประกันชีวิต ไม่ได้เป็นสินค้าทั่วไปที่คนอยากได้หรือต้องการซื้ออยู่แล้ว รูปแบบของผลิตภัณฑ์จึงถูกคิดมาจากในมุมมองผู้ขาย Inside Out เป็นส่วนใหญ่ แต่ในยุคนี้เปลี่ยนไป ลูกค้าเข้าใจในความจำเป็นที่ต้องมีประกันมากขึ้น ดังนั้น ต้องมองแบบ Outside In คือ มองจากความต้องการของลูกค้ามากขึ้นด้วย”

แต่จะมองลูกค้าอย่างถูกต้องได้อย่างไร เพราะปัจจุบันการทำความเข้าใจกับผู้บริโภคยากซับซ้อนและมีหลายมิติมากขึ้น โดยเหตุผลสำคัญที่ว่าธุรกิจประกันชีวิตกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่มี “เจเนอเรชั่น (Generation)” ของคนที่แตกต่างกันมี Gen y เป็นตัวสำคัญของการขับเคลื่อนสังคม Gen Z กำลังเข้ามา ในขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในแต่ละวัย  มีพฤติกรรมการบริโภค ประสบการณ์การใช้ชีวิต การบริหารความเสี่ยงและความต้องการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ที่สำคัญมีเรื่องดิจิทัลที่เข้ามาอย่างรวดเร็วเป็นตัวกระตุ้นความต้องการที่หลากหลายขึ้น เพราะทุกคนสามารถเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้หมด ผ่านการโพสต์ การแชร์ในสังคมออนไลน์

จากหลาย เหตุผลดังกล่าวทำให้เทรนด์ในยุคนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าองค์กรปรับตัวไม่ทันอันตรายอย่างแน่นอน

 

พลิก “คน”  พลิก  “Culture”  

ในเมื่อองค์กรมีความเสี่ยงและไม่สามารถที่จะเติบโตในรูปแบบเดิม ๆได้อีกต่อไป   การเป็น องค์กรนวัตกรรม คือยุทธศาสตร์สำคัญที่เมืองไทยประกันชีวิตจะต้องทำให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ให้ตรงกับความต้องการของคนในยุคนี้และยุคหน้าให้มากที่สุด

การที่จะเป็นองค์กรนวัตกรรมได้  “คน” ขององค์กรต้องมีการเปลี่ยนแปลง  พร้อมที่จะเปิดรับในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ  พนักงานทุกคนต้อง “คิดนอกกรอบ (Out of the Box)” ต้องมีความกล้า และพร้อมที่จะเปิดใจฟังความคิดเห็นของคนอื่น

โดยไม่ได้เน้นแค่ภาพเทคโนโลยีเท่านั้น เพราะการบริการที่จะทำให้เกิดความประทับใจไม่สามารถถูกเทคโนโลยีทดแทนได้ ดังนั้น innovation ของเมืองไทยประกันชีวิตจะเป็นทั้ง Tech และ Non Tech   สาระยังย้ำว่า

“ในเรื่องของinnovation ควรจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกหน่วยงานในองค์กรไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่คือทุกอย่างที่ลูกค้าสัมผัสได้ เพราะในมุมของลูกค้า มองว่าทุกอย่างที่เป็น แบรนด์เมืองไทยที่คือโปรดักท์  ไม่ใช่เฉพาะเพียงแค่เพียงแบบประกัน เท่านั้น”

ที่สำคัญแนวคิดนี้ต้องเกิดขึ้นกับทุกคนไม่จำกัดอายุหรือหน่วยงานที่สังกัดอยู่ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรได้มีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมใหม่

 

“Fuchsia”  สนามบ่มเพาะ วัฒนธรรมใหม่  

ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่อยู่ๆคนของเมืองไทยประกันชีวิตจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง Fuchsia “Innovation Centre” เลยถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่เปิดให้ทุกๆ คนได้มีอิสระในการสร้างสรรค์ เป็นสนามทดลองที่สามารถลองผิดถูก

คนที่เข้ามารับผิดชอบหน่วยงานนี้มีประมาณ 10 คน จากหลากหลายอาชีพเพราะสิ่งที่กำลังทำไดนามิกอย่างมาก เลยต้องการประสบการณ์พิเศษของแต่ละคน เช่น วิศวกร  สถาปนิก  นักการตลาด  คอนซูเมอร์โปรดักท์  แบรนดิ้ง   ดาต้า อนาไลติกส์   เป็นคน Gen y อายุเฉลี่ยประมาณ 25- 30ปี กว่าๆ  บทบาทของคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่แทนคอนซูเมอร์ข้างนอก  โดยจะเข้ามาร่วมกันคิดกับคนข้างในที่มีประสบการณ์  ผ่านวิธีการที่เรียกว่า Design thinking

“ใน Fuchsia จะมีกฎอยู่อย่างหนึ่งคือพอเข้ามาร่วมกับโครงการนี้  คุณต้องหลุดจากตำแหน่ง  จะมายึดติดไม่ได้ว่าฉัน เป็นเจ้านายนะ หรือฉันมาจากสายสื่อสารองค์ร หรือสายการตลาด ต้องฟังฉัน อย่างนี้ไม่ใช่  อย่างผมถ้าเข้ามา ผมก็ไม่ใช่นายสาระ ซีอีโออีกต่อไป ไม่อย่างนั้นแล้วคนอื่นอาจจะไม่กล้ามีความคิดที่แตกต่าง ความคิดใหม่ๆเลยไม่เกิด”

นอกจากนั้น   Fuchsia  ยังได้ไปร่วมมือกับกลุ่มสตาร์ทอัพ ซึ่งได้เข้าไปติดต่อกับหลายๆหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ  ในขณะเดียวกันอาจจะมีโจทย์ให้สตาร์ทอัพไปทำ รวมทั้งอาจจะมีการลงทุนในเรื่องการบ่มเพาะ สตาร์ทอัพ เพื่อสุดท้ายแล้วองค์กรจะได้แอพพลิเคชั่น หรือกรรมธรรม์ใหม่ๆที่แตกต่างออกมา

ก่อนที่โปรเจ็คดีๆจะทยอยกันออกมา  บริษัทต้องก้าวข้ามผ่านขั้นตอนการสร้างคนให้ได้ก่อน แล้วจะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ค่อยๆซึมซับไปยังส่วนอื่นๆขององค์กรอย่างเข้มแข็งขึ้น

 

สาระยอมรับว่า

“ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร หรือสร้างองค์กรInnovation  แต่ผมพร้อมที่จะเริ่ม     ผมไม่รู้ว่าข้างหน้าเราจะเจออะไรอีก  แต่ผมคุยกับผู้บริหารระดับสูงว่าวันนี้ผมขอ 120 %   สิ่งที่คุณทำ 100 %เหมือนเดิม แต่ผมขอ 20 %  ให้เป็นเรื่องของ Innovation ให้พวกคุณหลุดพ้นจากการทำงานแบบรูทีนเดิมๆ ”

เขายังย้ำว่า ปัจจุบันได้วางแผนไว้อยู่แล้วว่า ปีนี้ปีหน้า ต้องทำอะไร แต่เขายังมองแบบสุดขั้วว่า ถ้าสิ่งที่ทำอยู่ ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว จะทำอย่างไร

“ อาจจะไม่รุนแรงอย่างนั้น แต่ก็ไม่เสียหายที่จะมองเอาไว้”

 


Fuchsia” แปลว่า  สีชมพูบานเย็น   ขณะที่โลโก้ของ Fuchsia นั้น กรอบสีขาว หมายถึง เมืองไทยประกันชีวิต  ขณะที่วงกลมต่างๆ สื่อถึงความคิด (Thought Bubbles) และไอเดียใหม่ๆ ที่ผลักดันตัวเองออกมานอกกรอบ โดยที่สีแต่ละสีมีความหมายที่ต่างกัน สีชมพูหมายถึงความสุขความสดใส สีน้ำเงินคือความมั่นคง สีฟ้าคือความคิดสร้างสรรค์  สีแดงคือพลังความมุ่งมั่นพัฒนา  และคำว่า Innovation for Muang Thai Life หมายถึง นวัตกรรมใหม่ของเมืองไทยประกันชีวิตนั่นเอง