ในปี 2559 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน(ไม่รวมทีวี) มีมูลค่า 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประเภทอินเวอร์เตอร์ 20,000 ล้านบาท และประเภท น็อน-อินเวอร์เตอร์ 40,000 ล้านบาท โดยในปี 2560 นี้ แอลจีผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของโลกคาดการณ์ว่า “ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน(ไม่รวมทีวี) จะเติบโตประมาณ 4% หรือมีมูลค่า 63,000 ล้านบาท โดยประเภทอินเวอร์เตอร์จะเป็นพระเอกที่สำคัญเพราะจะโตประมาณ 40% เป็น 26,000 ล้านบาทจากตลาดรวมทั้งหมด โดย น็อน-อินเวอร์เตอร์เป็น 37,000 ล้านบาท โดยเครื่องปรับอากาศคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ตลาดเติบโตเนื่องจาก หน่วยครัวเรือนของไทยถือครองเครื่องปรับอากาศเพียง 20-30% เมื่อเปรียบเทียบทั้งประเทศจึงทำให้ตลาดเครื่องปรับอากาศสามารถเติบโตได้ในทุกปี
แอลจียังคาดการณ์ว่าการถือครองเครื่องปรับอากาศของครัวเรือนในไทยในอีก 3 ปีจะเพิ่มขึ้นถึง 70% และเพิ่มเป็น 90% ในอีก 5ปี
ทุ่มงบเพื่อขอส่วนแบ่งเพิ่ม
แอลจี ขอทุ่มงบการตลาด 500 ล้านบาทในปี 2560 นี้เพื่อขอส่วนแบ่งตลาดของสินค้ากลุ่มอินเวอร์เตอร์เป็น 30% จากปัจจุบันมี 18% โดยเดินหน้าจัดกิจกรรมทางการตลาดตลอดทั้งปีทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสื่อถือความเป็นผู้นำในตลาดเทคโนโลยีด้านอินเวอร์เตอร์อย่างแท้จริง รวมทั้งใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ ซันนี่ สุวรรณ เมธานนท์ สำหรับเครื่องปรับอากาศเพื่อเป็นตัวแทนสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่ยังไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์อย่างทั่วถึงมากขึ้นอีกด้วย
สำหรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ปี 2560 นี้ แอลจีมุ่งเน้นคุณภาพและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะปฏิวัติวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องดูดฝุ่น และเครื่องปรับอากาศอย่างเต็มที่พร้อมกับการประหยัดพลังงาน และเพิ่มความทนทาน นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น SmartThinQ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Wi-Fi ให้ผู้บริโภคควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละเครื่องได้อย่างอิสระ ครบจบในที่เดียว ตามแบบฉบับผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง