ตัวเลขล่าสุดของมูลค่าตลาดบ้านสร้างเองปี 2017 คือ 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากปีที่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ธุรกิจรับสร้างบ้านทวีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเพื่อช่วงชิงพื้นที่ในตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนหลายราย ทั้งบริษัทน้อยใหญ่และผู้รับเหมาอิสระ นำไปสู่การใช้เครื่องมือต่าง ๆ ทางการตลาดเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับแบรนด์ของตน หรือแม้กระทั่งเพิ่มโอกาสในการสื่อสารกับผู้บริโภคเพื่อโน้มน้าวใจ

โกศล โควิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด ได้ก้าวเข้ามารับไม้ต่อในการบริหารและขับเคลื่อนรอแยลเฮ้าส์ให้พัฒนาต่อจาก ศักดา โควิสุทธิ์ ผู้ก่อตั้ง เพื่อปรับองค์กรให้มีความทันสมัยและเหมาะกับยุค 4.0 มากขึ้น เล่าว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในการปลูกสร้างบ้านเปลี่ยนไปค่อนข้างชัดเจน โดยมีการวางแผน การออกแบบ และการตัดสินใจสร้างบ้านที่ใช้เวลานานขึ้นจากเดิม นั่นคือใช้เวลามากกว่า 3 เดือน โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจนานมากขึ้น มาจากความเหมาะสมทางเศรษฐกิจส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือคือการเก็บข้อมูลที่จะนำไปสู่การตัดสินใจ และในระหว่างเวลา 3 เดือนของกระบวนการตัดสินใจนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตั้งแต่แบบบ้าน บัดเจ็ทในการปลูกสร้าง วัสดุ และบริษัทสร้างบ้านที่เลือก

เมื่อการสื่อสารเปลี่ยน ใคร ๆ ก็ต้องทำการตลาดออนไลน์ แต่จะทำอย่างไรให้โดดเด่น

เพื่อให้แน่ใจว่าระหว่างการตัดสินใจ แบรนด์ของเราจะยังคงอยู่ในการรับรู้ของผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เราต้องเปลี่ยนรูปแบบในการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด เป็นเหตุให้เกือบทุกแบรนด์ของบริษัทรับสร้างบ้านเพิ่มงบออนไลน์มากขึ้น โดยจากรายงานของปีที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าที่สร้างบ้านกับรอแยลเฮ้าส์กว่า 50% พิจารณาถึงความเหมาะสมและติดตามความเคลื่อนไหวของรอแยลเฮ้าส์ผ่านทางเฟสบุคและเว็บไซต์ อ่านรีวิวประสบการณ์จากลูกค้าเก่า และหาข่าวของแบรนด์บนโลกออนไลน์มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะติดต่อเข้ามาเพื่อพูดคุย เมื่อการสื่อสารเปลี่ยนไป ผู้บริโภคเปลี่ยนไป บริษัทรับสร้างบ้านก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย เรามั่นใจอย่างที่สุดว่ามาตรฐานงานก่อสร้างของเราเป็นที่หนึ่ง ประสบการณ์การสร้างบ้านของเราเหนือกว่าใคร ๆ แต่จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความเป็นมืออาชีพของเราเท่านั้นเอง เฟสบุคและเว็บไซต์ของรอแยลเฮ้าส์จึงต้องมีการอัพเดตตลอดเวลา นอกจาก Core Content แล้ว เราก็ยังมีคอนเทนต์ที่เน้นให้ความรู้เรื่องการสร้างบ้านด้วย โดยนำเสนอออกมาในรูปแบบ Info Graphic ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องที่เกี่ยวกับบ้าน ตั้งแต่เรื่องเทศบัญญัติงานก่อสร้าง เสาเข็มประเภทต่าง ๆ การออกแบบบ้านผู้สูงอายุ และอื่น ๆ ซึ่งสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/theroyalhouse เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ทั้งยังพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด รวมถึง content สุดเซ็กซี่ ตัวอย่างเช่นแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า “ช่างแซ่บ” ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อช่วงปลายปี

 ผ่าขนบเดิม จนเกิดคำถามว่า เดี๋ยวนี้บริษัทรับสร้างบ้านต้องทำอย่างนี้กันแล้ว?

“ช่างแซ่บ” คือแคมเปญสื่อสารผ่านตัวแทนช่างทั้ง 4 ประเภทที่ลูกค้าของรอแยลเฮ้าส์ต่างยกนิ้วชื่นชม อันเป็นความภาคภูมิใจของเรา โดยคีย์แมสเสจในการสื่อสารไม่ใช่ความหล่อและความเซ็กซี่ของช่าง แต่เป็นการแสดงเอกลักษณ์และความเป็นมืออาชีพของช่างทั้ง 4 ของเรามากกว่า เพราะรอแยลเฮ้าส์มองว่าส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างบ้านไม่ใช่แค่แบบบ้านที่สวยงาม ความรวดเร็วของเทคโนโลยีในการสร้าง แต่เป็น “ช่าง” ทุกคน เพราะแน่นอนว่า เมื่อทุกคนนึกถึงบ้าน ก็ต้องนึกถึงช่างสร้างบ้านด้วยเช่นกัน แคมเปญนี้จึงไม่ได้เป็นการสื่อสารไปสู่ภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อบอกถึงคำชื่นชมและคำขอบคุณไปยังทีมช่างของเราทุกคน ส่วนกระแสและคอมเมนต์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความตั้งใจให้เกิดอารมณ์ร่วมในแคมเปญนี้ ซึ่งทางทีมงานก็ได้เข้าไปตอบคอมเมนต์พร้อมกับ tie-in แบรนด์ไปอย่างน่ารัก ๆ เพื่อสร้างความใกล้ชิดให้เกิดขึ้นระหว่างแบรนด์กับลูกค้าไปด้วย

อาจเข้าใจว่าคนเราตัดสินใจสร้างบ้านด้วยเหตุผล แต่ลึก ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของ Emotional

รอแยลเฮ้าส์ก่อตั้งมากว่า 30 ปี กับประสบการณ์สร้างบ้านมากกว่า 3,500 หลัง ดังนั้น บ้านของรอแยลเฮ้าส์ยังคงเป็นบ้านที่มีมาตรฐานระดับรอแยลเฮ้าส์มาโดยตลอด (รับประกันด้วยคู่มือตรวจงานก่อสร้างในแบบฉบับของรอแยลเฮ้าส์) ด้วยเราตระหนักดีว่าการสร้างบ้านไม่ใช่แค่บ้าน แต่เป็นการสร้างฝันครั้งยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นจริง เพราะในชีวิตหนึ่ง คนเราจะมีโอกาสปลูกสร้างบ้านได้สักกี่หลัง โดยจากประสบการณ์มากมายที่ผ่านมา เราพบว่าผู้ที่ต้องการสร้างบ้านมักจะถูกขับเคลื่อนและตัดสินใจเกี่ยวกับการสร้างบ้านบนพื้นฐานของ Emotional อาจเพราะบ้านเป็นสถานที่ที่รวบรวมความรู้สึกเอาไว้อย่างหลากหลาย ทั้งอบอุ่น ปลอดภัย ยิ่งใหญ่ สวยงาม หรือเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกว่านี่คือที่ของเราอย่างแท้จริง ดังนั้น ในการสื่อสาร เราจึงต้องพยายามเข้าถึงและเข้าใจในอารมณ์ของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ก้าวต่อไปของบริษัทรับสร้างบ้านจึงเป็นการทำอย่างไรให้ผู้ต้องการสร้างบ้าน “รู้สึก” ว่านี่คือ “บ้าน” อย่างแท้จริง