แควนตัสรายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกประจำปีงบประมาณ 2560  สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2559 ด้วยกำไรก่อนภาษี 852 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในการนี้ผลการดำเนินงานลดลงร้อยละ  7.5 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนสภาวะกระแสตลาดการบินทั่วโลก โดยแควนตัสกรุ๊ปได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นและขณะเดียวกันก็ยังคงลงทุนการให้บริการแก่ลูกค้าต่อไป ผลกำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2559สะท้อนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 201 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากการขายเทอร์มินัลที่สนามบินซิดนีย์ของแควนตัส

 

สรุปผลการดำเนินงาน   การดำเนินงานทั้งหมดเป็นผลกำไรเฉพาะในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ โดยรวมรายได้จากเส้นทางภายในประเทศของสายการบิน แควนตัส และสายการบินเจ๊ทสตาร์ 522 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่แควนตัส รอยัลตี้มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ในส่วนของเจ๊ทสตาร์กรุ๊ปก็มีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของแควนตัสเส้นทางบินต่างประเทศได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับสายการบินหลายๆ สาย แต่ก็มีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจสูงกว่าภาพรวมในอุตสาหกรรมนี้ ในการนี้ แควนตัส กรุ๊ป ได้รายงานผลตอบแทนจากการลงทุนในรอบ 12 เดือน คิดเป็นร้อยละ 21.7 โดยเป็นประโยชน์จากการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน 212 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทำให้ได้รับประโยชน์ตั้งแต่ปี 2557 เป็นเงิน 1,900  ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งนี้ แควนตัสกรุ๊ปยังมีเป้าหมายให้บรรลุ 2,100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในเดือนมิถุนายน 2560 นี้ และจากหนี้สุทธิตามเป้าหมายภายในแควนตัสกรุ๊ปส่งผลให้สามารถคืนประโยชน์ให้กับผู้ถือหุ้น รวมถึงการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล และการลงทุนในอนาคต รวมทั้งการเผยเกี่ยวกับบริการที่นั่งชั้นพรีเมี่ยมอิคอนโนมี่สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์

 

ความเห็นของประธานกรรมการบริหาร  มร.อลัน จอยส์ ประธานกรรมการบริหารแควนตัสกรุ๊ป เผยว่า “แควนตัสเป็นหนึ่งในกลุ่มสายการบินที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในโลก โปรแกรมการปรับโครงสร้างได้สร้างความแข็งแกร่ง ธุรกิจที่ยั่งยืนที่สามารถส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ แควนตัสและเจ๊ทสตาร์เส้นทางภายในประเทศมีผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดเช่นเดียวกับแควนตัส รอยัลตี้ ที่ช่วยให้เรามีผลการดำเนินงานดีกว่าคู่แข่ง สำหรับเส้นทางต่างประเทศค่อนข้างมีความยุ่งยากเนื่องจากอัตราการเติบโตและราคาตั๋วโดยสารที่ถูกลง ซึ่งแควนตัสเส้นทางบินต่างประเทศไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากภาวะความกดดันเหล่านั้นไปได้ อย่างไรก็ตามเราได้ดำเนินงานทุกวิถีทางดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพจนก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นได้ เราให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานที่เข้มงวด รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริการ เช่น การเตรียมนำเครื่องบิน     ดรีมไลเนอร์มาให้บริการ และการแนะนำอินเทอร์เน็ทไวไฟความเร็วสูงให้กับผู้โดยสาร  ผลการดำเนินงานที่ได้รับเป็นที่พอใจอย่างยิ่ง ผมขอขอบคุณทีมงานทุกคนที่ต่างทุ่มเททำงานเพื่อสร้างความพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าของแควนตัสกรุ๊ป ทั้งสายการบินแควนตัส สายการบินเจ๊ทสตาร์ และแควนตัส รอยัลตี้”

 

การตอบแทนผู้ถือหุ้น  คณะกรรมการบริหารมีมติเห็นชอบจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 7 เซ็นต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายร้อยละ 50 ในวันที่ 10 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นการเพิ่มจาก 91 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากทั้งหมด 366 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในราคาตลาดของหุ้นที่ซื้อคืนที่ได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 และเมื่อสิ้นสุดลงแล้วจะทำให้แควนตัสกรุ๊ปสามารถคืนเงินจากการลงทุนมากกว่า 1,600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียตั้งแต่กรกฎาคม 2558 ให้กับผู้ถือหุ้น และลดจำนวนหุ้นลงได้ราวร้อยละ 18  นอกจากนั้น แควนตัสกรุ๊ปยังมุ่งมั่นที่จะจ่ายเงินปันผลทุก 6 เดือนอีกด้วย

 

การลงทุนในอนาคต  โปรแกรมปรับปรุงการดำเนินงานได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงการลงทุนอย่างมีวินัย เน้นสรรสร้างประสบการณ์ระดับโลกสำหรับลูกค้าและสามารแข่งขันได้ ในการนี้ได้มีการอัพเกรดเครื่องบินแอร์บัส A330 และโบอิ้ง 737-800 ราว 100 ลำ รวมถึงการเปิดห้องพักรับรองผู้โดยสารใหม่ที่สนามบินสิงคโปร์ ฮ่องกง ลอสแองเจลิส สนามบินบริสเบนสำหรับเส้นทางบินต่างประเทศ เพิร์ธ และดาร์วิน และในปีนี้การลงทุนต่างๆ จะยังคงดำเนินต่อไปโดยจะมีการเปิดห้องพักรับรองผู้โดยสารใหม่ที่สนามบินบริสเบนสำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ และที่กรุงลอนดอนสนามบินฮีทโทรว์ รวมถึงการนำเอาเครื่องบินโบอิ้ง787-9 ดรีมไลเนอร์มาให้บริการและจะมีการปลดเครื่องบินโบอิ้ง 747 เก่าบางส่วนด้วย โดยในโอกาสนี้แควนตัสได้เผยถึงที่นั่งชั้นพรีเมี่ยมอิคอนโนมี่สำหรับเครื่องบินดรีมไลเนอร์ ที่ดีไซน์เป็นพิเศษและเพื่อเป็นมาตรฐานการบินระดับโลกต่อไป นอกจากนี้ แควนตัสกรุ๊ปได้ยืนยันความสำเร็จการทดสอบเที่ยวบินระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และคาดว่าจะพร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ทไวไฟฟรีในอีกไม่กี่สัปดาห์หน้านี้ โดยมีกำหนดให้บริการในเครื่องบินที่ให้บริการในเส้นทางบินภายในประเทศออสเตรเลีย  80 ลำ และหลังจากนั้นจะขยายต่อไปในเส้นทางบินต่างประเทศของสายการบินแควนตัส และเที่ยวบินที่ให้บริการระหว่างภูมิภาค ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานการปรับปรุงพัฒนาด้านเทคโนโลยีสำหรับลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

 

การดำเนินงานของแควนตัสกรุ๊ป   แควนตัสกรุ๊ปรายงานกำไรก่อนภาษีและต้นทุนทางการเงินเท่ากับ 371 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ลดลง 16 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนหน้า ธุรกิจโดยรวมยังมีกำไรคิดเป็นร้อยละ 12.7 เทียบกับตลาดโดยรวมในช่วงไตรมาสแรกที่ยังคงมีอัตราเป็นลบ อย่างไรก็ตามเงื่อนไขในการดำเนินงานยังคงมีความแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ขณะที่รายได้จากภาคการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างช้าๆ และคาดว่าภาวะตลาดโดยรวมจะยิ่งในช่วงปีงบประมาณการดำเนินการปี 2562

 

การดำเนินงานด้วยความระมัดระวังส่งผลดีต่อการดำเนินงานจะเห็นได้จากการดำเนินงานของแควนตัสเส้นทางบินภายในประเทศออสเตรเลียในตลาดท่องเที่ยวยังมีลู่ทางแจ่มใสและมีอัตราการเติบโตในกลุ่มองค์กรขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง นอกจากนั้นเน็ทเวิร์คของแควนตัสเส้นทางบินภายในประเทศออสเตรเลียยังได้มาตรฐานสูงในเรื่องเที่ยวบินตรงเวลาและได้รับความพึงพอใจอย่างมากจากลูกค้า

 

แควนตัส เส้นทางบินต่างประเทศ  มีกำไรก่อนภาษีและต้นทุนทางการเงินเท่ากับ 371 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ลดลง 62 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับอัตราการเติบโตของคู่แข่งในครึ่งปีแรกคิดเป็นร้อยละ 11 ส่งผลให้รายได้โดยรวมลดลงร้อยละ 8.9 อย่างไรก็ตามการปรับโครงการดำเนินงานต่างๆ ที่ยังคงมีอยู่ได้ช่วยธุรกิจให้มีมาร์จิ้นการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 7.2 ลดลง 1.8 จุด จากปีที่ผ่านมา สูงกว่าอุตสาหกรรมเฉลี่ยโดยรวม และในส่วนของตลาดภายในประเทศลูกค้ามีความพอใจกับการบริการอย่างมาก

 

การเติบโตของแควนตัสเส้นทางบินต่างประเทศมาจากเส้นทางในภูมิภาคเอเชียที่ดำเนินงานด้วยความแข็งแกร่งขณะที่ตลาดยุโรปยังอ่อนกำลังและมีข้อจำกัด ในการนี้ได้มีการนำเอาเครื่องบินมาให้บริการเพิ่มไปฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเที่ยวบินตามฤดูกาลไปแวนคูเวอร์ และในปฏิทินดำเนินงานปี2560 การนำเอาเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมประสบการณ์การเดินทางให้แก่ลูกค้าและสร้างสรรค์เน็ทเวิร์คการเดินทางใหม่ ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินตรงเพิร์ธ-ลอนดอน ที่จะเชื่อมระหว่างออสเตรเลียและยุโรปตั้งแต่มีนาคม 2561 เป็นต้นไป

 

เจ๊ทสตาร์กรุ๊ป มีกำไรก่อนภาษีและต้นทุนทางการเงินเท่ากับ 275 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 13 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย การดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมมาจากผลการดำเนินงานของเจ๊ทสตาร์เส้นทางบินต่างประเทศไปและจากออสเตรเลีย ขณะที่เจ๊ทสตาร์กรุ๊ปในเอเชียมีผลกำไรเช่นเดียวกับแควนตัสเส้นทางบินภายในออสเตรเลีย เจ๊ทสตาร์เส้นทางบินภายในออสเตรเลีย และแควนตัสรอยัลตี้  ทั้งนี้เจ๊ทสตาร์กรุ๊ปมีมาร์จิ้นจาก 11.1 จุดไปอยู่ที่ 14.8 จุด และธุรกิจยังคงเดินหน้าลงทุนด้านการฝึกอบรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงตลาดธุรกิจเล็กๆ และเทคโนโลยี

 

แควนตัส รอยัลตี้  มีกำไรก่อนภาษีและต้นทุนทางการเงินเท่ากับ 181 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการตัดการเป็นพันธมิตรมาเป็นการปรับแก้ไขการเป็นพันธมิตรกับวูลเวิร์ธส  ซึ่งเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า นอกจากนั้นจำนวนสมาชิกแควนตัสฟรีเคว่นฟลายเออร์เพิ่มขึ้นจาก 11.2 เป็น 11.6 ล้านคน และมีพันธมิตรเพิ่มเข้ามาอีก 13 ราย รวมถึง AirBnB ทั้งนี้โปรแกรมการให้รางวัลจะช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับแควนตัสในตลาดธุรกิจขนาดเล็ก ในขณะที่ยังคงลงทุนบริการด้านข้อมูลใหญ่ๆ ต่อไป

 

แควนตัส เฟรท    กำไรก่อนภาษีและต้นทุนทางการเงิน 27 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ลดลง 11 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย  ธุรกิจเฟรทหรือการขนส่งทางอากาศยังคงมีความท้าทายอยู่ทั่วโลกแต่ในส่วนนี้ไม่มีผลต่อแควนตัส เฟรท แต่อย่างใด โดยแควนตัส เฟรท มีส่วนแบ่งทางการตลาดภายในประเทศออสเตรเลียร้อยละ 80และมีเครื่องเฟรทเตอร์สำหรับออสเตรเลีย โพสต์ ตั้งแต่กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา และกำลังขยายลู่ทางธุรกิจสำหรับตลาดต่างประเทศรวมถึงการทำข้อตกลงในการขนส่งนมจากทัสมาเนียไปจีน

 

เครื่องบิน   แควนตัสและเจ๊ทสตาร์ยังคงปรับปรุงเครื่องบินอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดรับกับสภาวการณ์ทางการตลาด ในช่วงครึ่งปีแรก แควนตัสได้ซื้อเครื่องบินฟอกเกอร์ 100  จำนวน  3 ลำ สำหรับเส้นทางที่เคยให้บริการด้วยเครื่องบินลำใหญ่เพื่อรองรับปริมาณที่ลดลง นอกจากนั้น เจ๊ทสตาร์ได้เช่าซื้อเครื่องบินแอร์บัสA321 จำนวน  2 ลำ เพื่อให้สอดคล้องกับดีมานด์ในตลาดท่องเที่ยวระยะใกล้   ขณะเดียวกันแควนตัสกรุ๊ปได้ยืดเวลาการส่งมอบเครื่องบินแอร์บัส A320neo ลำแรกของ    เจ๊ทสตาร์ออกไปจนถึงปีงบประมาณ  2562 ส่วนการรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ในช่วงปลายปี 2560 จะทำให้มีการปลดระวางเครื่องบินโบอิ้ง 747 รุ่นเก่า 2 ลำในปี 2561 และเมื่อมีการนำเอาเครื่องบินดรีมไลเนอร์ 8 ลำ มาใช้งาน จะทำให้มีการปลดระวางเครื่องบินโบอิ้ง 747 ทั้งหมด 5 ลำ

 

การเงิน   การเงินของแควนตัสกรุ๊ปยังคงมีความแข็งแกร่ง มีหนี้สุทธิ 5,970 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นค่าใช้ในครึ่งปีแรก โดยแควนตัสกรุ๊ปยืนยันที่จะให้ตัวเลขอยู่ที่ 4,8006,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยหนี้สินเกิดจากการออกตราสารหนี้ 425 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย  ขณะที่สภาพคล่องระยะสั้นยังคงอยู่ที่2,700 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย  รวมถึงเงินสด 1,700 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งนี้ราวร้อยละ 60 ของเครื่องบินปลอดหนี้ ส่งผลให้มีทรัพย์สินที่ไม่มีภาระผูกพันมากกว่า  3,800 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย  และในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากการลงทุนคิดเป็นร้อยละ 21.7

 

ภาพรวมครึ่งปีหลัง   แควนตัสกรุ๊ปมีแผนเพิ่มผลการดำเนินงานร้อยละ 1-2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2559 โดย

  • ในเส้นทางบินภายในประเทศออสเตรเลียในครึ่งปีหลังคาดว่าจะลดลงราวร้อยละ 2

** คาดว่ารายได้ต่อหน่วยในครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้นแม้ว่าสภาวการณ์ของตลาดจะตรงข้ามก็ตาม

** คาดว่ารายได้จากภาคอุตสาหกรรมจะลดลงราว 30 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

  • ในเส้นทางบินต่างประเทศในครึ่งปีหลังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 3 ซึ่งเป็นผลจากการให้บริการเที่ยวบินเมลเบิร์น-โตเกียวซิดนีย์-ปักกิ่ง

** คาดว่ารายได้ต่อหน่วยในครึ่งปีหลังจะลดลงร้อยละ 7  ซึ่งเทรนด์นี้คาดว่าจะอยู่ในระดับกลางๆ ในช่วงครึ่งปีหลังจากอัตราการเติบโตของคู่แข่งราวร้อยละ 6

  • คาดว่าแควนตัส รอยัลตี้ จะกลับมามีผลกำไรด้วยตัวเลข 2 หลัก ในช่วงครึ่งปีหลังจากการเป็นพันธมิตรกับวูลเวิร์ธส

 

อย่างไรก็ตามในระยะสั้นยังมีหลากหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงการผันผวนของราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยนเงินและสถานการณ์โดยรวมของตลาดโลก

 

ภาพรวมทั้งปี

  • คาดว่าราคาน้ำมันจะไม่สูงไปกว่า 3,200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 3,130 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • คาดว่าค่าใช้จ่ายจากค่าเสื่อมราคาจะอยู่ที่ราว 170 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สูงกว่าปีงบประมาณ 2559
  • คาดว่าค่าเช่าซื้อเครื่องบินจะอยู่ที่ราว 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ต่ำกว่าปีงบประมาณ 2559
  • คาดว่าประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน รวมถึงค่าใช้จ่าย ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและรายได้จะอยู่ที่ราว 450 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • คาดว่าผลกระทบจากเงินเฟ้อด้านค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ ราว 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • คาดว่าค่าใช้ด้านทุนสุทธิจะอยู่ที่ ราว 1,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (โดยในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย)

 

ในการนี้แควนตัสกรุ๊ปยังไม่ได้มีคาดการณ์เกี่ยวกับผลกำไรแต่ประการใด