“หันหน้าจอ แอ๊บหน้าให้แบ๊วสุดฤทธิ์ แล้วกดชัตเตอร์” จากนั้น “จัดเต็ม” ด้วยสารพัด Application เสกสวยแล้วโพสต์ลง facebook นั่งเฝ้ามองยอด Like

นี่คือพฤติกรรมสุดฮิตและชิค ของกลุ่มสาว ๆ จนทำให้บรรดาแบรนด์ Smartphone เลือกที่จะค่อย ๆ เลิกคุยเรื่องสเปคและฟังก์ชั่นต่าง ๆ หันมาสร้างจุดขายการเป็น Camera phone ที่กล้องใครถ่ายสวยกว่าคนนั้นชนะ

 

Selfie Camera ใคร ไม่แชะ ถือว่าพลาด

แต่เมื่อพวกเธอค่อย ๆ เริ่ม “อิ่มตัว” พร้อมกับเรียนรู้ว่ากล้อง Smartphone ก็ยังมีข้อจำกัดไม่ได้ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ปรากฏการณ์ Step Up ไปสู่ Selfie Camera ซึ่งเป็นกล้องระดับเบื้องต้นกลุ่ม Beginner ราคาไม่เกิน 25,000 บาท

และด้วยการเป็นกล้อง Segment ล่างสุดมีราคาขายเข้าถึงได้ง่ายที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจที่ Selfie Camera จะมีสัดส่วนสูงถึง 60% ในตลาดกล้อง Mirrorless ที่มีมูลค่า 360,000 เครื่อง Selfie Camera จึงเปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ของทุกค่ายกล้อง Mirrorless ที่พร้อมจะลงทุนใช้งบการตลาดมากกว่า Segment อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งกล้อง Segment Pro และ Semi Pro

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่บรรดาแบรนด์ญี่ปุ่นที่กุมตลาดกล้อง Mirrorless อยู่ในกำมือทั้ง Fuji Film, Olympus, Panasonic ต่างก็มีกล้อง Selfie Camera ไว้ใช้ขับเคลื่อนยอดขาย เพราะนั่นหมายความว่าถ้าใครสามารถยึดครอง Segment นี้ที่ใหญ่ที่สุดไว้ในมือตัวเองได้ ก็จะสามารถครองตำแหน่ง “แชมป์” กล้อง Mirrorless ไปโดยปริยาย เหมือนอย่างที่ Fuji Film ทำสำเร็จด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ในตลาด Selfie Camera ด้วยกล้องตระกูล XA

“สิ่งที่โดดเด่นและเหมือนเป็น DNA ของกล้อง Fuji Film นั่นคือกล้องทุกรุ่นให้ Skin tone ที่สวยงามซึ่งก็มีอยู่ในกล้อง XA 1 จนถึง XA 3  ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดขายหลักเราเลยแม้เมื่อก่อนจะมีเรื่องดีไซน์ Retro แต่เวลานี้เกือบทุกแบรนด์ก็ดีไซน์ Retro เหมือน ๆ กันหมด” สิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงจุดขายหลักของกล้องตระกูล XA

 

พลังของ Net Idol ไม่ใช้ไม่ได้แล้ว

สิทธิเวช ยังเสริมต่ออีกว่ากล้องประเภทนี้ฐานลูกค้าหลักคือ กลุ่มผู้หญิง 80% เพราะผู้ชายที่ซื้อกล้องส่วนใหญ่ไม่ชื่นชอบที่จะถ่ายรูป Selfie ตัวเอง แต่เลือกที่จะซื้อกล้อง Semi Pro เพื่อถ่ายสาว ๆ มากกว่า

และเมื่อสัดส่วนผู้หญิง 80% ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากภาพรวมยอดขายตลาดกล้อง Selfie Camera ที่ฐานลูกค้าหลักคือผู้หญิง และนี่เองที่ทำให้วิถีการทำตลาดของกล้อง Selfie Camera ของทุกแบรนด์จะอยู่ในสูตรตำราเดียวกันหมด นั่นคือการใช้ Net Idol หรือดาราสาว ๆ วัยรุ่นมา แชะ แชร์ สนั่น ในโลกออนไลน์ผ่านทั้ง facebook และ Instagram

เป้าหมายหลักก็เพื่อวัดกันให้เห็นชัดเจนในโลก Social ว่ากล้องใครถ่าย Selfie ออกมาดูสวยใสกว่ากัน จากนั้น User จะเป็นคนตัดสินว่ากล้องแบรนด์ไหนถูกใจตัวเองมากที่สุด ซึ่งคำตอบที่ผ่าน ๆ มา คือ Fuji Film ที่ถูกโหวตให้ชนะเลิศมาอย่างต่อเนื่อง 3 -4 ปีติดต่อกัน

 

ผู้นำตลาดที่ถูก “ไลล่า”

แต่ก็ใช่ว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ จะหยุดพัฒนา Selfie Camera แล้วปล่อยให้ Fuji Film สร้างยอดขายอย่างเริงร่า ตรงกันข้ามทุกรายต่างพัฒนาเทคโนโลยีกล้องของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น olympus ที่เพิ่งออกกล้อง EPL 8 เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา หรือจะเป็น Panasonic ที่เพิ่งจะออกกล้องรุ่น GF 9 ที่มาพร้อมราคาขาย 23,900 บาทพร้อมเลนส์ Kit

เป้าหมายของ Panasonic ครั้งนี้คือการทำยอดขายกล้อง GF9 ให้ได้มากกว่า 20,000 เครื่องเมื่อถึงสิ้นปี 2017 และหากทำสำเร็จก็เชื่อว่าจะสามารถขยับตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองให้สอดแทรกเข้ามาอยู่ในโซน Top 3 ด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดกล้อง Mirrorless 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 17%

เป็นความคาดหวังที่ยังไม่สามารถตอบได้แน่ชัดว่าจะสำเร็จหรือไม่? นั่นเพราะ Top 3 ทั้ง Sony, Olympus, และ Fuji Film เองต่างก็สามารถไต่ระดับสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นแบรนด์กล้องระดับ Pro ในสายตาผู้บริโภคได้ “เหนือชั้น” กว่า Panasonic ที่คนส่วนใหญ่ยังมองว่าเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ามากกว่าจะเป็นแบรนด์กล้อง

 

Panasonic โจทย์ที่ต้องแก้ ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็เป็น Pro ถ่ายภาพได้นะ

แม้ที่ผ่านมา Panasonic เลือกที่จะใช้วิธีขึ้น “ทางด่วน” ในการสลัดภาพการเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยการเรียกใช้บริการ Leica มาช่วยดูแลเรื่องการผลิตเลนส์กล้องให้ แต่ก็ได้ผลเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

Effect ตรงนี้ไม่ใช่แค่กระทบต่อการตัดสินใจซื้อกล้องระดับ Semi Pro และ Pro แต่ยังส่งผลมาที่กล้องระดับล่าง Selfie Camera อย่างกล้องรุ่น GF9

ฟูมิยาสุ ฟูจิโมริ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ยอมรับว่านี้คือปัญหาที่ใหญ่สุดในการสร้างยอดขายในตลาดกล้อง Mirrorless “สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ คือพยายามสร้างกล้องที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง แล้วให้ลูกค้าได้ทดลองสัมผัส สนุกกับ เทคโนโลยีที่เราสร้างขึ้นมา อย่างตอนนี้เราชูจุดเด่นถึงการเป็นแบรนด์กล้องที่มีเทคโนโลยี 4K ในกล้องทุกรุ่นที่จะวางขายในอนาคต อย่างล่าสุดกับกล้อง GF9 ที่เป็น Selfie Camera ความคมชัด 4K ตัวแรกของโลก”

ไม่ใช่แค่ความคมชัดระดับ 4K แล้วจะ “เอาอยู่” Panasonic ยังเลือกจะใช้ Insight ของสาว ๆ ที่ชื่นชอบตกแต่งภาพก่อนโพสต์โชว์ความสวยเริ่ดลงใน facebook ด้วยการใส่ฟังก์ชั่นโปรแกรมตกแต่งภาพที่ทั้งหน้าเรียว,ผิวขาวอมชมพู,ตาโต เป็นต้น ไม่ต้องพึ่งพา Application อีกต่อไป

ส่วนเป้าหมายของ Panasonic ในการขายกล้องระดับล่างอย่าง Selfie Camera คงไม่ใช่แค่ต้องการยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงเร้นให้ User กลุ่มนี้ขยับจากการถ่ายรูปเล่น ๆ มาสู่การใช้กล้องในระดับ Semi Pro ที่มีคุณภาพดีกว่าและมาพร้อมราคาขายที่แพงกว่าเช่นกัน อีกทั้งกลุ่มนี้ยังชื่นชอบพร้อมจ่ายกับเลนส์กล้องราคาแพง เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สวยขึ้น

“คือเมื่อลูกค้ากลุ่มนี้ขยับขึ้นมากล้องระดับ Semi Pro แล้วลงทุนซื้อเลนส์กล้องราคาแพง การจะตัดสินใจย้ายค่ายถือเป็นเรื่องยากมาก เพราะต้องขายเลนส์ที่มีอยู่ให้หมดแล้วไปลงทุนกับเลนส์กล้องค่ายใหม่”

เป็นแนวทางที่กลุ่มแบรนด์กล้อง Mirrorless เดินตามเหมือนกันหมด นั่นคือพยายามที่จะยึดครองตลาดล่างให้อยู่ในกำมือตัวเอง ถึงแม้ในบางครั้งจะต้องเดินไปสู่เกมสงครามราคา ที่จะต้องขายกล้องไปพร้อมน้ำตาไหลไป ด้วยกำไรที่เหลือบางเฉียบ

จะมีก็แต่ Sony ที่ฉีกหนีออกมา แล้วเลือกจะขับเคลื่อนตลาดระดับ Pro ในระบบ Full Frame แม้จะมียอดขายห่างไกลนักหากเทียบกับ Selfie Camera แต่ด้วยราคาขายกล้องที่แพงระยับเริ่มต้น 40,000 – 100,000 บาท เมื่อบวกกับการขายเลนส์ที่ราคาสูงลิ่วแล้วนั้น Sony ก็ยังเชื่อว่าเป็นสูตร High Risk High Return ที่คุ้มค่า

 

Selfie Camera มือสมัครเล่นที่ ใหญ่คับตลาด
ตลาดกล้อง Mirrorless ในปี 2016 ที่ผ่านมามีมูลค่า 360,000 เครื่อง แต่ในปี 2017 นี้ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตแค่ 5% หรือจะมีมูลค่าประมาณ 400,000 เครื่อง ซึ่งเป็นการเติบโตที่น้อยกว่าปีที่ผ่านๆ มาเนื่องจากมี User จำนวนมากที่มีกล้อง Mirrorless ไว้ในครอบครอง ซึ่งการเปลี่ยนกล้องตัวใหม่ของ User นั้นก็อยู่ที่ 2 -3 ปี