ปรับบุคลิกพลิกฟื้นความมั่นใจ– ภาษากายสามารถเป็นได้ทั้งเครื่องยืนยันให้เห็นว่าคุณเปี่ยมความเชื่อมั่นหรือหวาดหวั่นสั่นกลัว ฉะนั้นจงเลือกอย่างแรก บอกให้โลกว่าคุณพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้าทั้งดีร้าย ผ่านการเชิดหน้า นั่งหรือยืนให้หลังตรง สบตาคู่สนทนาทุกครั้งที่คุยกัน เพราะนอกจากตัวคุณแล้วคนรอบข้างก็จะได้รับพลังบวกนี้ไปด้วย

แต่งตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง – เห็นด้วยไหมว่า ถ้าแต่งตัวให้ดูดี คุณจะรู้สึกดี การเลือกชุดให้เหมาะกับตัวเอง หรือถูกกาลเทศะจะทำให้ความมั่นใจของคุณเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติผ่านบุคคลิกภาพที่ดีขึ้น และเสื้อผ้าอาภรณ์ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่พาคุณสู่ความสำเร็จ ต่อไปทุกครั้งที่เลือกชุดออกงานสำคัญ อย่ากลัวที่จะสวมใส่เครื่องประดับที่สื่อถึงความเป็นตัวตน หรือเสื้อผ้าสีสดใส เพื่อปลุกความเชื่อมั่น สร้างความโดดเด่นและเป็นตัวช่วยในการเปิดบทสนทนา

พูดชัด ฉะฉาน จับใจความง่าย – นักพูดที่เก่งๆ ล้วนพูดเป็นจังหวะ ฟังชัด และมีความมั่นใจในคำที่ออกจากปาก ส่วนถ้าเกิดติดขัดก็จะหยุดคิดสักครู่แล้วพูดต่อไป แทนการปล่อยให้เสียง “อืม…” หรือ “เออ…” ออกมาจากลำคอ ขณะเดียวกันก็ระวังเรื่องน้ำเสียงให้ดังฟังชัดแต่ไม่กระโชกโฮกฮากจนดูก้าวร้าว ทำได้ตามนี้ผู้ฟังก็จะฟังอย่างตั้งใจและส่งให้คุณมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นตามมา

คิดบวกเข้าไว้และแสดงออกมา – คิดดี ทำดี ผลที่ออกมาย่อมดีตามไปด้วย ดังนั้นทุกครั้งก่อนเริ่มงานบอกใจให้คิดบวกไว้ก่อน เลี่ยงการคิดลบ-มองเรื่องร้ายกับสิ่งที่ยังไม่เกิดเพราะจะฉุดให้ความเชื่อมั่นลดลง จากนั้นแสดงออกมาให้เห็นผ่านกระทำ เพราะเมื่อคุณมีความหวังว่าเรื่องดีๆจะเกิดขึ้น ใจก็จะมีความเชื่อมั่น ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค แต่ถ้าปลุกสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในใจตัวเองไม่ได้ ลองไปอยู่ใกล้กลุ่มคนคิดบวกทั้งหลาย ซึบซับความคิดดีๆ ทัศนคติดีๆ เข้ามาสู่ตัว ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยกระตุ้นความมั่นใจเช่นกัน

เตรียมความพร้อมก่อนลุยงานตรงหน้า – คนที่เตรียมตัวมาดีย่อมได้เปรียบคู่แข่งเสมอ พร้อมกันนี้ยังช่วยให้มีแผนสำรองเมื่อเจอเรื่องไม่คาดคิดและแน่นอนว่ามีความมั่นใจในเวลาลงมือทำจริง การวางแผน มองสถานการณ์ให้รอบด้านยังทำให้งานเสร็จได้ในการเวลาอันรวดเร็วอีกด้วยและลดความผิดพลาดลงไปได้มากตรงตามที่ประโยค 5 P ในภาษาอังกฤษที่ว่า “Prior planing prevents poor performance”

 

ที่มา : entrepreneur.com