จะเห็นได้ว่าโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ดังนั้นในฉบับนี้ผู้เขียนจึงจะขอกล่าวถึง องค์ประกอบที่สำคัญของกลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดีย เพื่อให้คุณ ๆ ผู้อ่านที่เป็นแฟนประจำของคอลัมน์ได้ทราบและนำไปเป็นกรอบความคิดในการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

 

1.กำหนดเป้าหมายธุรกิจ

ทุก ๆ องค์ประกอบของกลยุทธ์โซเชียลมีเดียของคุณจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายที่คุณวางไว้ คุณไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมุ่งไปทางไหน

พิจารณาความต้องการของภาพรวมบริษัทคุณอย่างละเอียด และตัดสินใจว่าคุณต้องใช้โซเชียลมีเดียอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการเหล่านั้น

คุณจะเจอกับเป้าหมายเฉพาะหลากหลายเป้าหมายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีเป้าหมายเพียงส่วนน้อยที่บริษัททั้งหลายควรนำไปใส่ไว้ในกลยุทธ์ของพวกเขา ได้แก่ เป้าหมายในการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ การรักษาลูกค้าไว้ หรือการลดค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาด เป็นต้น  ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งตรงกับความต้องการของทุก ๆ บริษัท

คุณควรเลือกเป้าหมายหลัก ๆ ในเบื้องต้นเพียง 2 เป้าหมาย และเป้าหมายที่มีความสำคัญถัดลงไปอีกเพียง 2 เป้าหมาย เพื่อมุ่งไปให้ถึงเป้าหมายเหล่านั้น  เพราะการมีเป้าหมายจำนวนมากจะทำให้คุณสับสนและจะไม่บรรลุผลสำเร็จเลยสักเป้าหมายนั่นเอง

 

2.กำหนดวัตถุประสงค์ทางการตลาด

เป้าหมายจะไม่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ถ้าคุณไม่กำหนดปัจจัยที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งระบุว่า เป้าหมายแต่ละเป้าหมายจะบรรลุผลสำเร็จเมื่อไร เช่น หนึ่งในเป้าหมายหลักของคุณคือ สร้างลูกค้าผู้มุ่งหวังและยอดขาย  คุณต้องกำหนดด้วยว่าต้องสร้างลูกค้าผู้มุ่งหวังและยอดขายจำนวนเท่าไรถึงจะพิจารณาได้ว่าเป้าหมายนั้นบรรลุผลสำเร็จหรือล้มเหลว

วัตถุประสงค์ทางการตลาดจะกำหนดว่า คุณจะเดินจากจุด A (เป้าหมายที่ไม่น่าพึงพอใจ) ไปสู่จุด B (เป้าหมายที่สำเร็จสมความตั้งใจ) ได้อย่างไร คุณสามารถกำหนดเป้าหมายของคุณด้วย หลัก “S-M-A-R-T” นั่นคือ กำหนดวัตถุประสงค์ของคุณให้ชัดเจน(1)  สามารถวัดผลได้(2)  บรรลุผลสำเร็จได้(3)  เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ทำอยู่(4) และกำหนดเวลาบรรลุผลสำเร็จที่แน่นอน(5)

ตัวอย่างเช่น  ถ้าวัตถุประสงค์ของคุณ คือ สร้างลูกค้าผู้มุ่งหวังและยอดขาย  วัตถุประสงค์ทางการตลาดที่เจาะจงของคุณอาจจะเป็น  เพื่อเพิ่มว่าที่ลูกค้าขึ้นอีก 50 เปอร์เซ็นต์  ส่วนการวัดความก้าวหน้าของคุณให้เลือกเครื่องมือที่จะใช้ในการติดตามและวิเคราะห์ตามที่คุณจำเป็นต้องใช้

การเริ่มต้นเพื่อไปสู่ความล้มเหลวไม่ใช่แนวความคิดที่ดี  เช่น การกำหนดเป้าหมายในการเพิ่มยอดขาย 1,000%  เป็นการกำหนดเป้าหมายที่ไม่อาจมั่นใจได้ว่าคุณจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ คุณจึงควรเลือกเป้าหมายที่สามารถทำให้บรรลุผลสำเร็จได้เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง

คุณใช้เวลาในการกลั่นกรองเป้าหมายของคุณ  เป้าหมายเหล่านั้นจึงสอดคล้องสัมพันธ์กับสภาพและสถานการณ์ของบริษัทคุณ  ดังนั้นจงใช้การพิจารณาแบบเดียวกันนี้กับวัตถุประสงค์ของคุณด้วย  ถ้าคุณต้องการการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงก็ต้องมั่นใจก่อนว่า วัตถุประสงค์ของคุณมีความสัมพันธ์กับวิสัยทัศน์ของบริษัท

คุณต้องกำหนดกรอบเวลาไว้ด้วยว่า คุณตั้งใจทำให้เป้าหมายของคุณสำเร็จเมื่อไร เช่น เดือนหน้า หรือสิ้นปีนี้

วัตถุประสงค์ของคุณในการเพิ่มลูกค้าผู้มุ่งหวังให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 50% อาจจะเฉพาะเจาะจง วัดผลได้ บรรลุผลสำเร็จได้ และมีความสอดคล้องสัมพันธ์ แต่ถ้าคุณไม่กำหนดเวลาสิ้นสุดในการทำให้เป้าหมายบรรลุผลสำเร็จแล้ว ความพยายาม ทรัพยากรและความสนใจของคุณอาจจะถูกหันเหไปในทิศทางอื่นก็ได้

 

3.ระบุลูกค้าที่มุ่งหวัง

ถ้าคุณได้รับความยากลำบากในการทำธุรกิจอันเนื่องมาจากธุรกิจของคุณมีความเชื่อมโยงในระดับต่ำกับข้อมูลในโซเชียลมีเดีย  นั่นมักจะเป็นเพราะว่า ข้อมูลเหล่านั้นไม่มีข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้ามุ่งหวัง

หากคุณมีคำบรรยายลักษณะของผู้ซื้อที่ถูกต้องชัดเจน ก็จะช่วยให้คุณกำหนดและพุ่งเป้าไปได้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา และด้วยข้อความที่ถูกต้อง

เมื่อคุณรู้อายุ อาชีพ รายได้ ความสนใจ ปัญหา นิสัย ความชอบ-ไม่ชอบ การจูงใจ และข้อคัดค้านของกลุ่มเป้าหมายแล้วก็จะง่ายขึ้น  ค่าใช้จ่ายในการพุ่งเป้าไปที่พวกเขาบนโซเชียลมีเดียหรือสื่ออื่น ๆ ก็จะถูกต้องและแม่นยำขึ้นด้วย

ยิ่งคุณเจาะจงลักษณะของกลุ่มเป้าหมายได้มากเท่าไร คุณก็จะมีโอกาสได้รับความสำเร็จตามเป้าหมายจากทุก ๆ ช่องทางที่คุณใช้ในการโปรโมตธุรกิจของคุณมากขึ้นเท่านั้น

 

4.ทำการวิจัยคู่แข่งขัน

สำหรับการตลาดโซเชียลมีเดียนั้น การวิจัยคู่แข่งขันไม่เพียงช่วยให้คุณได้รับแจ้งเกี่ยวกับกิจกรรมของคู่แข่งเท่านั้น แต่ยังให้แนวความคิดว่า กิจกรรมแบบไหนได้ผล คุณจึงสามารถผสมผสานกลวิธีที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้นเข้าไปในแผนงานของคุณด้วย

คุณอาจเริ่มต้นด้วยการรวบรวมรายชื่อคู่แข่งหลักอย่างน้อย 3-5 รายชื่อ แล้วค้นหาว่าโซเชียลมีเดียเน็ตเวิร์คไหนที่พวกเขาใช้อยู่และวิเคราะห์กลยุทธ์เนื้อหาที่พวกเขาต้องการ ดูจำนวนแฟนหรือผู้ติดตามพวกเขา ความถี่และช่วงเวลาในการโพสต์ในแต่ละวันเป็นอย่างไร

มุ่งความสนใจไปยังประเภทของเนื้อหาที่พวกเขาโพสต์และองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย เช่น ความตลกขบขัน หรือโปรโมชั่น เป็นต้น  รวมถึงรูปแบบที่พวกเขาตอบกลับแฟนๆของพวกเขาเป็นอย่างไร

กิจกรรมที่สำคัญที่สุดที่ต้องดูก็คือ ผลตอบรับจากผู้ชมที่มีต่อเนื้อหา แม้ว่าผู้ดูแลเพจเป็นเพียงบุคคลที่สามารถคำนวณอัตราการตอบรับจากผู้ชมที่มีต่อเนื้อหาบนข้อมูลใหม่ ๆ เฉพาะเรื่องเท่านั้น  คุณก็ยังสามารถได้รับความคิดดี ๆ จากสิ่งที่พวกเขากำลังดูอยู่ด้วย

ตัวอย่างเช่น คุณดูข้อมูลใหม่ ๆ ใน 20-30 เฟซบุ๊กล่าสุดของคู่แข่ง  แล้วหาจำนวนรวมของกิจกรรมวัดผลตอบรับของผู้ชมในโพสต์เหล่านั้นและแยกแยะด้วยยอดรวมของแฟนเพจด้วย  กิจกรรมวัดผลตอบรับของผู้ชมต่อเนื้อหานั้น รวมถึงการกดไลค์ การแสดงความคิดเห็น การแชร์ เป็นต้น

คุณสามารถใช้วิธีการนั้นกับข้อมูลโซเชียลทั้งหมดของคู่แข่งของคุณ เช่น ทวิตเตอร์ คุณสามารถคำนวณจำนวนการทวิตซ้ำ และหน้าโปรดที่พวกเขาชอบเข้าไปดูรายละเอียด เป็นต้น

จำไว้ว่า การคำนวณ คือ วิธีการที่ให้ภาพโดยรวมแก่คุณว่าคู่แข่งทำอย่างไร  ดังนั้นคุณต้องสามารถเปรียบเทียบและวางแผนได้ว่า คุณจะดำเนินการอย่างไรเพื่อปะทะกับคู่แข่งของคุณ

 

5.เลือกช่องทางและกลวิธี

ธุรกิจหลายธุรกิจสร้างบัญชีในทุก ๆ โซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีชื่อเสียง โดยปราศจากการวิจัยด้วยแพลตฟอร์มที่จะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่มากที่สุด  คุณสามารถหลีกเลี่ยงการเสียเวลาไปกับการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้คนในหน้าเพจที่ผิด เพราะจะทำให้ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง  ดังนั้นควรหาข้อมูลก่อนว่าแพลตฟอร์มไหนดีที่สุดสำหรับคุณ

ถ้าผู้มุ่งหวังหรือลูกค้าของคุณบอกคุณว่า พวกเขาใช้เวลา 40% ของเวลาออนไลน์ไปกับเฟซบุ๊ก และ 20% กับทวิตเตอร์ คุณก็จะรู้ว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คอันไหนมีความสำคัญและอันไหนที่คุณควรให้ความสนใจเป็นสำคัญแรกหรือรองลงไป

กลวิธีที่คุณจะใช้กับโซเชียลแต่ละช่องทางนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของคุณ เช่นเดียวกันกับวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดในแต่ละแพลตฟอร์ม

ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายของคุณ คือ การเพิ่มจำนวนลูกค้าผู้มุ่งหวังจากข้อมูลเบื้องต้นในโซเชียลเน็ตเวิร์คของคุณ อย่างเฟซบุ๊ก เป็นต้น  ดังนั้นกลวิธีที่จะได้ผลก็คือ การลงทุนในการโฆษณาหรือการจัดแคมเปญโปรโมชั่นในเฟซบุ๊ก เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าผู้มุ่งหวังของคุณเพิ่มมากขึ้น

 

6.สร้างกลยุทธ์เนื้อหา

เนื้อหาและโซเชียลมีเดียมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ถ้าไม่มีเนื้อหาดี ๆ โซเชียลมีเดียก็ไร้ความหมาย และถ้าไม่มีโซเชียลมีเดียก็ไม่มีใครรู้จักเนื้อหาของคุณ  ดังนั้นจงใช้ทั้งสองอย่างนี้ด้วยกันเพื่อเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงผู้มุ่งหวังของคุณให้เป็นลูกค้าในอนาคตนั่นเอง

กลยุทธ์เนื้อหาบนโชเซียลมีเดียที่ประสบความสำเร็จมักมี 3 องค์ประกอบหลัก คือ ประเภทของเนื้อหา เวลา และความถี่ในการโพสต์

ประเภทของเนื้อหาที่คุณควรโพสต์ในแต่ละโซเชียลมีเดียนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบและองค์ประกอบอื่น ๆ รูปแบบก็คือ คุณจะนำเสนอข้อมูลนั้นอย่างไร เช่น นำเสนอเฉพาะข้อความ รูปภาพ ลิงก์ หรือวิดีโอ เป็นต้น

องค์ประกอบที่มีความพอเหมาะกับโทนของบริษัทและเทรนของแพลตฟอร์มเป็นสิ่งสำคัญมาก  ดังนั้นหากต้องการกำหนดว่าเนื้อหาของคุณควรจะมีความสนุกสนาน  เคร่งเครียด  ให้รายละเอียดและให้ความรู้สูง ก็ควรกำหนดไว้ให้ชัดเจน

มีกรณีศึกษาจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงว่า เมื่อไรที่คุณควรโพสต์ในโซเชียลมีเดีย คุณควรใช้กรณีศึกษาเหล่านั้นเป็นเพียงแค่แนวทางมากกว่าที่จะยึดเป็นกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด ให้จำไว้ว่า ผู้อ่านของคุณมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นคุณจำเป็นต้องทดสอบและคาดเดาเวลาที่ดีที่สุดด้วยตัวคุณเอง

ความถี่ในการโพสต์นั้นสำคัญพอ ๆ กับเนื้อหาที่คุณแชร์ คุณคงไม่ต้องการที่จะรบกวนแฟน ๆ หรือผู้ติดตามของคุณใช่หรือไม่

การหาความถี่ในการโพสต์ที่เหมาะสมนั้นสำคัญมาก เพราะหมายถึงผลตอบรับต่อเนื้อหาของคุณที่มากขึ้น  หรือการที่ผู้ติดตามไม่ชอบมากขึ้น หรือการเลิกติดตามเพจของคุณเลย   ดังนั้นควรใช้ความเข้าใจในเฟซบุ๊กอย่างถ่องแท้เพื่อหาว่า เมื่อไรที่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่แฟนๆของคุณออนไลน์และตอบรับเนื้อหาของคุณ

 

7.จัดสรรงบประมาณและทรัพยากร

คุณควรจัดทำงบประมาณสำหรับการตลาดโซเชียลมีเดีย และตรวจตรากลวิธีที่คุณเลือกใช้เพื่อทำให้เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ

จัดทำรายการที่ครอบคลุมเครื่องมือต่าง ๆ ที่คุณจำเป็นต้องใช้ เช่น เครื่องมือตรวจสอบโซเชียลมีเดีย การตลาดอีเมล์ และการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับลูกค้า (CRM) การบริการต่าง ๆ ที่คุณจะจ้างคนภายนอก เช่น การออกแบบกราฟิกหรือการผลิตวีดีโอ และโฆษณาต่าง ๆ ที่คุณจะซื้อ จากนั้นก็ใส่ค่าใช้จ่ายของแผนงานประจำปีเข้าไปด้วย แล้วคุณจะมีมุมมองที่กว้างไกลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังลงทุนและจะรู้ด้วยว่ามีผลต่องบประมาณการตลาดของคุณอย่างไร

ธุรกิจหลายธุรกิจกำหนดงบประมาณของพวกเขาเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเลือกกลวิธีที่เหมาะสมกับงบประมาณ  แต่จริง ๆแล้วควรกำหนดกลยุทธ์ก่อนจากนั้นจึงค่อยกำหนดงบประมาณที่สอดคล้องกับกลยุทธ์นั้น ๆ จึงจะถือว่าถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

หากค่าดำเนินการตามกลยุทธ์ของคุณเกินกว่างบประมาณที่ประมาณการไว้ก็ให้จัดลำดับกลวิธีตามช่วงเวลาของผลตอบแทนจากการลงทุนของกลวิธีเหล่านั้น   ซึ่งคุณควรจัดลำดับกลวิธีที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนรวดเร็วที่สุดไว้ก่อน เช่น การโฆษณา และการอ้างอิงโซเชียล  เพราะจะก่อให้เกิดผลกำไรในทันที และคุณสามารถลงทุนในกลวิธีระยะยาวได้ในภายหลัง  เช่น การได้จำนวนของแฟนเพจเพิ่มขึ้น  การสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพ หรือคำมั่นสัญญาระยะยาว

 

8.กำหนดบทบาทหน้าที่

คุณต้องรู้ว่าใครรับผิดชอบในการเพิ่มผลผลิต คุณควรหลีกเลี่ยงความสับสนและการทำงานที่ซ้อนกัน สิ่งต่าง ๆ อาจจะยุ่งยากเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปสมาชิกในทีมก็จะรู้หน้าที่ของพวกเขา และรู้ว่าภารกิจประจำวันใดที่พวกเขาต้องรับผิดชอบ

เมื่อทุกคนรู้หน้าที่ของพวกเขาแล้วก็ได้เวลาในการเริ่มวางแผนขั้นตอนต่าง ๆ ของแผนงาน คุณสามารถวางแผนเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้วางแผนรายปีไปพร้อมกัน เนื่องจากในระยะเวลาหนึ่งปีอาจจะมีสิ่งต่าง ๆ เข้ามามากมาย และคุณจะต้องเสียเวลาในการปรับแผนงานให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น  ซึ่งอาจทำให้เสียเวลา  เพราะการวางแผนการตลาดบนโลกโซเชียลมีเดียมีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงมากกว่าการวางแผนการตลาดบนสื่อแบบดั้งเดิมนั่นเอง

 

จากองค์ประกอบและรายละเอียดของกลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดียข้างต้น  ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณ ๆ ผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย  แล้วพบกันฉบับหน้านะครับ บาย!