อุตสาหกรรมความงามไทยโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ปิดตลาดปี 59 ที่ 2.6 แสนล้านบาท คาดการณ์มูลค่าปี 60 พุ่งถึง 2.8 แสนล้าน ทำให้เห็นว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของชาติ ด้วยการครองอันดับที่ 17 ของโลก

เกศมณี เลิศกิจจา รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย กล่าวว่า “อุตสาหกรรมความงามของโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากประชากรวัยทำงานอันเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงเพิ่มจำนวนขึ้น ส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคด้านสุขภาพและความงามได้รับความนิยมมากขึ้นตามความต้องการของกลุ่มคนที่อยู่ในวัยที่กำลังดูแลรักษาสุขภาพมากที่สุด

โดยจากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พบว่าอุตสาหกรรมความงามของไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 ต่อปี

ปัจจุบัน ธุรกิจนี้มีมูลค่าตลาดในประเทศถึง 2.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% หรือ 1.68 แสนล้านบาท และตลาดส่งออกที่ทำรายได้ให้ประเทศถึง 40% หรือกว่า 1.12 แสนล้านบาท

ส่วนในเวทีโลกไทยครองอันดับที่ 17 ในฐานะผู้ผลิตและส่งออกเครื่องสำอางรายสำคัญ ในเอเชียไทยครองอันดับ 3 และรั้งอันดับ 1 ในระดับอาเซียนอีกด้วย

สำหรับสถานภาพสินค้าความงามของไทยพบว่า การบริโภคของตลาดในประเทศ แบ่งออกเป็น

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับผิว 46%
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม 16%
  • เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้า 16%
  • น้ำหอม 3%

ส่วนการส่งออกสินค้าความงามของไทยไปยังอาเซียนและทั่วโลก

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม 40%
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับอาบน้ำ 22%
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก 16%
  • สกินแคร์ 13%

 

โดยประเทศที่ไทยส่งออกเครื่องสำอางไปจำหน่ายมากที่สุด คือญี่ปุ่น รองลงมาคือฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย, มาเลเซีย และอินโดนีเซียตามลำดับ ซึ่งสินค้าความงามไทยนั้นได้รับความไว้วางใจในคุณภาพและมาตรฐานจากนานาประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะกับสินค้าที่ใช้สมุนไพรไทย ซึ่ง 90% ของอุตสาหกรรมความงามไทย เป็นผู้ผลิตแบบ SMEs

เรียกได้ว่า อุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมศักยภาพของชาติ ด้วยได้รับการยอมรับในคุณภาพ มาตรฐาน และวัตถุดิบ ที่หากได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จะสามารถขึ้นแท่นติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกภายใน 3-5 ปีได้อย่างแน่นอน