U.S.News ประกาศ Best Countries 2017 ซึ่งปีนี้อันดับ 1 ของสวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วยแคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และญี่ปุ่น

สิ่งที่น่าสนใจคือ เยอรมันตกจากอันดับ 1 มาอันดับ 4 เนื่องจากนโยบายรับผู้อพยพของ Angela Merkel ในขณะเดียวกันนโยบายกีดกันคนมุสลิมของ Donald Trump ก็ทำให้สหรัฐอเมริการ่วงจากอันดับ 4 มาอันดับ 7.. สรุปก็คือนโยบายเรื่องเชื้อชาติเป็นเรื่องที่ ละเอียดอ่อนมากๆ กีดกันไปเลยก็ไม่ได้ รับผิดชอบมากไปก็ไม่ดี

โดยผลสำรวจนี้รวบรวมคะแนนไว้เยอะมากๆ แต่สามารถแบ่งออกเป็น 9 หมวดหมู่ดังนี้

 

จุดเด่นของ Switzerland คือ การศึกษา, ความปลอดภัยของคนและชุมชน (Citizenship), ประชากรมีทักษะผู้ประกอบการ(Entrepreneurship), เอื้อต่อการทำธุรกิจ (Open for Business) และคุณภาพชีวิต (Quality of Life)

ในขณะที่แคนาดา เยอรมัน และสหราชอาณาจักร ก็มีคะแนนในทิศทางเดียวกัน แต่เยอรมันและสหราชอาณาจักรมี อิทธิพลต่อโลกมากกว่า สังเกตได้จาก Brexit และบทบาทของเยอรมันใน EU

มาดู 30 อันดับของโลกกันบ้าง


มาดูของไทยกันบ้าง หลายคนอาจคิดว่าอันดับ 26 ก็ไม่เลว แต่ประเทศที่สามารถจัดอันดับได้จริงๆ มีเพียง 60 ประเทศเท่านั้น และจากปี 2016 เราตกมาถึง 5 อันดับ ฉะนั้นมาดูกันว่าประเทศไทยนั้นมีจุดแข็งคืออะไร และต้องแก้ตรงไหนบ้าง

จุดแข็งของประเทศไทย หนีไม่พ้นเรื่องท่องเที่ยว และวัฒนธรรม รวมถึงการอยู่ในอาเซียนและทรัพยากรที่มีทำให้ประเทศไทยเอาตัวรอดมาได้ในหลายวิกฤติ แต่เรื่องที่ต้องแก้ไขจริงๆ ก็คือ ความปลอดภัยของคนและชุมชน (Citizenship) และคุณภาพชีวิต (Quality of Life)

ซึ่งหากลองมองลึกลงไปในข้อมูลเชิงลึกจะเห็นว่าด้านอื่นๆ ประเทศไทยอยู่แถวตรงกลางทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการคอรัปชั่น เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การศึกษา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ฉะนั้นหากยังพัฒนาไม่เป็นระบบ อีกไม่ช้าก็น่าจะร่วงไปอันดับที่ 30 ได้ไม่ยาก ในขณะที่จุดเด่นไปอยู่ที่ ความเป็นมิตร (Friendly) หรือ สิ่งที่มันจับต้องยากทำให้ภาพรวมของไทยยังไม่สามารถยกระดับได้

ลองดูคะแนนด้านการศึกษา จะเห็นได้ว่าประเทศไทยได้คะแนนเกาะกลุ่มในช่วงด้านล่าง ในขณะที่ช่องว่างระหว่างอันดับ 1 กับอันดับ 26 ไกลมากๆ

 

อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ usnews.com